โควิด-19
อย่าปล่อยให้เราดิ้นกันเอง! ร้านอาหาร เสนอ 6 แนวทาง อยากให้รัฐรับฟัง นอกจากเปิดร้านอาหาร “Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู” แล้ว คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ยังเปิดเพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการร้านอาหารจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง โดยเมื่อวานนี้ (5 พ.ค. 2564) เพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ ได้โพสต์วิดีโอ “จากใจร้านอาหารถึงภาครัฐ” บอกเล่าถึงผลกระทบของร้านอาหารตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งร้านอาหารสามารถปรับตัวได้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบัน การแก้ปัญหาของภาครัฐยังคงเหมือนเดิม และไม่มีมาตรการที่ดีกว่าการสั่ง ห้ามนั่งทานที่ร้านโดยไม่แจ้งล่วงหน้า บอกวันนี้ปิดพรุ่งนี้ สุดท้ายคนที่ต้องแบกรับปัญหาก็คือร้านอาหาร หากถึงขั้นร้ายแรงก็อาจจะทำให้ร้านต้องปิดตัวลง ถ้าหากภาครัฐยังคงแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้อยู่ ในช่วงหนึ่งของวิดีโอ คุณต่อ-ธนพงศ์ ได้เสนอแนวทางถึงภาครัฐ สำหรับร้านอาหาร เพื่อหวังเป็นกระบอกเสียงให้กับเอสเอ็มอีคนอื่นๆ ระบุว่า 1. ช่วยเยียวยาพนักงาน ธุรกิจร้านอาหารขับเคลื่อนด้วยการใช้แรงงานคน เมื่อหน้าร้านขายไม่ได้ ร้านไม่สามารถโยกคนทั้งหมด หรือ
เพราะยุคนี้พึ่งคนอื่นมันยาก คนคิดนอกกรอบจะอยู่รอด ไรเดอร์สาวจึงควบสองเปิดร้านอาหารออนไลน์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณทราย-ดาริสา ธรรมสถิร วัย 38 ปี สาวเปรี้ยวที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ผันตัวมาจับจักรยานรับงานอิสระ หรือ การเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร อีกครั้ง เธอเล่าว่า ในช่วงนี้อาชีพส่งอาหารกำลังได้รับความนิยม แม้จะอยู่ในช่วงการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ก็ยังถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ได้ดี ดีจนเธอเองต้องพักการรับออร์เดอร์ไปถึง 2 เดือน เพราะปั่นจักรยานรับออร์เดอร์จนกล้ามเนื้อขาอักเสบ! สาวดีลิเวอรี่ เปิดใจ ทำงาน “ช่วงโควิด” ต้องลงทุน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและลูกค้า และด้วยความที่เป็นคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารสไตล์โฮมเมดขึ้น เพื่อหารายได้ระหว่างหยุดพักฟื้น ทำให้ปัจจุบันนี้ เธอมีรายรับทั้ง 2 ทาง คือการทำอาหารขาย และเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร แต่การมีรายได้ทั้ง 2 ทางนี้ ใช่ว่าจะรุ่งทั้งคู่ เพราะการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ก็ทำให้คนหันมาขายอาหารออนไลน์กันเพิ่มขึ้น แต่คนซื้อกลับมีจำนวนเท่าเดิม “ไรเดอร์ส่งอาหารก็ยังทำอยู่ค่ะ ส่วนร้านอาหารออนไลน์ก็ใช้เวลาช่วงเย็นมาทำ เ
เปิดแนวทาง การกำจัดขยะมูลฝอยในครัวเรือน ลดเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อโควิด เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนหนึ่งถึง แนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือนหรือชุมชน กรณีพบผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดการเกิดมูลฝอยติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด–19 นั้น หากในพื้นที่ระบบการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ใช้วิธีการดังนี้ 1) เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ถุงใบแรกที่บรรจุมูลฝอยติดเชื้อ ให้ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น แล้วฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อ (สารโซเดียมไฮโปรคลอไรท์ 5,000 ppm หรือแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์) บริเวณปากถุงแล้วซ้อนด้วยถุงขยะอีก 1 ชั้น แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง 2) เคลื่อนย้ายไปพักยังที่พักที่จัดไว้เฉพาะ เพื่อรอประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเก็บขนไปกำจัดอย่างถูกต้อง 3) ภายหลังจัดการมูลฝอยแล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที สำหรับประชาชนทั่วไปหากต้องทิ้งหน้ากากอนามัย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 3.1 เร
ดันดีลิเวอรี่ยังไงก็ตาย…เพราะสุดท้ายตัวกลางที่เป็นขนส่ง ก็ต้องการกำไรเพื่อรักษาตัวเอง ผ่านมาแล้ว 1 ปีกว่า ที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 หลายธุรกิจล้มหายตายจาก หลายธุรกิจเกิดใหม่ และอีกหลายธุรกิจที่พยายามปรับตัวให้อยู่รอด ซึ่ง โควิด ไรเดอร์ บริการวิ่งเหมาส่งอาหาร ของ คุณตี้-ธนกร ดำรงวิริยาเวทย์ เอง ก็พยายามประคองตัว รอจนถึงวันที่การค้าขายจะกลับมาปกติดังเดิม ธุรกิจสวนกระแส! “โควิด ไรเดอร์” บริการวิ่งเหมาส่งอาหาร รายได้ดี ไม่ต้องเสียค่าสมัคร แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังฝัน เพราะเมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมา เกิดการระบาดระลอกใหญ่ขึ้นมาอีก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงได้พูดคุยถามไถ่กันอีกครั้ง คุณตี้ เปิดใจว่า ปัจจุบัน โควิด ไรเดอร์ ยังเปิดวิ่งให้บริการเฉพาะลูกค้าในกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน อยู่เรื่อยๆ โดยมีพนักงานในความดูแล 27 คน ซึ่งธุรกิจถือว่าไปได้ดี และคิดว่าแนวโน้มของธุรกิจประเภทดีลิเวอรี่ยังไปต่อได้ หากมีการจัดการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านที่ดี อีกทั้งตนเน้นลูกค้าที่เป็นฐานลูกค้าเก่าเสียเป็นส่วนมาก จึงทำให้สามารถให้บริการไปได้เรื่อยๆ ส่วนมาตรการรัฐที่ออกมา อาท
ครม. อนุมัติงบหมื่นล้าน มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด ให้ผู้มีรายได้ประจำ-อาชีพอิสระ-เกษตรกร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม. เห็นชอบมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยอนุมัติวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ ผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร ที่ได้ผลกระทบจากโควิด-19 โดยต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุครบ 20 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ที่มีรายได้จากภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่ง ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน แห่งละ 10,000 ล้านบาท รวม 20,000 ล้านบาท เพื่อให้วงเงินสินเชื่อไม่เกินรายละ 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักประกัน พร้อมปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก NPLs ร้อยละ 100 สำหรับ NPLs ที่ไม่เกินร้อยละ 50 ของสินเ
ครม. เคาะ เพิ่มเงิน เราชนะ-ม.33 เรารักกัน-แจก E-Voucher สูงสุดไม่เกิน 7 พัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน โครงการ “เราชนะ” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้การใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ โครงการ “ม.33 เรารักกัน” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่เหลืออยู่ ได้แก่ 1. มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ในกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเดือนละ 20
เปิดเงื่อนไข มาตรการ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ช่วยประชาชน ใครได้สิทธิบ้าง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน ลดค่าน้ำค่าไฟฟ้า หรือมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยให้ความช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ตามมาตรการเดิมที่ได้ดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2564 โดยให้มีผลในรอบบิลเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน 2564 สำหรับรายละเอียดของผู้ที่จะได้รับสิทธิในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น เสนอให้สิทธิค่าไฟฟ้าสําหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก มีรายละเอียดดังนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก 2. ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า สำหรับหน่วยการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ ใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริง กรณีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งค่าไฟฟ้า เดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ ดังนี้ สําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเ
ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้ ช่วย SMEs เกษตร ฝ่าวิกฤต คุณธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เกษตร และสถาบันเกษตรกร ผ่าน 2 มาตรการ ดังนี้ 1) มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยเติมวงเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยลูกค้าเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยให้นับรวมวงเงิน Soft Loan เดิมที่เคยได้รับ
เฮ! ครม. เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 แจกเงิน คนละ 3,000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ มาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” คนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท ระยะเวลา เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงยังมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนที่มีเงินออมอยู่ ให้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ “มาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว กดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ที่มา ประ
แกร็บ คุมเข้ม คนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ หากพบติดโควิด สั่งหยุดงาน จ่ายเงินชดเชย จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความในโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับคนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ แกร็บ ประเทศไทย ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้มีมาตรการดูแลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของพาร์ตเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารและพัสดุอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเมื่อได้รับการติดต่อจากพาร์ตเนอร์คนขับว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บริษัทฯ จะทำการระงับสัญญาณทันที และจะร่วมมืออย่างเต็มที่กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลัง รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการเปิดระบบกลับมาอีกครั้ง หากได้รับเอกสารยืนยันผลการตรวจเป็นลบเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ พาร์ตเนอร์ยังสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อรับเงินชดเชย ซึ่งครอบคลุมถึงค่าตรวจโรคโควิด-19 มูลค่า 500 บาท เงินชดเชยรายได้ 2,000 บาทใ
