เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ข่าวดี! ผลวิจัยชี้ สารสกัดกัญชา ลดปวด หลับดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง หลังจากประเทศไทยมีนโยบายการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ ปี 2562 โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ผลิตยาสารสกัดกัญชา สนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเป็นต้นแบบในการพัฒนาคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ข้อมูลจากโรงพยาบาลเบื้องต้นพบว่า สารสกัดกัญชาน่าจะมีผลช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยากัญชาในประเทศนั้นยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนและจำหน่ายทั่วไปได้ เนื่องจากยังขาดข้อมูลประสิทธิผลและความปลอดภัยที่ชัดเจน ดังนั้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็น focal point จึงจัดระบบการติดตามผลการรักษาและความปลอดภัย เพื่อประกันคุณภาพการรักษา และเบื้องต้นจากข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย 82 ราย พบว่า ยาสารสกัดกัญชามีผลช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีผลช่วยลดอาการปวด และทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ส่วนในด้านความปลอดภัยพบว่า มีความปลอดภัยดี มีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น ปากแห้ง คอแห้ง เวียนหัว ง่วงน
KTC โชว์กำไรครึ่งปี 2,790 ล้านบาท เล็งปรับโมเดลธุรกิจหวังเติบโตยาว เคทีซี แจ้งผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2563 กำไรสุทธิครึ่งปีแรกตามมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 9 เท่ากับ 2,790 ล้านบาท พอร์ตลูกหนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 8.3% เล็งส่ง “พี่เบิ้ม” กลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกัน รุกตลาดควบคู่สินเชื่อพิโก้และนาโนไฟแนนซ์ ชิงสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมมาตรการภาครัฐช่วยเหลือสมาชิกที่เดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19 โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมสำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินงานของเคทีซีในไตรมาสที่ 2 และครึ่งแรกของปี 2563 ยังคงความสามารถในการหารายได้และการสร้างผลกำไร แม้ว่าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบกับคุณภาพสินทรัพย์และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากเมื่อสถานการณ์โดยทั่วไปดีขึ้นและมีการผ่อนคลายมาตรการลง ผู้บริโภคได้เริ่มปรับตัวก
กระทรวงอุตฯ ผนึก สยามพิวรรธน์ กันตนา จัด “ตลาดนัดดารา” รวมสินค้ายุคใหม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า หนึ่งในบทบาทของ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) นอกจากการส่งเสริมภาคการผลิต คือ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้สามารถดำเนินกิจการได้ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการสร้างรายได้และการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ พบว่า กลุ่มของผู้ประกอบการในธุรกิจสร้างสรรค์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงได้ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิด “ตลาดนัดดารา” เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการจำหน่ายสินค้า จากศิลปินดารา ผู้ทำงานเบื้องหลัง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการสร้างสรรค์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กว่า 200 ร้านค้า นำสินค้าคุณภาพมาจัดจำหน่าย อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ อาหารเครื่องดื่ม รวมผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาจาก กสอ. กิจกรรมตลาดนัดดารา มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคมนี้ เวลา 11.00-19.00 น. ณ รอยัล พารากอน ชั้น 5 สยามพารากอน
รู้ไว้ใช่ว่า! 5 สิ่งที่ SMEs ต้องคิด เพื่อก้าวต่อจาก COVID-19 จากสถานการณ์ COVID-19 ที่กำลังคลี่คลาย SMEs ต้องรับมือและก้าวข้ามไปอย่างแข็งแกร่งที่สุด โดยในการเสวนาออนไลน์ SMEs Exclusive Talk ที่จัดขึ้นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การรับมือและแผนในการก้าวต่อไปของ SMEs ได้ข้อสรุป 5 สิ่งที่เหล่าผู้ประกอบการ SMEs ต้องใช้ในการปรับตัวระหว่างสถานการณ์ รวมถึงใช้ในการวางแผนที่จะก้าวต่อไป 5 สิ่งที่ SMEs ต้องคิด เพื่อก้าวต่อจาก COVID-19 1) ปรับตัวให้ไวพร้อมรับทุกสถานการณ์ 2) เพิ่มช่องทางการขาย กระจายความเสี่ยง 3) จริงใจต่อพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า 4) คำนึงถึงเงินทุนหมุนเวียนสำรอง 5) มุมมองในเชิงบวก 1) ปรับตัวให้ไวพร้อมรับทุกสถานการณ์ แน่นอนว่าธุรกิจส่วนใหญ่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จะได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไปตามรูปแบบธุรกิจ แต่การปรับตัวให้ได้ในทุกสถานการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยสามารถแบ่งได้เป็นการปรับตัวแบบระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้ การปรับตัวระยะสั้น ได้แก่ การนำวัตถุดิบที่มีมาแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าที่เข้ากับสถานการณ์ เช่น การทำหน้ากากอนามัยผ้า การผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ทั้งนี้เพื่อให้ธุ
สธ. ยัน โควิดระลอก 2 ในไทยยังไม่เกิด เผย เตรียมอุปกรณ์และยาไว้รับมืออย่างเต็มที่ เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ กรมการแพทย์ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการแพทย์ทุกสังกัด เตรียมความพร้อมเรื่องเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 แม้ช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในประเทศไทยจะควบคุมได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่จนถึงวันนี้ก็มีเตียงพร้อมรับได้กว่า 20,000 เตียงทั่วประเทศ ยืนยันว่าทางการแพทย์พร้อมรับกับสถานการณ์ระบาดในอนาคต หากเกิดขึ้นจริงก็มีเตียง มีเครื่องมือ ยาต่างๆ พร้อมดูแลอย่างมีคุณภาพ ด้าน นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ อย่างหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (surgical mask) ที่เคยหายากขณะนี้ไทยสามารถผลิตเองในประเทศได้วันละ 3 ล้านชิ้น หน้ากาก N95 สำหรับแพทย์ที่เคยขาดแคลน ตอนนี้ก็มีอยู่กว่า 1.7 ล้านชิ้น ซึ่งสามารถจะดูแลผู้ป่วยได้เกือบ 10,000 เคส ชุด PPE ที่เคยหาไม่ได้ก็ผลิตได้เองในประเทศ แถมเป็นรุ่นที่ซักนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ยาหลายตัวที่นำมาใ
ธ.ก.ส. เปิดโครงการประกันภัยโคเนื้อ ช่วยเกษตรกร ลดเสี่ยงโคเนื้อเจ็บป่วย-ตายจากอุบัติเหตุ เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดทำโครงการประกันภัยโคเนื้อ เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากการตายของโคเนื้อที่เจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่ ในอัตราค่าเบี้ยประกันภัยตัวละ 400 บาท โดยให้ความคุ้มครองการตายจากการเจ็บป่วยของโคเนื้อ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อตัว และการตายจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ และแผ่นดินไหว ไม่เกิน 30,000 บาทต่อตัว ระยะเวลาคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อส่งขายคอกกลาง หรือ 6 เดือนนับจากวันขอเอาประกันภัย สำหรับเงื่อนไขผู้ขอเอาประกันภัย ต้องเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมปศุสัตว์ ด้านโคเนื้อที่ขอเอาประกันภัยต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่พิการ ซึ่งมีผลกับสุขภาวะ ไม่เป็นโรคเรื้อรังและไม่อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล มีอายุไม่เกิน 36 เดือน รวมทั้งขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และ
กรมอุตุฯ เผย ฝนกระหน่ำอีสาน-ตะวันออก กทม.ไม่รอด มีฝนร้อยละ 40 อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เผย มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นละอองในระยะนี้: เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน ดังนั้นการเกิดหรือการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน ไม่มีหรือมีน้อยในช่วงฤดูฝน พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 18 ก.ค.นี้ ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก
กสทช. อนุมัติงบ 132.498 ล้านบาท สนับสนุนสถานพยาบาล-รพ.ภาคสนามเพิ่มอีก 77 แห่ง สู้โควิด-19 เพจ กสทช. เผยแพร่ข่าว นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ได้อนุมัติเงิน 132.498 ล้านบาท สนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐ 77 แห่ง ต่อสู้สถานการณ์ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ 2019 (COVID-19) ดังนี้ 1. โครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ผู้ป่วย COVID-19 ของโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 2.73 ล้านบาท 2. โครงการส่งเสริมความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ กรณีดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม วงเงิน 3.50 ล้านบาท 3. โครงการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อปฏิบัติการต่อสู้ ป้องกันและควบคุม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลพระพุทธบาท จ.สระบุรี วงเงิน 4.30 ล้านบาท 4. โครงการขอสนับสนุนงบประมาณด้านเครื่องมือแพทย์และสิ่งก่อสร้างของโรงพยาบาลกำแพงเพชร วงเงิน 1.60 ล้านบาท 5. โครงการเฝ้าระวังป้อ
กกพ. ไฟเขียว ปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร เดือน ก.ย.-ธ.ค. เหลือ 3.63 บาทต่อหน่วย อ้างอิงจาก ข่าวสด มีรายงานว่า นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.มีมติปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บงวดเดือนก.ย.-ธ.ค.2563 ลงอีก 0.83 สตางค์ต่อหน่วย หรือทำให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ -12.43 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บในบิลค่าไฟของประชาชนในเดือนก.ย.-ธ.ค.2563 ปรับลดเฉลี่ยที่ 3.63 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบัน 3.64 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงก่อนหน้านี้ส่งผลต่องวดปัจจุบัน “แม้ภาวะราคาเชื้อเพลิงจะลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก ทำให้สามารถปรับลดค่าเอฟทีได้ แต่ กกพ.ยังคงต้องประเมินปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นแรงกดดันให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ชัดเจน อาจเป็นปัจจัยลบและเป็
ชลประทาน เล็งใช้เทคโนโลยีกักเก็บน้ำ หลังอุตุฯ คาด ฝนจะตกมากขึ้น แต่น้ำไหลลงเขื่อนน้อย ส่วนลุ่มเจ้าพระยาขอความร่วมมือรอฝนก่อนเพาะปลูกข้าว 5.3 ล้านไร่ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ ช่วงเดือน ก.ค.-กลางเดือน ก.ย.นี้ จะมีฝนตกมากขึ้นทั่วประเทศ กรมชลประทานจึงเตรียมหารือหน่วยงาน ด้านเทคโนโลยีสำรวจทางน้ำ เพื่อร่วมกันกำหนดแผนเร่งด่วนในการเก็บกักน้ำและให้ทุกเขื่อนเตรียมทุกวิธี เพื่อเก็บน้ำไว้ให้ได้มากสุดและให้สำรวจ ประเมินปริมาณน้ำและอุปสรรคที่ทำให้น้ำไม่ไหลเข้าเขื่อน เพราะช่วงที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนยังมีน้อย โดยเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีน้ำไหลเข้าเขื่อนทั่วประเทศ ปริมาณ 39.47 ล้าน ลบ.ม./วัน แต่มีการระบายออกเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่จำเป็น 78.40 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนผลการเพาะปลูกพืชเกษตรตามแผนการผลิตทั่วประเทศ 17.33 ล้านไร่ ณ วันที่ 8 ก.ค. 2563 มีการเพาะปลูกได้ 7.07 ล้านไร่ หรือประมาณ 40% ของแผนฯ แบ่งเป็นแผนการปลูกข้าว 16.79 ล้านไร่ เพาะปลูกได้ 6.972 ล้านไร่ หรือ 41.53% ของแผนฯ พืชไร่และพืชผัก แผนการเพาะปลูก 0.54 ล้านไร่ เ
