เอสเอ็มอี
ของขวัญปีใหม่ 2568 ที่ SMEs ไทย อยากได้จาก รัฐบาล “แพทองธาร” อาจถือเป็นธรรมเนียมปกติไปแล้ว เมื่อวารดิถีขึ้นปีใหม่ เวียนมาอีกครั้ง “ของขวัญปีใหม่” มักเป็น “ตัวแทน” ความปรารถนาดีที่ผู้คนมักมอบให้กัน เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถามไถ่ไปทาง คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ในฐานะประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย ว่าปี 2568 นี้ มีอะไรที่ “ชาว SMEs ไทย” อยากได้จาก รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือไม่ ได้คำตอบแบบไม่ลังเล เป็นการเปิดบทสนทนา “นอกจากคำว่า นโยบาย อยากเห็นมาตรการ วิธีปฏิบัติ และลงมือทำร่วมกันอย่างรวดเร็ว” ก่อนจะระบุต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในหลายด้าน ในปี 2568 นี้ ชาว SMEs มีความต้องการเร่งด่วน 6 ประเด็น หนึ่ง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังมองไม่เห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน นอกเหนือจากเงิน 10,000 บาทที่แจกไป ชาว SMEs อยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดระบบการส่งเสริม และมีฐานข้อมูลในการที่จะรองรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต อยากเห็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะทำให้จังหวัดรอง หรือจังหวัดที่มี GDP ต่ำ มีการ
ดาวเด่น SMEs ปี 2568 อาหารชูอัตลักษณ์ สมุนไพรแปรรูป ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง เอสเอ็มอีดาวเด่น ในปี 2568 ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรื่องของอาหารที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และ Soft Power ทั้ง Food Fashion Festival Fight Film จะมีบทบาทที่จะทวีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่อง BCG ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Bio Economy Circular Economy และ Green Economy จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกลุ่ม BCG จะมีหลายๆ ธุรกิจด้วยกัน อาทิ อาหารนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ออร์แกนิกฟู้ด ฟังก์ชันฟู้ด เมดิคอลฟู้ด สิ่งเหล่านี้เป็น Flagship และมีการเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนการแพทย์มูลค่าสูงด้านความงาม สุขภาพ และศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ประเทศไทยเอง มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีขีดความสามารถสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ส่งผลให้เรื่องของสมุนไพร การแปรรูปสารสกัดสมุนไพร จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง และยังมีอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งเรื่องของ IOT ซอฟต์แวร์ โปรแกรม แอปพลิเคช
“ท็อปส์ ท้องถิ่น” ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ปี ดันยอดขายเอสเอ็มอีโตขึ้น 80% พร้อมแผนขยายตลาดสินค้าไทยสู่ต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาทภายใน 3 ปี วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม ท็อปส์ ท้องถิ่น (Tops Tongtin) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ภายใต้โครงการ Small Act Together ที่มุ่งดูแลฐานราก ผลักดันผู้ผลิต สนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีไทยได้พัฒนาศักยภาพ เสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมไปถึงการยกระดับช่องทางการจำหน่ายสู่โมเดิร์นเทรด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เติบโตไปพร้อมๆ กับท็อปส์ สอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ GDP ของเอสเอ็มอี (SMEs) ไทย เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 35.2% เป็น 40% ได้ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันท็อปส์ ท้องถิ่น แพลตฟอร์มแห่งโอกาสครบรอบ 2 ปี นับเป็นความสำเร็จไปอีกขั้นของท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจฟู้ดรีเทล ที่ได้มีส่
เอพริล เบเกอรี่ ชูกลยุทธ์ มิกซ์แอนด์แมตช์ หวังยอดขาย 7 หมื่นกล่อง/วัน การนำวัตถุดิบที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง มาจับคู่ผสมผสานกัน สร้างสรรค์เป็นสินค้าที่แปลกใหม่ หรือ กลยุทธ์ “มิกซ์แอนด์แมตช์” ถือเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีและอาวุธสำคัญที่หลายๆ กูรูแนะนำให้ SMEs นำไปใช้ เพื่อช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจ เพราะเชื่อว่า จะสามารถช่วยสร้างความแตกต่าง ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย ช่วยขยายฐานลูกค้าไม่ให้จำกัดเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รวมถึงยังช่วยสร้างการจดจำในแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมี SMEs หลายแบรนด์ นำกลยุทธ์ “มิกซ์แอนด์แมตช์” มาใช้จนเกิดเป็นรูปธรรม เอพริล เบเกอรี่ (April’s Bakery) แบรนด์ SMEs ชื่อดังที่เคย “คิดนอกกรอบ” ด้วยการนำขนมเปี๊ยะมามิกซ์แอนด์แมตช์กับพาย พร้อมปรับสูตรไส้เฉพาะตัวขึ้นมาจนสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ล่าสุดมาได้ออกสินค้าใหม่ “โมจิลาวา ชาเอิร์ลเกรย์” ที่นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าชิ้นมาสเตอร์พีซ คุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหา ฟู้ด อินดัสทรีส์ ประเทศไทย จำกัด เจ้าของ “Apri
ค้าปลีกใหญ่ พร้อมเปย์ เติมความรู้ SMEs สู่ความสำเร็จไปด้วยกัน คุณจุฑามาศ วิภากรวิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์ศูนย์การค้าและการพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ “SMEs มีดี 30 ปี โลตัส พร้อมเปย์” ว่า เนื่องในโอกาสที่โลตัสมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมายาวนานถึง 30 ปี จึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าว ภายใต้แนวคิด โลตัสครบรอบ 30 ปี ขอบคุณจากใจ โดยเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเติมความรู้เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการรอบทิศ ในรูปแบบเชิงปฏิบัติการและเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้นจำนวน 30 ชั่วโมง ประกอบด้วย เทคนิคการบริหาร การตลาดเชิงรุก การบัญชี การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ ด้วยทัพวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายสาขา โครงการ SMEs มีดี 30 ปี โลตัส พร้อมเปย์ นี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 131 กิจการ และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 กิจการ ซึ่งกระบวนการในการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ คณะกรรมการได้พิจารณา
เด็กไทยเจ๋ง สร้าง AI Chatbot รวบรวมคลังความรู้ ตอบคำถาม SMEs ความเป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด หรือ Digital Native น่าจะถือเป็น “อาวุธสำคัญ” ของเหล่าเยาวชนในยุคปัจจุบัน ที่สามารถเรียนรู้และสร้างสรรค์ไอเดียการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่การแก้ปัญหาในวงการต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับน้องๆ Tech Talent ระดับ ม.ปลาย อาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1-2 จากค่าย Creative AI Camp by CP All ครั้งที่ 7 ที่แม้ในค่ายปีนี้ จะได้โจทย์การสร้างสรรค์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ค่อนข้างเฉพาะทาง อาทิ กลุ่มตรวจจับความผิดปกติ (Anomaly Detection) กลุ่ม Computer Vision กลุ่ม Data Visualization กลุ่มการพยากรณ์ (Forecasting) กลุ่มการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานสุดท้าทายที่แก้ Pain Point จริงให้ภาคธุรกิจ แต่หลังจากผ่านการเรียนรู้และทำงานร่วมกับ Mentor, Junior Mentor และ ตัวแทน BU ต่างๆ และพันธมิตรอย่างเข้มข้น น้องๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานสุดว้าวออกมาได้ สำหรับผลงานที่โดนใจคณะกรรมการทั้งไทย จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และคว้าชัยชนะในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กับทีม AI for Budget For
แม็คโคร-โลตัส หนุนเอสเอ็มอี เกษตรกร สร้างเงินหมุนเวียนกว่าหมื่นล้าน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ชู “แม็คโคร-โลตัส” ร่วมโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” เปิดพื้นที่ขายฟรีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ ‘โลตัส’ ทุกภูมิภาค ควบคู่การรับซื้อผลิตผลจากเกษตรกรกว่า 200,000 ตัน พร้อมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าช่วยค่าครองชีพประชาชนกว่า 8,000 รายการ ที่แม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าว Kick Off เปิดตัว “โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ กรรมการ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมงาน พร้อมนำบริษัทฯ ออกบูธแสดงสินค้าภายในงาน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมเดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสาขากว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ของแม็คโคร-โลตัส โดยบริษัทฯ มุ่งสนับสนุน
ทำแบบเดิม คงไม่รอด ขนมหวานยุคใหม่ “ปรับตัว” คือ กุญแจไขสู่ความสำเร็จ คงไม่ผิดหากจะบอกว่า “ความสามารถในการปรับตัว” คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ เพราะโลกมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจ หากธุรกิจรู้จักปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับตัวสินค้า กระตุ้นยอดขาย และช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต ไม่เว้นแม้กระทั่งสินค้าขนมไทย ที่ยังต้อง ปรับสูตร ปรับรสชาติ ปรับแพ็กเกจจิ้ง เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้ตลาด ปรับตัวให้เข้ากับ Insight ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ อย่างเช่น 4 สินค้าใหม่ จาก 3 SMEs ระดับท็อปในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในวันนี้ ที่ผ่านการศึกษา Insight ผ่านการปรับเปลี่ยนหลายๆ ด้าน ให้น่ารับประทาน ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ยิ่งขึ้น เปียกปูนกะทิสด : แพ็กเกจจิ้งถ่ายรูปสวย-Sizing ทานง่าย ตอบโจทย์ Gen Z หลายคนอาจเคยรับประทาน “เปียกปูนกะทิสด” ของบริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม “แม่สุนีย์ ขนมไทย” ที่เคยวางจำหน่ายในรูปแบบถาด 4 ช่องภายใต้แบรน
มิจฉาชีพ ไม่แผ่ว ลามร้านสะดวกซื้อ หลอก SMEs อยากมีที่ขายสินค้า ที่ผ่านมา แม้จะมีการออกมาเตือนภัยจาก “มิจฉาชีพ” ทุกรูปแบบ อยู่เป็นระยะ แต่การ “อาละวาดอย่างหนัก” ของสารพัดแก๊ง ยังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เรียกว่า ลามไปทุกวงการ กระทั่งชาว SMEs ก็ไม่รอด ล่าสุด ปรากฏมีเพจปลอม จำนวนมาก ตั้งชื่อให้คล้ายกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เจ้าของร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดัง ก่อนทำแบนเนอร์ ระบุข้อความชักชวนให้บรรดาผู้ประกอบการน้อยใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ต้องการนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดัง โดยระบุทำนองขอแค่มีสินค้า ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งกับร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศได้ เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อ กดไลก์ และคอมเมนต์ว่า สนใจ เพจปลอมดังกล่าว ก็จะทำงานผ่านช่องทาง อินบ็อกซ์ ทันที ดังตัวอย่าง เหยื่อ : ขอข้อมูลเพิ่มเติม ค่ะ เพจปลอม : ขณะนี้ทางบริษัทเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งของทาง 7-11 เพื่อผลักดันสินค้าใหม่ๆ เข้ามาให้กับผู้บริโภคได้เลือกซื้อยิ่งขึ้นค่ะ คุณพี่ติดต่อมาเพื่อจะนำสินค้ามานำเสนอขายใน 7-11 ใช่ไหมคะ เหยื่อ : ใช่ค่ะ เพจปลอม : ไม่ทราบว่าคุณพี่สะดวกให้ทางฝ่ายบริการแจ้งข้อมูลไหมคะ เหยื่อ : ส่ง
SMEs ไทย ต้องไม่หยุดนิ่ง นำนวัตกรรมงานวิจัย สร้างความแตกต่าง การสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้า ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม เมื่อสินค้าแตกต่างจากคู่แข่ง ผู้บริโภคจะรับรู้ถึงคุณค่าเฉพาะตัวของสินค้า ทำให้เกิดความสนใจและต้องการซื้อสินค้า นำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ความแตกต่างที่ชัดเจนจะช่วยให้แบรนด์มีความโดดเด่น เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดการทดลอง และเมื่อถูกใจก็กลับมาซื้อซ้ำและแนะนำต่อ สร้างการเติบโตในระยะยาว หนึ่งในปัจจัยหลักที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้าคือ “นวัตกรรมและงานวิจัยด้านการตลาด” ที่เมื่อนำมาผสมผสานกัน จะทำให้สินค้าธรรมดาๆ กลายเป็นสินค้าไม่ธรรมดาได้ในทันที เช่น SMEs 3 ราย ได้แก่ บริษัท บราวน์โว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตขนมไทยแนวคิดใหม่แบรนด์ “BrownVo” บริษัท ฟูลเกิ้ล จำกัด ผู้ผลิตธัญพืชอบกรอบแบรนด์ “โอพัพ” และบริษัท ลิลลี่อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวแบรนด์ “ถั่วเขาช่อง” ที่นำนวัตกรรมและงานวิจัยด้านการตลาดมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ล่าสุดสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับท
