Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

ก่อนบุกตลาดจีนต้องรู้สิ่งนี้! เจาะอินไซต์คนจีนแบบ “รู้เขารู้เรา” ทั้งเมืองฮิต-ของที่ชอบ-แพลตฟอร์มที่ใช้ 

จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์

ดร.เฟิร์นแชร์กลยุทธ์การเจาะตลาดจีน ต้องเริ่มต้นจาก “รู้เขารู้เรา” เพราะจีนมีเป็นร้อยๆ เมือง จึงต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย เมืองไหนเชื่อว่าสินค้าไทยดีมีคุณภาพ และเมืองไหนที่พูดคำว่าสินค้าไทยไปแล้วรู้จัก 

ซึ่งมีวิธีการเช็กคือ ให้ดู “Direct Flight” ที่เข้าเมืองไทยเยอะที่สุด อันดับหนึ่ง คือ เซี่ยงไฮ้ รองลงมาคือ กว่างโจว ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู เมืองนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ มีความ Work Life Balance มากที่สุดในจีน 

ลึกไปกว่านั้นต้องดูว่า “ผู้คนแต่ละเมืองชอบอะไร” ปักกิ่งชื่นชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบกินน้ำชาไปด้วยคุยการค้าไปด้วย เลยชอบซื้อผลไม้ของไทยเพื่อเอาไปกินกับน้ำชา, ฉงชิ่งและเฉิงตูชื่นชอบสกินแคร์และสินค้าเกี่ยวกับความงาม และมณฑลชานตงชอบบริโภคน้ำมะพร้าวมากที่สุด 

ต่อมาคือ “การแกะรอย” นักท่องเที่ยวจีน ดร.เฟิร์นเปิดอินไซต์ Route Tour ของคนจีนว่าชอบไปเที่ยวรอบพระบรมมหาราชวัง, ไอคอนสยาม, วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, ศาลพระพรหมเอราวัณ, สยาม, สกาย วอล์ก ป้ายที่เขียนว่า “กรุงเทพ-Bangkok” เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของคนจีนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ครั้งแรก คล้ายกับป้ายกูลิโกะของญี่ปุ่น

ตามด้วย บรรทัดทอง ช่วงครึ่งปีก่อนเจ๊ง ไม่มีใครไป แต่ตอนนี้กลับมาคึกคักแล้ว, สนามยิงปืนกรุงเทพฯ คนจีนชอบไปถ่ายภาพโชว์ไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่สามารถทำในจีนได้, พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, เมืองโบราณ, บางปู คนจีนไปเพราะคนไทยไม่เที่ยวแล้ว, เทอร์มินอล อโศก, เอ็มสเฟียร์, เอ็มควอเทียร์ และปิดท้ายที่คิงพาวเวอร์ มหานคร 

ส่วนคนจีนที่ “มาเที่ยวเอง” ชอบไปเดินเซ็นทรัลเวิลด์และบิ๊กซี เพื่อซื้อของแพ็กส่งกลับประเทศ, สยามพารากอน, บรรทัดทอง, ล่าสุดคนจีนเสิร์ชหาร้านลับกรุงเทพฯ เพราะอยากไปในที่ที่คนจีนไม่ไป ซึ่ง “ทรงวาด” ติดอันดับหนึ่ง

“คนจีนชอบไป เซเว่นฯ ไม่ได้ไปซื้อของกิน แต่ซื้อสกินแคร์ จนเกิดเทรนด์เป็นคนจีนมาไทยแบบไม่พกอะไรเลย เพราะมาซื้อที่มาร์กหน้า ครีม ยาสระผม ซื้อทุกอย่างในเซเว่นฯ แล้วกลับไปลองใช้ทุกวัน ได้เปลี่ยนยี่ห้อสกินแคร์ไปเรื่อยๆ ถ้าใช้อะไรแล้วดี วันสุดท้ายเขาจะโกยกลับบ้าน”

“คนจีนไปบิ๊กซีซื้อของฝาก พวกมะม่วงแห้งหรือของชิ้นใหญ่ขึ้น ไปอีฟแอนด์บอยซื้อเครื่องสำอาง เพราะเขาชอบของไทย ลิปสติกแท่งละ 69 บาท 99 บาท แพ็กเกจจิ้งก็ดี”

ดร.เฟิร์นแนะนำอีกว่าสินค้าของคุณต้อง “เสิร์ชแล้วมีคำศัพท์ในจีน” เพราะถ้าไม่มีคำศัพท์ในจีน “อย่าทำ มันเหนื่อย” เช่น มะระขี้นก อยากทำสมุนไพรมะระขี้นกไปจีน ถ้าคนจีนไม่รู้จักก็ยากที่จะทำตลาดให้ดัง จึงอย่าไปสร้างกระแสน้ำใหม่ 

ที่สำคัญ “อย่าลืมดูคู่แข่งในจีน” และ “คู่แข่งในไทย” ถ้ามีให้สร้างความแตกต่าง 

ส่วนแพลตฟอร์มที่แนะนำให้ใช้ ถ้าเลือกได้แค่ตัวเดียว คือ “Xiaohongshu” เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว จากผู้ใช้ในหลายประเทศ ทั้ง จีน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ไทย และไต้หวัน เป็นต้น

ถ้ามีงบเพิ่มให้ใช้ “Douyin” แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเหมือนติ๊กต็อกในไทย มีผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม 

ถ้าเป็นแบรนด์ที่ดาราจับพลัดจับผลูมาใช้สินค้า แนะนำให้ใช้ “Weibo” เพราะเหมาะกับการทำการตลาดสินค้าที่อิงพรีเซ็นเตอร์”

“WeChat” ก็เป็นอีกแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ เหมือนเราไปสร้างไลน์กรุ๊ปไว้เป็นกลุ่มๆ เหมือนเป็นคอมมูนิตี้ เวลาทำโปรโมตสามารถเนียนๆ หยอดโฆษณาไปในกลุ่มได้ 

“ต้าจ้งเตี่ยนผิง (Dazhong Dianping)” ถ้าทำร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม ร้านตัดผม ร้านตัดเล็บ หรือธุรกิจที่มีหน้าร้าน สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้ได้ เพราะคนจีนจะเสิร์ชหาร้านต่างๆ ในแพลตฟอร์มนี้ เช่น ไปเซ็นทรัลเวิลด์กินอะไรดี 

ดร.เฟิร์น เล่าเพิ่มเติมว่าอีกตลาดที่น่าสนใจคือ LGBTQ+ ในประเทศจีนมีจำนวนมากแต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ทำให้เขามาเที่ยวและพักผ่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น การเดินขบวน แล้วส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่กล้าใช้เงินเพราะไม่ได้คิดจะมีครอบครัว ส่วน Production ของไทยที่ก่อนหน้านี้เคยซบเซา ก็ได้รับอานิสงส์จากซีรีย์วาย ยูริ ของจีนที่มาใช้โลเคชั่นในไทย

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน