เศรษฐกิจ
เมื่อวานนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวในการแถลงผลงานครบรอบ 2 ปีรัฐบาลว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จีดีพีอยู่ที่ 0.8 % ปัจจุบันโตขึ้น 3.5% ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3.2% ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ คาดว่าจีดีพีปีอยู่ที่ 3.4-3.5% เราพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว เราไม่ได้หลงทาง เรามาถูกทางแล้ว นายสมคิดยอมรับว่า แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ดีพอ เพราะการเติบโตยังไปไม่ถึงประชาชนรากหญ้า โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ น้ำท่วม น้ำแล้ง เมื่อเกษตรกรยังลำบากอยู่ ทำให้เงินหมุนไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและลดรายจ่าย โดยเฉพาะภาวะหนี้สิน การปรับโครงสร้างหนี้ ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำอย่างแรกคือ การพัฒนาโครงการต่างๆ ในชนบทให้เข้มแข็งขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า ดึงการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน ที่รัฐบาลหมดงบประมาณไปกับการพัฒนาฐานรากจำนวนมาก อย่างที่สองคือ การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งทางรถไฟ สนามบิน มอเตอร์เวย์ที่จะเพิ่มอีก 3 เส้นทา
ตัวเลขยอดขายของบรรดาแบรนด์หรูเผชิญหลายปัจจัยรุมเร้า อย่างตลาดจีนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินผันผวนส่งผลให้นักท่องเที่ยวชะลอจับจ่ายลง รวมถึงการก่อการร้ายในยุโรปยิ่งฉุดรายได้ของแบรนด์เหล่านี้ให้ลดน้อยลงไปอีก ทำให้แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติอิตาลีอย่าง “ปราด้า” ต้องออกมาประกาศปรับกลยุทธ์เพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน โดยสำนักข่าว “อินไซต์รีเทล” รายงานว่า “ปราด้า” เตรียมปรับกลยุทธ์การทำตลาดในภูมิภาคเอเชีย หลังรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกในตลาดนี้ลดลงถึง 18% เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจตกสะเก็ดกระทบต่อเนื่องไปยังยอดขายของร้านสาขาในฮ่องกงและมาเก๊า ขณะที่การแข็งค่าของเงินเยน ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการใช้จ่าย มีผลให้ยอดขายของสาขาญี่ปุ่นลดลง 9% ตามไปด้วย ส่วนในยุโรปเองก็ได้รับผลกระทบจากเหตุก่อการร้ายต่อเนื่องทำให้ยอดขายโดยรวมทั่วโลกลดลง 13% หรือปิดยอดขายที่ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีรายได้ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในจีนแผ่นดินใหญ่จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบ้างในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ส่งผลบวกต่อภาพรวมธุรกิจอย่า
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ททท.คาดการณ์ว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จะมีรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 24.94 ล้านคน สร้างรายได้ 1.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 111 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 6.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยพบว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติช่วง 9 เดือนแรก เติบโตได้ดีเกือบทุกตลาด โดยนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 อเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 อาเซียน เอเชียใต้ และยุโรป เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 แอฟริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย ช่วงไตรมาส 4 คือ จะมีวันชาติจีนระหว่างวันที่ 1-9 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 2.8 แสนคน การฟื้นตัวของรัสเซีย และกิจกรรมของ ททท. เช่น การเก็บตัวของผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า 2016 ในเดือนตุลาคม การถ่ายทำรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวของดาราฮอลลีวู้ด
นายเกียรตินันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ทั่วประเทศ จำนวน 427 ราย เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการ ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2559 พบว่า เอสเอ็มอีมองภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 สัดส่วน 0.75% มองดีขึ้นมาก 12.3% ดีขึ้น 41.3% ใกล้เคียงกัน 39.8% แย่ลง และ 5.85% แย่ลงมาก ส่วนไตรมาสแรกอยู่ที่ 0.70% 11% 36.4% 41.6% และ 10.3% ตามลำดับ คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 สัดส่วน 1.10% มองดีขึ้นมาก 13.50% ดีขึ้น 46.60% ใกล้เคียงกัน 32.60% แย่ลง และ 6.20% แย่ลงมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเอสเอ็มอีมองเศรษฐกิจจะดีขึ้นจากรายได้ธุรกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น นายเกียรติอนันต์กล่าวว่า รายได้เอสเอ็มอีเมื่อเทียบกับที่คาดหวังไว้ในไตรมาสที่ 2 สัดส่วน 12.7% มีรายได้ที่ได้รับมากกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.2% ส่วน 27.2% ใกล้เคียงกับที่คาดหวังไว้ 45.2% ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งรายได้ต่ำกว่าที่คาดเฉลี่ย 24.6% และ 14.9%
