แฟรนไชส์
ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยหัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือต้องมีการวางระบบที่ดี มีมาตรฐาน ทำให้คนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน ไม่ต้องลองผิดลองถูก ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเหมือนการเน้นขยายเร็ว ตามเทรนด์ แต่กูรูส่วนใหญ่มองว่า ปี 2026 นี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาของการตามกระแสอีกต่อไป แต่ต้องมีการคัดกรองกันอย่างจริงจัง “แฟรนไชส์ที่มีแต่เรื่องเล่า จะเหนื่อยขึ้น และแฟรนไชส์ที่มีระบบชัดเจน จะอยู่ได้อย่างมั่นคง” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของเมืองไทย เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2026 ตั้งแต่ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ธุรกิจเสือนอนกิน ไปจนถึงบริการเฉพาะทาง อนาคตแฟรนไชส์ในปี 2026 เริ่มกันที่ ‘แฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มของจีน’ โดยเฉพาะแบรนด์ราคาประหยัด อย่าง Mixue หรือแบรนด์กลุ่มเดียวกันจะยังไม่หายไป แต่จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามธรรมชาติ สาขาในทำเลเกรด C ที่ต้องพึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลนี้ต้องพึ่งพาทราฟฟิกมากกว่าความภักดีของลูกค้า สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B
เริ่มต้นปี 2569 หลายคนตั้งเป้าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เลยรวบรวมแฟรนไชส์น่าสนใจ สำหรับคนอยากเริ่มทำธุรกิจ ที่คัดมาเฉพาะแบรนด์อาหารที่กำลังมาแรงในปี 2569 มีแบรนด์ไหนน่าลงทุนบ้าง ไปดูกันเลย BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แฟรนไชส์ลูกชิ้นน้ำจิ้มฟองดู จุดเริ่มต้นเกิดจาก คุณโอม-มณฑล ทองคำ ผู้ที่อยากวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาววัย 3 ขวบ เขาจึงสร้างธุรกิจ “แฟรนไชส์เบบี้ชิ้น” ที่ใช้รูปแบบสตรีตฟู้ดราคาไม่แพง เริ่มต้น 10 บาท ยึดหลักที่ว่า “ลูกค้ารอด พวกเรารอด” ปัจจุบัน มีทั้งหมด 4 สาขา และตั้งเป้าว่าในปี 2569 จะเติบโตไปจนถึง 100 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างๆ ทำเลที่แนะนำ ตลาดนัด, สถานศึกษา, สำนักงานออฟฟิศ, ห้างสรรพสินค้า หรือบริเวณใกล้รถไฟฟ้าต่างๆ รูปแบบการลงทุน สิ่งที่ได้รับ ช่องทางการติดต่อ Facebook : เบบี้ชิ้น เบอร์ : 096-536-3961 Bean Bean ถั่วปั่นเพื่อสุขภาพ แฟรนไชส์ถั่วปั่นเพื่อสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นมาจากคุณแม่เป็นคนชอบทานถั่วปั่น จึงพัฒนาสูตรและลองทำกันเองในครอบครัว จนเกิดเป็น “Bean Bean ถั่วปั่นเพื่อสุขภา
หากช่วงปี 2024–2025 คือเวลาที่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยถูกคลื่นกระแสซัดเข้ามาพร้อมกันหลายระลอก ว่ากันว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่น้ำเริ่มลด และ “ภาพจริง” ของตลาดจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น ใครว่ายน้ำเป็น จะยังยืนอยู่ ใครแค่ลอยตามกระแส จะเริ่มเห็นขอบสระ ปีหน้า จึงไม่ใช่ช่วงเวลาของการเติบโตแบบหวือหวา แต่เป็นช่วงเวลาของการ “คัดกรอง” อย่างจริงจัง … อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ฉายภาพทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เป็นสื่อกลางถ่ายทอดในโอกาสนี้ ว่า ในปี 2026 แฟรนไชส์จากจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มราคาประหยัดอย่าง Mixue หรือแบรนด์ในแนวเดียวกัน จะยังไม่หายไปจากตลาดไทย แต่ภาพที่เห็นชัดขึ้น คือการ “หดตัวอย่างมีรูปแบบ” กล่าวคือ สาขาที่อยู่ในทำเลเกรด C หรือทำเลที่พึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลลักษณะนี้ อยู่ได้จาก “ปริมาณและทราฟฟิก” มากกว่า “ความภักดีของลูกค้า” เมื่อค่าเช่า ค่าแรง และการแข่งขันเพิ่มขึ้น สาขาที่ไม่มีทราฟฟิกจริงจะรับแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B ซึ่งมีทราฟฟิกสม่ำเสมอ และยังสามารถแบกรับต้นทุนไ
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ เมื่อหาดใหญ่ เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภาพที่เห็นไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อถนนและร้านค้า แต่เป็นบททดสอบโดยตรงของระบบ “แฟรนไชส์ไทย” ว่ามีความพร้อมเพียงใดในโลกที่เหตุการณ์สุดขั้วเกิดถี่ขึ้นทุกปี แฟรนไชส์ ไม่ได้วัดกันในวันที่ยอดขายดี แต่วัดกันในวันที่ธุรกิจหยุดทำงาน และวัดกันที่ระบบสามารถประคองผู้ประกอบการรายย่อยได้มากน้อยแค่ไหน น้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนความจริง : ระบบ คือ หัวใจของแฟรนไชส์ เมื่อเมืองถูกน้ำปิดล้อม ระบบโลจิสติกส์หยุดชะงัก พนักงานเดินทางไม่ได้ วัตถุดิบเข้าร้านไม่ได้ และแฟรนไชซีต้องตัดสินใจต่อเนื่องในทุกนาที ควรปิดร้านไหม ควรย้ายของหรือไม่ หรือควรติดต่อใครเพื่อประสานความช่วยเหลือ ระบบ คือสิ่งที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที ในประสบการณ์ของผู้เขียน ที่เคยผ่านทั้งเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่รอบก่อนและสึนามิที่ภูเก็ต พบว่าแบรนด์ที่มีระบบรองรับครบถ้วนจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าและลดความเสียหายทั้งเชิงธุรกิจและจิตใจของแฟรนไชซีได้ชัดเจนขึ้นมาก ประสบการณ์จริง : การเดินทางไปเยียวยาจิตใจแฟรนไชซีด้วยตัวเอง ระหว่างวิกฤต ผู้ประกอบการรายย่อย เผชิญความกดดันอย่างหน
ใครกำลังมองหาธุรกิจแฟรนไชส์ลงทุนก่อนหมดปี! “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอแนะนำ 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนประจำเดือนพฤศจิกายน ที่คัดมาแล้วว่าน่าสนใจ สามารถลงทุนได้ในงบเริ่มต้นเพียงหลักหมื่น มีทั้งของหวาน เครื่องดื่ม ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย เสน่ห์ทองม้วน แฟรนไชส์ทองม้วน ขนมไทยรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ทองม้วนกรอบห่อสด” เป็นการผสมผสานระหว่างทองม้วนกรอบและทองม้วนสด ทำให้ได้เทกซ์เจอร์กรอบและนุ่ม เต็มไปด้วยมะพร้าวอ่อน หวานมันกำลังดี มีให้เลือกหลายไส้ นอกจากนี้ ยังเป็นขนมที่ทานได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย รูปแบบการลงทุน แพ็กเกจ A : ราคา 25,900 บาท (ป้ายพร้อมโลโก้, สแตนดี้, อุปกรณ์ทำขนม ฯลฯ) แพ็กเกจ B : ราคา 79,000 บาท (คีออส เตาทองม้วนไฟฟ้า, อุปกรณ์ทำขนม ฯลฯ) อุปกรณ์ที่ได้รับ – รายการวัตถุดิบพร้อมเปิดร้าน – อุปกรณ์ของแถมครบชุดพร้อมขาย – คู่มือปฏิบัติการร้านค้า – อบรมขั้นตอนการทำงานแบบส่วนตัว – ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี รายเดือน หรือหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย ช่องทางการติดต่อ Facebook : เสน่ห์ทองม้วน .𝑺𝒂𝒏𝒆𝒉 𝒕𝒐𝒏𝒈
จากพนักงานธนาคาร สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “ปังก้อนทอง” สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน หากพูดถึงขนมปังปิ้งที่มีราคาไม่แพงมาก หาซื้อกินได้ง่าย ชื่อ “ปังก้อนทอง” ต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ขายในราคาที่ถูก ชิ้นละ 25 บาท และรสชาติอร่อย อีกทั้งยังต่อยอดมาขายแฟรนไชส์จนทำรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ล้านกว่าบาท คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ได้เปิดเผยเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของคุณกอล์ฟ เดิมทีเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มาทำอีกหลายอาชีพ และสุดท้ายผันตัวมาทำเบเกอรี่ และต่อยอดมาเป็นร้านปังก้อนทอง “กว่าคนที่จะซื้อเค้กก่อนหนึ่งได้ มันนาน หากเราเปลี่ยนเค้กเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใกล้เคียงกัน และคนสามารถบริโภคได้ทุกวัน ขนมปังสังขยาเลยผุดขึ้นมาในหัว แต่ว่าเราจะทำขนมปังสังขยาอย่างไรให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น” คุณกอล์ฟ เล่า จากนั้นเขาจึงเริ่มมีการลองผิดลองถูก นำขนมปังมาสอดไส้ต่างๆ และนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ จนเกิด
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร“ โครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ (DBD Franchise Standard 2025)” มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี โดยปีนี้ มีธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 42 แบรนด์ทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ “ร้านน้ำเต้าหู้โต้ว” ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ประจำปี สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพ การบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย คุณอมร อำไพรุ่งเรือง CEO บริษัท โต้ว แปลว่า ถั่ว จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติยศของทีมงานโต้วทุกคน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของเราที่จะยกระดับแฟรนไชส์ไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า ระบบบริหารจัดการ และความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคและแฟรนไชซี เราจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้แบรนด์ไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิใจในเวทีโลก “โต้ว เป็นแฟรนไชส์เครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 60 สาขาทั่ว
ใครที่กำลังมองหาแฟรนไชส์น่าลงทุนเดือนตุลาคมนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวม 8 แฟรนไชส์ขายดี ใช้พื้นที่ไม่เยอะ เหมาะกับทำเลใกล้สถานศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย, ศูนย์การค้า, ตลาดนัด, หน้าร้านสะดวกซื้อ ลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ คืนทุนไว กำไรดี Alls Bubble Tea (ออลส์ บับเบิ้ล ที) Alls Bubble Tea แฟรนไชส์ชานมไข่มุกที่ก่อตั้งเมื่อปี 2567 ภายใต้ บริษัท คาเฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยึดถือในเรื่องคุณภาพและรสชาติ รวมถึงการบริการที่ดี โดยมีเมนูหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ, อิตาเลียนโซดา, นมสด, ชาไทย, ชานมไต้หวัน ฯลฯ ราคาเริ่มต้นแก้วละ 29 บาท เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้ง เช่น ปั๊มน้ำมัน คอมมูนิตี้มอลล์ เป็นต้น หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นขายแบบไม่มีหน้าร้าน ขายเฉพาะดีลิเวอรี หรือเหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าร้านที่ขายอาหาร/เบเกอรี่อยู่แล้ว รูปแบบการลงทุน Package 1 : ราคา 39,000 บาท (เฉพาะวัตถุดิบและอุปกรณ์ สำหรับมีพื้นที่แล้ว) Package 2 : ราคา 59,000 บาท (เคาน์เตอร์ เหมาะกับพื้นที่ในร่ม) Package 3 : ราคา 89,000-250,000 บาท (คีออส ตามพื้นที่กลางแจ้ง) Package 4 : ราค
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมาในวงกว้าง แต่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรม คือ “ภาคธุรกิจแฟรนไชส์ไทยต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล ในรูปแบบใด” หลายปีที่ผ่านมา แฟรนไชส์ไทย เติบโตด้วยแรงของผู้ประกอบการล้วนๆ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล็กๆ ต้องเรียนรู้เอง ขยายเอง ดูแลแฟรนไชซีเอง และแข่งขันกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศที่มีเครื่องจักรสนับสนุนครบทุกด้านจากประเทศแม่ เมื่อถึงเวลาที่ “รัฐบาลใหม่” กำลังจะวางนโยบาย ผมในฐานะผู้เฝ้ามองวงการแฟรนไชส์ใกล้ชิด อยากขอนำเสนอ 5 เสาหลัก ที่ “รัฐบาลใหม่” ควรสร้าง เพื่อให้ “ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่รอดเป็นรายๆ ไป” มีดังนี้ หนึ่ง – มีกฎหมายแฟรนไชส์ที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย ปัจจุบัน แฟรนไชส์ในไทยยังใช้กฎหมายทั่วไป เช่น พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และ พ.ร.บ.สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่เพียงพอจะคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยที่มักไม่มีอำนาจต่อรอง การมี “กฎหมายแฟรนไชส์โดยเฉพาะ” จะไม่ใช่การสร้างภาระให้ผู้ประกอ
ก้าวเข้าสู่เดือนกันยายน…สำหรับใครที่กำลังมองหาธุรกิจน่าลงทุน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวม 6 แฟรนไชส์อาหาร-เครื่องดื่มมาแรง ลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักหมื่น เหมาะกับผู้เริ่มต้นธุรกิจไม่ว่าจะเป็นของหวานหรือของคาว ล้วนตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคยุคนี้ คืนทุนไว กำไรดี ทำได้ทั้งขายหน้าร้านและออนไลน์ โอกาสสร้างรายได้ใหม่ที่ไม่ควรพลาดในเดือนนี้โดยเฉพาะ กล้วยยิ้ม วาฟเฟิล ร้านขนมหวานที่เน้นเมนูวอฟเฟิลร้อนๆ กลิ่นหอมกรุ่น ก่อตั้งโดย คุณยุทธ-ชายยุทธ แซ่เม้า ในปี พ.ศ. 2567 เป็นธุรกิจที่ขายเมนูของหวานรสชาติหวานนุ่ม หอมละมุน กินง่าย พร้อมไส้ที่หลากหลาย เช่น วานิลลา ส้ม กล้วยหอม เผือก และทีเด็ดที่ทุกคนต้องลองกับไส้ ชีสยืด ที่ราคาไม่แพง เริ่มต้นเพียง 15 บาทเท่านั้น ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มเข้าถึงง่าย ด้วยความเป็นขนมหวานกินง่าย ราคาไม่แพง การเลือกทำเลสำหรับร้านจึงมีความสำคัญมาก โดยร้านกล้วยยิ้ม วาฟเฟิล เหมาะกับทำเลที่มีคนพลุกพล่าน และมีลูกค้าหลากหลายกลุ่ม เช่น บริเวณสถานศึกษา ตลาดนัด และห้างสรรพสินค้า รูปแบบการลงทุน Package Kiosk ราคา : 12,990 บาท เหมาะกับขนาดพื้นที่ : 4 ตร.ม. Package Kiosk ราคา : 16,
