เกษตรกร
สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ผลไม้ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด และอ้อย กว่า 100 ราย ยื่นหนังสือขอบคุณ นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย หลังจากมีมติ ไม่แบนการใช้ 3 สารเคมี พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต แต่ให้จำกัดการใช้แทน นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย ผู้แทนคณะเกษตรกรกว่า 100 ราย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีการพิจารณาจากข้อมูล 3 สารเคมี ที่คณะอนุกรรมการเสนอเข้ามา ทั้งข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากฝ่ายผู้สนับสนุนและคัดค้าน เห็นว่า ยังมีเหตุผลไม่มากพอที่จะประกาศยกเลิกการใช้ แต่ให้จำกัดการใช้แทนนั้น เกษตรกร ขอยืนยันการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้ตัดสินอย่างรอบคอบเป็นธรรม และเป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่เป็นที่พึ่งของเกษตรกร จึงขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา ได้แสดงความคิดเห็นว่า สารทุกชนิดที่คนนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ทางเกษตรกรรมหรือทางแพทย์เป็นสารพิษทั้งนั้นมากน้อยแล
“ส้ม” ผลไม้รสชาติอร่อย สรรพคุณหลากหลาย อีกทั้งเป็นผลไม้ราคาไม่แพง ลงทุนปลูกไม่กี่ปี สามารถเก็บขายได้นานเป็นสิบๆ ปี ส้มออกผลให้ทานทุกฤดู เมื่อ 20 ปีก่อน เกษตรกรจึงหันมาปลูกส้มกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ “ส้มเขียวหวาน” ที่ปลูกเพียง 3 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของชาวสวนไร่ส้มเลยทีเดียว ต่อมาในปี 2538 เกิดภาวะ “สวนล่ม” ต้นส้มยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรหลายรายปรับตัวหันไปปลูกพืชไร่พืชสวนอย่างอื่น เลือกย้ายถิ่นไปลงทุนทำสวนส้มที่อื่นบ้าง มีเพียงไม่กี่เจ้า ที่ยังคงยึดมั่นในการทำสวนส้มในพื้นที่เดิม คุณจำเรียง ศิลปะปดุง เกษตรกรวัย 66 ปี เจ้าของสวนส้มในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หนึ่งในเกษตรกรที่เจอพิษสวนส้มล่มในตอนนั้น เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เมื่อ 40 กว่าปีก่อน คุณพ่อของเธอได้มาบุกเบิกที่ทาง ทำสวนแตงโมและสวนพริก ต่อมาพี่ชายมารับช่วงต่อ เขาก็เริ่มหันมาปลูกส้มเขียวหวานแทนแตงโมและพริก โดยส้มที่ปลูกเป็นส้มเขียวหวานพันธุ์บางมด ประมาณ 60 ไร่ ปลูกเรื่อยมาจนเธอมารับช่วงกิจการสวนได้ไม่กี่ปี ก็ประสบกับภาวะสวนส้มล่มในปี 2538 จึงทำการตัดต้นส้มทิ้งทั้งหมด ปร
ขาดทุนยับ เลี้ยงไก่ตามโครงการรัฐ ไร้ตลาดรับซื้อ หมดทุนซื้ออาหาร หิวจัดจิกกันตายจกไส้มากิน เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก นายไพศิลป์ พรมมา อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง ชุมชนหันคา จ.ชัยนาท ว่า ได้เลี้ยงไก่ตามโครงการรัฐ แต่กลับขายไม่ได้ และขาดทุนจนแทบหมดตัว ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านหนองค้อ หมู่ 7 ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท พบว่าเกษตรกรกลุ่มการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง ชุมชนหันคา กำลังหั่นหยวกกล้วย เพื่อเลี้ยงไก่กว่า 700 ตัว ที่ถูกเลี้ยงรวมกันอย่างแออัดในโรงเรือน ทางกลุ่มหมดทุนในการซื้ออาหารมาเลี้ยง ทำให้ไก่หิวโหยถึงขั้นจิกกันจนตายแล้วจกไส้กิน ต้องตัดสินใจยอมเป็นหนี้กู้เงินมาซื้ออาหารให้ไก่กิน ซึ่งช่วงตรุษจีนนี้ วอนผู้สนใจช่วยซื้อไก่ของกลุ่มเกษตรกรฯ ชุมชนหันคา เพื่อช่วยเหลือลดภาระหนี้สินที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน นายไพศิลป์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2561 ทางชาวบ้านหนองค้อ ได้รวมตัวกัน 30 คน ตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อรองรับโครงการเลี้ยงไก่พื้นเมืองสร้างเสริมรายได้ ตามโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ภายใต้โครงการสร้างทั
นายมาณพ ฐาปน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ตลาด โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยโดยใช้เทคโนโลยีให้ก้าวทันยุคสมัยและไปได้ไกลในยุคของการทำการเกษตรกรรมแบบดิจิทัล ทางบริษัท จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ชื่อ “ตลาด” ขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการนัดพบระหว่าง เกษตรกรและผู้รับเหมาจ้างงาน ให้เจอกันผ่านทางแอปพลิเคชั่น ได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเพิ่มงานของทั้ง ผู้รับเหมา (ผู้มีแรงงาน มีรถไถและอุปกรณ์ทางการเกษตร)และเกษตรกร(ผู้ที่มีงานหลากหลายรูปแบบแต่ขาดแคลนแรงงานหรืออุปกรณ์) ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น “ปัจจุบัน แรงงานทางการเกษตรมีจำนวนน้อยลงมาก เนื่องจากได้หันไปประกอบธุรกิจอื่นๆ นอกพื้นที่บ้านเกิดมากขึ้นสมาชิกในครอบครัวจึงน้อยลง ทำให้ภาคการเกษตรเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงต้องมีการจ้างผู้รับเหมาที่มีพร้อมทั้งแรงงานและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ดังนั้นการจัดทำแอปพลิเคชั่น “ตลาด” ในครั้งนี้ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการเป็นสื่อกลางแก่ให้เกษตรกร ในการหาผู้ช่วยมืออาชีพบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถเลือกและเปรี
เกษตรกรเมืองเชียงใหม่ ปลูก”มันฝรั่ง-หัวพันธุ์มันฝรั่ง”ขายโรงงาน สร้างรายได้งาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชมไร่มันฝรั่ง ของ คุณบุญศรี ใจเป็ง วัย 68 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของรางวัล “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชไร่ภาคเหนือ ปี 2553” คุณบุญศรีเล่าให้ฟังว่า ตนนั้นปลูกมันฝรั่งมาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว เดิมครอบครัวของตนประกอบอาชีพเกษตรกรในการทำนามาตั้งแต่รุ่นของนายปั๋น ใจเป็ง ผู้เป็นพ่อ หลังทำนาเสร็จก็ปลูกกระเทียมเพื่อปรับปรุงดิน สลับกับการปลูกยาสูบและพืชอื่นๆ เพื่อนำมาขายหารายได้ แต่ราคาค้าขายพืชผลทางการเกษตรแบบนี้ไม่แน่นอนนัก ท่านจึงเริ่มมองหาพืชผลอื่นอย่าง”มันฝรั่ง”มาปลูก ตั้งแต่ พ.ศ.2507 โดยเป็นมันฝรั่งชนิดขายบริโภคสด เริ่มปลูกในพื้นที่เพียง 2 – 3 ไร่ แทรกกับกระเทียมและยาสูบ ตอนนั้นคุณบุญศรีเพิ่งอายุได้เพียง 10 ปีเศษ จึงมีหน้าที่ช่วยดูแลมันฝรั่งที่เพิ่งเริ่มปลูก ช่วงแรกๆ ที่พ่อนำมันฝรั่งมาปลูก คนไทยยังไม่นิยมบริโภคมันฝรั่งเท่าใดนัก ตลาดใหญ่ในการซื้อขายมันฝรั่ง จึงเป็นกลุ่มทหารของอเมริกาที่เข้ามาในประเทศไท
ปลากะพง เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และที่สำคัญเนื้อปลามีรสชาติดีสามารถขายได้ราคา ทำให้เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้ปลาชนิดอื่น นอกจากจะเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย บางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำเค็มก็สามารถเลี้ยงปลากะพงได้ ประสบผลสำเร็จด้วยเช่นกัน ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับขายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน คุณเยี่ยม รัตนกุญชร อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 7 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่ได้ปรับเปลี่ยนจากการทำนามาเลี้ยงปลากะพง โดยเลี้ยงแบบใช้น้ำจืด มีการจัดการแบบมีระบบ ปลาเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งทำการตลาดแบบรวมกลุ่ม ทำให้ปลากะพงขายได้ราคาเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว เปลี่ยนผืนนา มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพง คุณเยี่ยม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทียึดการทำนาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่เนื่องจากราคาข้าวมีความผันผวน ราคารับซื้อไม่แน่นอน ทำให้บางช่วงถึงกับทำแล้วขาดทุนก็ยังมี จึงได้มีการ
ชาวสวนจันท์เฮ คาด”มังคุด”ราคาพุ่ง โลละ 400 บาท เหตุปีนี้อากาศเหมาะสม-ติดดอกดี ชาวสวนจันท์เฮ คาด”มังคุด”ราคาพุ่ง เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 61 เกษตรกรชาวสวนผลไม้เริ่มยิ้มออก หลังช่วงต้นฤดูหนาวปลายปี มีสภาพอากาศที่เหมาะสม ส่งผลทำให้ มังคุดรุ่นแรก เริ่มผลิดอกออกมาให้เห็น คิดเป็นร้อยละ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตต่อต้นที่คาดว่าจะออกมาเต็มที่ในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีมังคุดในรุ่นที่ 2 และ 3 มากถึงรวมร้อยละ 90 หากสภาพอากาศยังเหมาะสมคงที่ เหมือนกับช่วงปลายปีนี้ นายชำนาญ สิงขรณ์ อายุ 60 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมังคุด พื้นที่ ม. 4 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มังคุดไม่ออกดอก ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน จึงทำให้มีมีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย แต่ในช่วงต้นฤดูกาลปีนี้ พบว่ามังคุดในบางหมู่บ้านเริ่มออกดอกติดแน่นกันเป็นช่อ มากถึงก้านละ 3 ดอก ซึ่งปกติจะออกเพียงดอกเดียว ทำให้ชาวสวนหวั่นว่าจะทำให้ผลมังคุดจะเล็กลง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากลักษณะเช่นนี้มังคุดจะสลัดลูกกลางที่เป็นผลหลักทิ้ง นายชำนาญบอกอีกว่า แม้ว่าชาวสวนหลายรายจะดีใจกับการติดดอกขอ
เกษตรสาวเจนวาย ปลูกฟักแม้ว เป็นงานสร้างเงิน ผลผลิตดี มีขายตลอดปี คุณทศพร เขมาชะ อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสาววัย 26 ปี ที่มีหัวใจรักงานเกษตร ได้เรียนรู้และปลูกฟักแม้วจนประสบผลสำเร็จ นำผลผลิตที่ได้ส่งเข้าโครงการหลวงเป็นอาชีพที่ทำเงินให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณทศพร สาวเหนือผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว ก็ได้มาช่วยทางบ้านทำงานด้านการเกษตร เพราะอาชีพทางด้านนี้เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงและทำเงินให้กับครอบครัวของเธอ ซึ่งตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กก็จะเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ทำสวนปลูกพืชผักมาอย่างยาวนาน ต่อมาเมื่อเจริญวัยจนสามารถทำงานได้ สิ่งที่พบเห็นเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือด จึงทำให้ได้มาจับอาชีพทางด้านนี้ “ช่วงนั้นเราก็มีแผนที่จะเรียนต่อ แต่ด้วยความที่ต้องอยู่กับพ่อกับแม่ ก็เลยไม่อยากไปที่ไหนไกลๆ บ้าน เลยคิดว่าอาชีพที่ทำงานอยู่กับบ้าน ก็เป็นอาชีพที่สร้างเงินได้เหมือนกัน และที่สำคัญเรายังสามารถดูแลคนที่เรารักได้ ก็เลยยิ่งไม่อยากจะออกไปทำงานไกลจากที่บ้าน มีบางครั้งบางคนถามว่าน้อยใจไหม ก็ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่เสียใจในสิ่งที
เกษตรกรแฮปปี้! ปลูกข้าวโพดหลังนา วอนรัฐหนุนต่อยอดโครงการ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม เกษตรกรชาว จ.สกลนคร ภายหลังได้ลงทะเบียนร่วมกับทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสกลนคร นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดสกลนคร ได้ส่ง นางกาญจนา อินธิกาย เกษตรอำเภอเมืองสกลนคร จนท.นักวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ไปพบปะเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการทำนาปรัง ทั้งปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ผลผลิตไม่ดี รวมทั้งราคาขายที่เมื่อขายไปแล้วไม่คุ้มกับการลงทุน ซึ่งการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทางรัฐบาลเข้ามาสนับสนุน ทั้งปัจจัยการผลิต การดูแล รวมถึงตลาดรับซื้อ นางสมัย เกษมศาสนต์ อายุ 54 ปี เกษตรกร ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า ในยุคใหม่สมัยใหม่ ในฐานะตนเองเป็นเกษตรกรอยากทดลองปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้าง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งแต่ก่อนหลังทำนาปีก็หันมาทำนาปรัง บางปีก็ปลูกมะเขือเทศ หรือพืชอื่นๆ แต่ก็ยังประสบปัญหาขาดทุน มาปีนี้พอทราบมาว่ารัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยมีรัฐสนับสนุน ปัจจัยการผลิต เช่น ธ.ก.ส. ให้
ชาวนาครวญ! ราคาข้าวเหนียวดิ่งวูบเหลือกิโลละ7บาท แย้งปีทองรัฐบาล วันที่ 20 พ.ย. นางดวงตา ตันโช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะธรรมาภิบาลจังหวัดพะเยาลงพื้นที่เยี่ยมชมและสอบถามเกษตรกรในพื้นที่ เกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับราคาข้าว ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ลูกค้าธ.ก.ส พะเยาจำกัด (สกต.) บ้านสันจกปก อ.ดอกคำใต้ และ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ลูกค้าธ.ก.ส พะเยาจำกัด อำเภอจุน จังหวัดพะเยา จากการเยี่ยมชมการดำเนินงานของสกต.ทั้งสองแห่ง ได้พบปะสอบถามชาวบ้านที่นำข้าวมาขาย ก็ทราบว่าพึงพอใจในราคาและวิธีการรับซื้อของทั้ง 2 สกต. แต่ก็มีปัญหาเรื่องการทำนาแปลงใหญ่ สาเหตุจากไม่มีแหล่งน้ำ ส่วนผู้บริหารทั้ง 2 แห่งและผู้จัดการธกส. ได้นำเสนอปัญหาการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล เรื่อง ชะลอการขายข้าวของชาวนา ทั้งนี้เนื่องจากโกดังที่เก็บมีไม่เพียงพอ สาเหตุสืบเนื่องจากการจำนำข้าวในอดีตที่ผ่านมายังไม่เสร็จสิ้น ข้าวที่มีปัญหายังอยู่ในโกดัง ไม่สามารถจะจะใช้โกดังได้ อีกทั้งนโยบาย “แก้มลิงข้าว” ก็ไม่ชัดเจน ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยเกษตรกร ได้สะท้อนปัญหาราคาข้าวเหนียวว่า สำหรับที่มีการพูดว่าปีนี้เป็น “ปีทอ
