เศรษฐกิจ
‘สมคิด’ แนะ ประชาชนต้องรู้จักช่วยตัวเอง อย่ารอแต่รัฐบาล ยันเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง วันที่ 9 ก.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมด้านเศรษฐกิจแล้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเศรษฐกิจเพียง 4 กระทรวงเท่านั้น โดยยืนยันว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแรง ดังนั้น ทุกคนต้องมีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว สิงคโปร์ก็มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเหมือนไทย มีความยากลำบากในการแก้ไขปัญหา แต่สิงคโปร์ก็ไม่ตกใจ และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมา ในส่วนของไทยไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องให้มีมาตรการกระตุ้นออกมาอยู่เสมอไป ทุกคนต้องรู้จักลุกขึ้นมาสู้ ช่วยตัวเองบ้าง เศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด อย่างไรก็ดี นายสมคิด ปฏิเสธที่จะชี้แจงกรณีโพล 2 สำนัก ได้แก่ นิด้าโพล และสวนดุสิตโพล ได้สอบถามความคิดเห็นประชาชน โดยส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลสอบตกด้านนโยบายเศรษฐกิจ โดยกล่าวเพียงว่า ให้ไปดูรายละเอียดของโพลทั้งหมดด้วยว่ามีรายละเอียดอย่างไร
‘บิ๊กตู่’ โต้ครหาไร้ความรู้ นั่งประธาน ครม.เศรษฐกิจ ฟุ้งบริหารมา 5 ปี รู้ปัญหาอุปสรรคดี เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงการนั่งเป็นประธานคณะรัฐมนตรี(ครม.) เศรษฐกิจว่า สำหรับหน้าที่ในการดูแลฝ่ายเศรษฐกิจหลายคนบอกตนจะรู้เรื่องไหม การดูแลเศรษฐกิจไม่มีใครรู้เรื่องทั้งหมดหรอก แต่ตนได้ผ่านการบริหารราชการมา 5 ปี ตนรู้ว่าอะไรคือปัญหา อะไรคืออุปสรรคมากพอสมควร ดังนั้น การตั้งครม.เศรษฐกิจขึ้นมา เอาบรรดารองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาคุยกันมาหารือว่าทุกคนมีข้อเสนออะไรอย่างไร จะเดินหน้าประเทศเราไปตรงไหน อะไรจะเกิดก่อนอะไรจะเกิดหลัง งบประมาณจะมาอย่างไร นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและตอบสนองนโยบายต่างๆ ของแต่ละพรรคการเมือง ต้องไปพูดกันต่อว่าจะเอาเงินที่ไหนมาทำต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ได้หมายความว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ต้องทำทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องไปเป็นขั้นเป็นตอน ต้องไปดูเรื่องต้องไปดูกฎระเบียบกฎหมาย พ.ร.บ.งบประ
‘อุตตม’ เตรียมเสนอครม. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือนนี้ ยันมีเม็ดเงินรอบรับเรียบร้อย พร้อมจี้ทุกหน่วยงานในสังกัดทำทำแผนยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติเพื่อเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 เดือน ‘อุตตม’ชงครม.เคาะกระตุ้นศก. – นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งประเมินโอกาสที่ดีและผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งด้านการค้าของหลายประเทศขนาดใหญ่ และยังมีเหตุการณ์ภายในที่ต้องติดตาม เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดเตรียมมาตรการกระตุ้นเชิงเศรษฐกิจให้เหมาะสม ตอบโจทย์ประชาชน เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายในเดือนส.ค. 2562 “รัฐบาลเตรียมเม็ดเงินไว้สำหรับรองรับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรียบร้อยแล้ว แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะเร็วเกินไป รอให้มีความพร้อมมากกว่านี้ก่อน โดยการจัดทำมาตรการครั้งนี้ ไม่ใช่แค่กระทรวงการคลังเท่านั้น แต่ยังมีกระทรวงอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะออกมาเป็นแพ็กเกจ โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะ
ยอดจดตั้งบริษัทใหม่มิ.ย. ลดมาจากปัญหาไม่มั่นใจเศรษฐกิจ-รอดูความชัดเจนตั้งรัฐบาลใหม่ จับตาไตรมาส 4 ปัจจัยลบยังตามหลอน ยอดตั้งบริษัทใหม่มิ.ย.ทรุด – นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึง การจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมิ.ย. 2562 ว่า มีจำนวน 5,586 รายลดลง 356 ราย หรือ 6% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 2562 จำนวน 5,942 ราย แต่เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2561 จำนวน 6,514 ราย ลดลง 928 ราย คิดเป็น 14% ทั้งนี้ ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 497 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 328 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร 168 ราย คิดเป็น 3% มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมิ.ย. 2562 จำนวน 15,147 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 2562 จำนวน 35,218 ล้านบาท ลดลง 20,071 ล้านบาท คิดเป็น 57% และเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2561 จำนวน 24,589 ล้านบาท ลดลง 9,442 ล้านบาท คิดเป็น 38% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจัดตั้งใหม่ครึ่งปีแรก 2562 (ม.ค.-มิ.ย.) มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 38,222 ราย เมื
มองอีกมุม! สำเพ็งเหงา ไม่ใช่เพราะออนไลน์ทั้งหมด แต่เพราะคนกลุ่มใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2562 “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้นำเสนอข่าว เจ้าของธุรกิจสาวท่านหนึ่ง ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศการค้าขาย ในย่านตลาดขายส่งเก่าแก่ อย่าง “สำเพ็ง” เงียบเหงาที่สุดในรอบ 50 ปี (อ่านข่าว แม่ค้ายุคใหม่ ไขข้อสงสัย ทำไม “ตลาดสำเพ็ง” ถึงเงียบเหงาสุด ในรอบ 50 ปี) ล่าสุด ใต้โพสต์ข่าวนั้นเอง มีคนออกมาแย้งความเห็นของเธอ โดยคุณ Siravit Kitijamorn เจ้าของคอมเมนต์ ได้แสดงความคิดเห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่า การที่คุณดรีมแสดงความคิดเห็นมาแบบนั้น ไม่ได้ถูกทั้งหมด อาจเป็นเพราะธุรกิจของเธอกำลังเติบโต ทำให้อาจคิดไปว่า เศรษฐกิจไม่ได้แย่ จะเอาธุรกิจของตัวเองมาเป็นตัววัดภาพรวมนั้น ทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องลึกซึ้งกว่านั้น โดยในความคิดเห็น คุณ Siravit Kitijamorn กล่าวว่า ตนเองนั้นขายออนไลน์มาเกือบสิบปี รู้จักคู่แข่งเกือบทุกคน การที่ยอดขายหายไป ไม่ได้หายไปอยู่ที่คู่แข่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเขาถามมาหมดทุกคนแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดตกมากกว่า 50% กัน
สำเพ็งเหงามาก! ยอดตกจากหลายพัน เหลือวันหลักร้อย วอน “นายกฯใหม่” ดูแลปากท้องหน่อยจ้า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 2562 ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ สำรวจบรรยากาศร้านค้า ย่านตลาดสำเพ็ง หลังมีข่าวบรรยากาศการค้าขายเงียบเหงาที่สุดในรอบ 50 ปี เมื่อไปถึง เห็นคนเดินจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดกันบางตา ป้าแป๋ว–มะลิ สุภานันท์ เจ้าของร้านขายพัดและตุ๊กตา วัย 70 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทำอาชีพขายตุ๊กตาที่สำเพ็งมาหลายสิบปีแล้ว เมื่อก่อนมีรายได้จากการขายตุ๊กตา วันละประมาณ 6,000-7,000 บาท แต่ในช่วง 4-5 ปีมานี้ ร้านค่อนข้างเงียบเหงา ทำให้รายได้ต่อวันลดลงไปอย่างน่าใจหาย ตนจึงนำสินค้าอื่น อย่าง พัดต่างๆ ทั้งพัดพลาสติก พัดไม้ พัดแบบจีน มาขายในร้านเพิ่มบางวันขายได้ 300-400 บาท แต่ก็ยังพออยู่ได้เพราะไม่ได้จ้างลูกจ้าง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการจ้างคนงาน “เศรษฐกิจมันแย่มา 4-5 ปีแล้ว ยิ่งหลังปีใหม่มานี่เงียบหนักเลย พวกร้านข้างนอกร้านเล็กๆ น่ะขายกันไม่ค่อยได้หรอก บางคนต้องไปกู้เงินเขามาลงของเอามาขาย บางคนก็ขายได้ขายไม่ได้ก็ปิดร้านไปก็หลายเจ้าเหมือนกัน สินค้ามันมีขายเยอะแยะก็จริงแต่คนเขาไม่มีเงินจะ
น้ำมันปาล์ม-ต้นทุนขยับ แม่ค้าในสกลนครสุดสตรองไม่ขึ้นราคา หวังช่วยปชช.(ชมคลิป) วันที่ 19 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสภาวะเศรษฐกิจสินค้าประเภท ผัก พริกสด และ น้ำมัน ปาล์ม อีกทั้ง ก๊าซหุงต้ม มีการปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ร้านข้าวแกงหลายแห่งในจังหวัดสกลนคร ยังคงขายในราคาเดิม ผู้สื่อข่าวเดินทางสำรวจร้านข้าวแกง ถนนรัฐพัฒนา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร ร้านข้าวแกงเก่าแก่ที่ขายข้าวแกงราดข้าวมาเป็นเวลากว่า 14 ปี พบว่า ร้านข้าวแกงป้าป้อม ยังคงขายข้าวแกงราดข้าวในราคาเดิม โดยจำหน่ายข้าวแกงราดข้าว กับข้าว 1 อย่าง ในราคา 35 บาท ราดกับข้าว 2 อย่าง ขายจานละ 40 บาท ขณะที่กับข้าวอื่นๆ ที่ราคาสูงกว่านี้ จานละ 40-50 บาท ขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบ คุณสุคล ปทุมเพรช หรือ ป้าป้อม เจ้าของร้านข้าวแกง กับข้าว กับปลา เปิดเผยว่า ครอบครัวตนยึดอาชีพขายข้าวราดแกงมา 20 ปีแล้ว การปรับขึ้นราคาของวัตถุดิบในครั้งนี้ ตนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก แต่ทางร้านก็จะยืนยันที่จะขายในราคาเดิม ราคาราดกับข้าวอย่างเดียวจานละ 35 บาท ข้าวราดกับข้าว 2 อย่าง จานละ 40 บาท และจะไม่ปรับราคาขึ้น แม้ว่าช
“รัฐมนตรีเศรษฐกิจ” ตำแหน่งสำคัญ รัฐบาลใหม่ อาจต้องสละให้พรรคนอกกลุ่ม เสร็จสิ้นการเลือกตั้งไปแล้ว รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการว่าใครได้รับเลือกตั้ง พรรคไหนมีคะแนนมากที่สุด มีกี่พรรคที่จะรวมกันจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปตามคาดหมายอย่างไรหรือไม่ ทราบกันดีแล้ว แต่จะรู้ผลอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ คือ วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 วันนี้ เดือนนี้ อาจรู้แล้วอย่างไม่เป็นทางการว่า ใครจะรับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียงข้างมาก ซึ่งยังต้องมีการเสนออย่างน้อย 2 ชื่อ แต่อย่างมากไม่เกิน 3 ชื่อ ด้วยเหตุที่ในสภาผู้แทนราษฎรมีเพียง 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อาจมีฝ่ายเป็นกลาง ในที่สุดต้องสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมิฉะนั้นต้องงดออกเสียง การงดออกเสียงของพรรคหรือผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล เท่ากับคัดค้านรัฐบาล หรือมิฉะนั้นเท่ากับสนับสนุนฝ่ายค้าน ที่บอกว่าคัดค้านด้วยการยกมือค้านหรือสนับสนุนตรงๆ ยังไม่เคยเห็น การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีความหมายถึงระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาอีกครั้ง การเมือง เศรษฐกิจ กลับสู่มือประชาชนและผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แม้จะร
ผู้เลี้ยงไก่ไข่ปลื้มราคาหน้าฟาร์มแตะ 2.50 บาทต่อฟอง แนวโน้มขยับขึ้นอีก นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรจากการสำรวจทั่วประเทศในปัจจุบันพบว่า ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.50 บาทต่อฟอง หลังจากเกษตรกรแบกรับภาวะขาดทุนมานานกว่า 1 ปี เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ที่ขานรับมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ผู้ประกอบการภาคเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) รวม 16 บริษัท ที่ร่วมกันลด GP ให้เหลือ 3,800 ตัว และลด PS ให้เหลือ 460,000 ตัว พร้อมทั้งเร่งรวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศมากกว่า 138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 4,000,000 ตัว “ราคาไข่ไก่เริ่มปรับเพิ่มขึ้น เกิดจากจำนวนแม่ไก่ยืนกรงและพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดลง ขณะเดียวกันปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินจากการบริโภคก็ถูกผลักดันออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ทำให้ราคาไข่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นได้อีก หากทุกคนยังให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาคร
SMEs ขานรับ ลุงตู่รีเทิร์น หวังแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-นึกถึงปากท้องประชาชน หลังจากการนับคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มี.ค. พบว่า อันดับ 1 เป็นของพรรคพลังประชารัฐ อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย และอันดับ 3 พรรคอนาคตใหม่ แน่นอนว่าผลที่ออกมา แม้ยังไม่ใช่การนับคะแนนอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นที่จับตามองของหลายๆ ฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง ประชาชน และพ่อค้าแม่ขาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามความเห็น ของผู้ประกอบการ SMEs เจ้าต่างๆ ว่า มีความหวั่นใจหรือไม่หากมีเสียงคัดค้านผลการเลือกตั้ง และในมุมมองของคนทำมาค้าขาย อยากให้รัฐบาลแบบไหน เข้ามาบริหารประเทศ คุณฝน – พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี เจ้าของกิจการ เครื่องไข่เจียว-ไข่ตุ๋นอบแห้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวตนคิดว่า น่าจะมีการคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่ไม่น่าจะยืดเยื้อและมีผลกระทบรุนแรงเท่าไหร่นัก ต่อการค้าขาย ตนอยากได้รัฐบาลที่เข้าใจคนค้าขาย ลดขั้นตอนหรือกฎระเบียบที่ยุ่งยากซับซ้อนต่างๆ ที่ทำให้การทำมาค้าขายลำบาก และปรับเปลี่ยนการทำงานของข้าราชการให้มีวิสัยทัศน์ และมีความเป็นมืออาชีพในการสนับสนุนธุรกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั
