ทำไรรวย
เทรนด์นี้มาแน่! “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ผปก.เตรียมพัฒนาสินค้า-บริการ รองรับได้เลย กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนา “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” (Tourism for All) จัดทดลองเส้นทางท่องเที่ยวสาหรับคนพิการและผู้สูงอายุจานวน 5 เส้นทางท่องเที่ยว โดยกรมการท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นถึงความสาคัญของการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพมาตรฐานคุณภาพสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวและมาตรฐานการท่องเที่ยวอาเซียน กิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยได้ให้สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโครงการ ดำเนินการศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยว ของกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ ในปัจจุบัน ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวคนพิการและผู้สูงอายุ ศึกษาและสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ที่จะสามารถทาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสาหรับนักท่องเที
กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 44 จังหวัด ซัดภาคเหนือ-อีสานตกหนักร้อยละ 60 เผยภาคใต้ทะเลมีคลื่นสูง ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังด้วย กรมอุตุฯ / วันที่ 28 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง ส่วนบริเวณภาคกลาง และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง ส่วนบริเวณภาคอื่นๆมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อน พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 ของวันที่ 29 ก.ค.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใ
ทำไว(อาจ)รวยก่อน! “เสื้อตัดพี่ตัดน้อง” รับประเด็นร้อน “บิ๊กตู่-เสรีพิศุทธ์” มีขายแล้ว จากกรณีค่ำคืนที่ผ่านมา (25 ก.ค.62) ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกิดเหตุการณ์ร้อนระอุ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกอาการฉุนขาด ประกาศ “ตัดพี่ตัดน้อง” กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ภายหลังที่พล.ต.อ.เสรี อภิปรายกล่าวหามีการโกงเลือกตั้งจนได้มาเป็นรัฐบาล “เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่ให้เกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามาผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว โดยไม่ขออนุญาตประธาน ก่อนจะทิ้งเอกสารลงบนโต๊ะ และเดินออกจากห้องประชุมทันทีด้วยสีหน้าโมโห ซึ่งเหตุการณ์นี้ ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ คล้อยหลังเหตุดังกล่าวได้ไม่เท่าไหร่ เพจ ขายหมดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกและจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ได้ออกมาโพสต์ “ขายของ” รับสถานการณ์ทันที ชนิดบรรดาลูกเพจ ต่างออกปากบอก ค้าขายยุคนี้ต
ชาวนาอัจฉริยะยุค 4.0 สไตล์เด็กหัวการค้า ไม่ใช้สารเคมีลดการขาดทุน มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้าว ในฐานะที่เป็นอาหารสำคัญของโลกอยู่หลายประการประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับที่ 1 ของโลกและพยายามจะรักษาความเป็นอันดับ 1 เอาไว้ให้นานที่สุด ขณะที่ชาวนาที่ทำนาอยู่ในปัจจุบัน อายุอยู่ระหว่าง 45-80 ปี ครอบครัวชาวนาและเกษตร 5.8 ล้านครอบครัว มีผลการทำการเกษตรขาดทุนปีละ 34,095 บาท ข้อมูลนี้อธิบายได้ว่าเราพยายามจะเป็นอันดับ 1 ของการส่งออกข้าว โดยให้คนแก่ทำนาผลิตข้าวให้กับประเทศ ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้เป็นผู้ส่งออกข้าวติดอันดับโลกแต่ประการใด แต่ชาวนาญี่ปุ่นเป็นคนมีฐานะดี เป็นกลุ่มที่มีพลังทางการเมือง เสียงของชาวนาญี่ปุ่นผู้บริหารประเทศต้องฟัง หากประเทศไทยได้กินข้าวผลิตข้าวที่ดีต่อชีวิตชาวนาและเกษตรกรมีชีวิตที่ดี เพราะขายข้าวได้ดีได้ราคาและมีกำไร คนในประเทศไทยคงมีความสุขร่วมกัน ในฐานะภาคธุรกิจเอกชนของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาเอกชนที่ไม่แสวงกำไร ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการจัดทำชาวนาทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสนและเชื่อม
ฟัง “กูรู” เทคโนโลยี แนะ “ทริกสู่ความสำเร็จ” การตลาด 5.0 ในงาน Thailand Industry Expo 2019 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้เปิดเวทีสัมมนาภายใต้หัวข้อ “AI ขุดพลังการตลาดยุค 5.0” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยในสังคมดิจิตอล ซึ่งงานนี้ได้ “กูรู”ด้านเทคโนโลยีอย่าง คุณยุทธนา เทียนธรรมชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท A Day Fresh จำกัด ทั้งยังเป็นนักพัฒนาธุรกิจ ซอฟต์แวร์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Social Media ที่ได้รับความนิยมหลายๆ ตัว คุณยุทธนา ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ประกอบกับ ตลาดในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จในสังคมดิจิตอลได้ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค และขอแนะนำ “ทริกสู่ความสำเร็จ” ของการตลาดยุค 5.0 ว่ามีหัวใจหลัก 3 ข้อคือ Conversion คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการโฟกัส หรือ กระจายเนื้อหาต่างๆ ที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคของผู้ดำเนินธุรกิจโดยตรง ไม่จำเป็นต้องส่งกระจายไปยังผู้บริโภคทุกคน Experience คือ การสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ เ
“ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย มีให้กินทั้งปี สาวกทุเรียนห้ามพลาด! ทุเรียน นอกจากจะทานกันสดๆ แล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เจ้า ได้นำเอามาเป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาให้เหล่านักกินได้ทานกัน Ivan factory ร้านขนมออนไลน์ของ คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการนำทุเรียนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม “ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย และเป็นที่โด่งดังในหมู่นักกินและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี คุณลิตเติ้ล เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาจีน ด้วยความที่พี่สาวของเธอเปิดร้านขนมทำให้เธอพลอยคลุกคลีกับการทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็ไปช่วยงานที่บ้านได้สักระยะ จึงได้แยกตัวไปเปิดร้านขนมอีกสาขาหนึ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์เดียวกันกับพี่สาว “จุดเริ่มต้นของการทำชีสเค้กทุเรียนขาย ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเค้กกับขนมทุกวันแล้ว แฟนของเราเป็นคนทานยากแต่เขาชอบทานทุเรียนและขนมมาก เราก็อยากทำอะไรดีๆ ให้เขาทาน เลยลองทำชีสเค้กทุเรียนให้เขาชิมแล้วเราก็มีความเชื่อส่วนหนึ่งว่า ถ้าคนทา
“อยากขาย แต่พูดดีๆหน่อยก็ได้ ไม่ต้องขึ้นมึง-กู” เสียงครวญจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง ช่วงสายๆ ของวันทำงาน ณ ร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : ทำไมต้องขึ้นป้ายใหญ่ขนาดนี้ แคชเชียร์ : เจอบ่อยพี่ มันไม่ไหว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : เค้าว่าไงกันบ้าง แคชเชียร์ : ตะคอก เร็วๆ หน่อย กูรีบ! ประจำเลย (ถอนหายใจ) เดี๋ยวอีกสาขาหนึ่ง ก็จะขึ้นป้ายเหมือนกันแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : สู้ๆ นะ
นักหิ้วผวา! กรมศุลฯ เปิดสูตรคำนวน ภาษีนำเข้าสินค้า หิ้วของไม่เกิน 2 หมื่น ก็ต้องจ่าย กรณีมีผู้โดยสารโพสต์ข้อความลงในสังคมมออนไลน์ถึงการจัดเก็บภาษีสำหรับการนำเข้าของติดตัวผู้โดยสารทางท่าอากาศยาน นั้น กรมศุลกากร ขอแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสิทธิของผู้โดยสารในการนำของติดตัวเข้ามาพร้อมกับตนทางท่าอากาศยาน ผู้โดยสารได้รับยกเว้นอากรสำหรับของส่วนตัว เพื่อใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ต้องไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำกัด และไม่มีลักษณะทางการค้า หากผู้โดยสารนำของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ของดังกล่าวเป็นของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีอากร ที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง) และหากของนั้นเป็นของต้องจำกัดของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยอัตราภาษีอากรนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอาง 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น และรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยมีวิธีการคำนวณ คือ ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า (ราคาสินค้า + อา
ขยันทำกิน! “ปั้นจั่น – ปรมะ” เดินสายขายผักไฮโดรโปนิกส์ ธุรกิจครอบครัว นอกจากเฝ้ารดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ความสุขหนึ่งของคนปลูกต้นไม้ คือยามได้เห็นช่วงเวลาแห่งการผลิดอกออกผล และยิ่งสุขเกินบรรยาย ถ้าผลผลิตที่ได้เหล่านั้นกลายมาเป็นอาชีพไว้เลี้ยงตัว อย่างเช่นสวนผักไฮโดรโปนิกส์ “Veggies House” ของครอบครัว ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ธุรกิจซึ่งเติบโตมาจากความชอบล้วนๆ “ประมาณปี 2553 แป้งไปฝึกสอนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) แล้วมีอาจารย์ท่านปลูกไว้หน้าโรงเรียน คุณพ่อไปเห็นตอนเริ่มเก็บได้ มันสวยดี ที่บ้านชอบปลูกต้นไม้กันอยู่แล้วเลยขอซื้อรางต่อจากอาจารย์ อาจารย์ก็ให้ต้นอ่อนอายุ 1 สัปดาห์มา เรามาลองปลูก พอครบกำหนดที่กินได้ลองกินดูมันไม่ขมเลย หลังจากนั้นก็ปลูกกินเองมาตลอดทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนไม่กินผักเลย” แป้งจี่-สุปวีณ์ อิ่มอโนทัย น้องสาวปั้นจั่น ผู้รับหน้าที่หลักดูแลธุรกิจนี้บอกยิ้มๆ ถึงที่มา ก่อนเล่าว่า “พอปลูกมาสักพัก เริ่มอยากให้คนอื่นกินด้วย พี่ปั้นก็แนะนำว่าเธอลองทำใหญ่ไปเลย แต่คุณแม่บอกว่าอย่าเพิ่ง ทำจากเล็กๆ ไปก่อนดีกว่า เราเลยค่อยๆ ทำ ไปซื้อรางมาตรฐานมาปลูกข
“บ้านคำปุน” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฝีมือทอผ้าไหมสุดเลื่องลือ “บ้านคำปุน” คือ แหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดอุบลฯ ความพิเศษของ “บ้านคำปุน” นี้ คือ การเปิดให้เข้าชมแค่ปีละ 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 3 วัน ในช่วงเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลฯ ทุกปี เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านส่วนตัว โดยมีการเก็บค่าเข้าชม 100 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปทำบุญตามแต่จะกำหนดไว้ในแต่ละปี สำหรับชื่อเรียกขานบ้านทรงไทย บนที่ดินร่มรื่นแห่งนี้ มีที่มาจากชื่อของ คุณคำปุน ศรีใส เจ้าของผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์-ถักทอ พ.ศ. 2537 และมี คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา ทายาทของเธอ เป็นผู้ดูแล คุณเถ่า กับผลงานผ้าทอผืนงาม ที่เผยได้เพียงว่า ราคาหลาละ 6 หลัก ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ทรุด หันทำผ้าทอสืบทอดบรรพบุรุษ คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา แห่ง “บ้านคำปุน” ปัจจุบันอายุ 59 ปี ผู้ชายคนนี้ มีรางวัลการันตีความสามารถด้านผ้าทอมาแล้วมากมาย
