ทำไรรวย
หนุ่มร้อยเอ็ดหัวใจพัฒนา ทิ้งเงินเดือนเหยียบแสน สร้างโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน เพิ่มรายได้ให้ชุมชน “การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ” คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็
ทุ่ม 800 ล้านบาท! “แฟลช เอ็กซ์เพรส” เสริมทัพรถส่งอีกพันคัน ตั้งเป้ากวาดยอดส่ง 40 ล้านชิ้น แฟลช เอ็กซ์เพรส ควักงบ 800 ล้านบาท เสริมทัพรถขนส่งทั่วประเทศเพิ่มอีก 1,000 คัน ตั้งเป้ากวาดยอดส่งพัสดุเป็น 40 ล้านชิ้น พร้อมรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ภายหลังตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ แฟลช และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าวว่า เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน แฟลชจึงได้ตัดสินใจทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท เสริมทัพรถขนส่งอีก 1,000 คัน พร้อมตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจขนส่งด่วนเพิ่มขึ้น 10% “เดิมเรามีรถขนส่ง จำนวน 5,000 คัน ดังนั้น เพื่อยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพ สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจขนส่ง และอีคอมเมิร์ซ ที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เราจึงทุ่มเงินกว่า 800 ล้านบาท ซื้อรถขนส่งเพิ่มจำนวน 1,000 คัน รวมเป็น 6,000 คัน เรามุ่งหวังว่าสิ่งนี้จะเข้ามาช
อดีตชาวนา หันทำ “ขนมถ้วย” ขาย รายได้ดี จนส่งลูกเรียนจบป.ตรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ลองทานขนมถ้วยเจ้าอร่อยเจ้าหนึ่ง ที่คนขายมักจะขี่รถพ่วงข้างมาขายแถวหน้าบริษัทในตอนประมาณเที่ยงๆเสมอ เมื่อจอดรถได้สักพัก จะมีพนักงาน รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ทยอยกันเข้ามาซื้อขนมกันไม่ขาดช่วง คุณพนม – พนมศักดิ์ ก้านอินทร์ หรือ ลุงพนม พ่อค้าขายขนมถ้วย วัย 51 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ไปแกะขนมถ้วยไปพรางว่า ตนนั้นขายขนมถ้วยมาได้ 21 ปีแล้ว ก่อนจะมาขายขนมถ้วย เดิมก็ทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ แต่ก็ต้องเลิกทำนาไป เพราะเจอเข้ากับปัญหาฝนแล้ง ทำให้ปลูกข้าวไม่ค่อยได้ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ซบเซา “ข้าวมันไม่ค่อยมีราคานังหนู ทำมาได้แค่พอกิน จะทำไว้ขายมันก็สร้างเนื้อสร้างตัวลำบาก” ลุงพนมแกว่ามาแบบนั้น วันหนึ่ง ตนได้ไปรับขนมถ้วยจากเจ้าหนึ่งมาขาย ซึ่งเป็นขนมถ้วยสูตรโบราณ จากสุพรรณบุรี ก็อยากให้เขาสอนสูตรให้เพื่อจะได้ออกมาทำขายเอง ก็ได้พูดทีเล่นทีจริงหยอกไป แต่กลับไม่ยอมสอน บอกเพียงว่า “ถ้าอยากเป็นก็มาหัดเอาเอง” ตนจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยงานที่ร้านขนมถ้วยร้านนั้น ล
ทำไงดี! ขาย “ของออนไลน์” ไม่ได้เลย ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนเข้ามาถาม นานเป็นเดือน ไม่กี่วันก่อน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอตคอม ท่านหนึ่ง ตั้งกระทู้น่าเห็นใจ ในฐานะคนค้าขายออนไลน์ ระบุเหตุการณ์ไว้ว่า เธอเริ่มขายอาหารเสริมผิวขาวได้ 1 เดือนแล้ว เป็นตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นเปิดหน้าร้านผ่านทางไอจี พยายามแอดเพื่อนที่ดูว่าสนใจเรื่องความงาม ฟอลโล่ (ยอดผู้ติดตาม) ไปเยอะมากจนไม่สามารถฟอลได้ แต่ได้คนที่ฟอลกลับมามีแค่ 100 นิดๆ จากนั้นเธอก็อัพรูป ลงรูปสินค้า ลงรูปรีวิวที่ทางแบรนด์ให้มา อัพสตอรี่ แต่ก็ไม่มียอดฟอลเพิ่มขึ้น เลยตัดสินใจไปจ้างปั๊มยอดผู้ติดตามค่ะ ได้มาประมาณ 1,000 คน “เราคิดว่าแค่ให้ยอดฟอลสูงหน่อย จะได้น่าเชื่อถือ แต่ก็เท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราพยายามโปรโมต ถ่ายรูปตัวเองลง (เราผิวขาว) แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเลยตัดสินใจจ้างไอจีโปรโมต เราจ้าง 1 วัน 300 บาท ผลตอบรับคือ มีคนเห็นโพสต์เราเยอะค่ะแต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเข้ามาถาม ได้มาแค่ไลก์ประมาณ 300+ไลก์ เราเลยตัดสินใจทำเพจในเฟซบุ๊กค่ะ พอทำเสร็จเราก็เชิญเพื่อนที่เรามีอยู่ 4,000 กว่าคน แต่มีคนที่ยอมกดไลก์ไม่ถึง 50 คน เราจึงพยายามสร้างกิจกรรม ใ
จำความลำบากได้ดี! หมุนจนหัวหมุน กู้นอกระบบ โดนแย่งลูกค้า กว่าจะมีวันนี้ คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว่ากันว่าใครมาเที่ยวเมืองไทย ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเธอติดไม้ติดมือกลับไป ไม่อย่างนั้นอาจมาไม่ถึง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัวในอดีตให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี บ้านของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือเยอะ ตัวเองจบแค่ ป.4 ก็ต้องออกจากโรงเรียนไปขายของที่ตลาดประตูน้ำ “เป็นแม่ค้าขายไข่ไก่ ไข่เค็ม ขายถุงพลาสติก อยู่ที่ประตูน้ำนาน 20 ปี ใจจริงไม่อยากขายของ ไม่ชอบบรรยากาศในตลาด อยากเรียนหนังสือมากกว่า แต่ตอนนั้นเลือกไม่ได้ เลยพยายามหาเวลาไปเรียนช่วงกลางคืน จนได้เทียบวุฒิมัธยมฯ พอคุณแม่เสีย เลยตัดสินใจไม่เป็นแม่ค้าประตูน้ำอีกแล้ว” คุณวาสนา ย้อนความทรงจำ และเผยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน อยากทำงานเป็นมัคคุเทศก์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ไกด์” มากที่สุด “ฝันอยากเป็นมัคคุเทศก์ อยากพูดภาษาอังกฤษเป็น อยากเดินคู่กับฝรั่ง เพราะรู้
สุภาพแต่เจ็บมาก! ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ร้านนาฬิกาหรูห้างดัง แจงเหตุ “ขายตรง” แต่ไม่ตรง เกิดพฤติการณ์ “ความไม่ตรง” ของผู้คนในแวดวงอาชีพ “ขายตรง” จำนวน 3 คน ที่นำกล่องนาฬิกายี่ห้อแพงของตัวเอง ไป “แอ๊บ” ถ่ายรูปในร้านขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างหรูกลางกรุง ก่อนคนกลุ่มเดิมจะนำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความ ให้คนทั่วไปอ่านและเข้าใจผิดว่าอาชีพที่พวกเขาทำอยู่นั้น สามารถหาเงินซื้อของแพงได้แบบสบาย เพียงหวังสร้าง “ฝันลวง” ให้กับบรรดา “ลูกทีม” ทั้งหลายแหล่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้ชื่อบนเพจฟซบุ๊กว่า Natee Masathienvong ได้ออกมาชี้แจง “ความจริง” ตีแผ่ให้โลกโซเชียลได้รับรู้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของกลุ่มคนดังกล่าว ร่ายยาวเป็นข้อๆ ละเอียดยิบเห็นภาพชัด ชนิดชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น “ชี้แจงได้น่ารักมากค่ะ” “ร้านนี้จรรยาบรรณดีมากค่ะ น่าไปอุดหนุน” “เป็นการตอบคำถามอย่างมืออาชีพมากครับ” “เป็นคำอธิบายที่สุภาพแต่เจ็บมาก” เป็นต้น สำหรับเนื้อหาโพสต์จากเจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้นามบนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ “เนื่องจาก
โอกาสทอง! รับสมัครคนไปทำงาน “คาสิโน มาเก๊า” 131 อัตรา รายได้สูงสุด 54,000 บาทต่อเดือน เมื่อวันที่ 2 ก.ค. คุณเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานกำลังเปิดรับสมัครพนักงานเพื่อไปทำงานที่มาเก๊ากับบริษัท Sands China Limited ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและคาสิโน จำนวน 6 ตำแหน่ง 131 อัตรา คือ 1. Server/Bartender (พนักงานเสิร์ฟ/ บาร์เทนเดอร์) จำนวน 30 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 12,100 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 48,400 บาท 2. Receptionist (พนักงานต้อนรับ) จำนวน 11 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 12,000 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 48,000 บาท 3. Housekeeping Attendant (พนักงานทำความสะอาดห้องพัก) จำนวน 20 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,800 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 47,200 บาท 4. Public Area Attendant (พนักงานทำความสะอาดพื้นที่ทั่วไป) จำนวน 40 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,300 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 45,200 บาท 5. Steward (พนักงานทำความสะอาดครัว) จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,300 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 45,200 บาท 6. Security Officer (พนักงานรักษาความปลอดภัย) จำนวน 20 อัตรา
‘อู๋ ธนากร’ ฉลองเปิดร้านใหม่ ‘เกียวโต โยชิโนะ’ ‘อ้อม-วิว-ตู่-บุ๋ม’ ร่วมยินดี ชิมเมนูเลิศรสต้นตำรับ ‘อู๋ ธนากร’ ฉลองเปิดร้านใหม่ ‘เกียวโต โยชิโนะ’ ‘อ้อม-วิว-ตู่-บุ๋ม’ ร่วมยินดี ชิมเมนูเลิศรสต้นตำรับ – ย้ายร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม สำหรับร้านอาหาร “Kyoto Yoshino” (เกียวโต โยชิโนะ) ของนักแสดงหล่อเข้ม ‘อู๋’ ธนากร โปษยานนท์ และผองเพื่อน ที่เนรมิตโฉมใหม่เป็นสไตล์บ้านญี่ปุ่น โดยถือฤกษ์ดีย้ายร้านมาที่โครงการสวนดอกลำเจียก วงเวียนพระราม 5 ย่านราชพฤกษ์ ให้แฟนๆ สัมผัสกลิ่นอายเมืองเกียวโต และได้ลิ้มรสชาติอาหารสูตรต้นตำรับสไตล์โอโคโนมิ ยากิ อู๋โชว์ปลายจวัก หลังย้ายบ้านใหม่มาพักใหญ่ หนุ่มอู๋ถือฤกษ์ดีในช่วงเย็นย่ำสัปดาห์ก่อน ชวนพี่น้องผองเพื่อน อาทิ อ้อม พิยดา, วิว วรรณรท, ตู่ ภพธร, บุ๋ม ตรีรัก พร้อมเพื่อนสนิทอีกคับคั่ง มาร่วมฉลองเปิดร้านกันแบบอบอุ่น งานนี้อู๋ทำหน้าที่เจ้าบ้านออกมาต้อนรับขับสู้ พร้อมปรุงเมนูเด็ดเสิร์ฟด้วยตัวเอง เรียกว่าเป็นปาร์ตี้เปิดร้านสุดฮาเฮ แต่อบอวลไปด้วยอุ่นไอของมิตรภาพ เสิร์ฟเองอีกด้วย ปลาตาเดียวย่างเกลือ แค่ก้าวเท้าเข้าร้านก็ได้กลิ่นหอมของ Okonomi Yaki (โอโคโนมิ ยากิ) หรือ พิซซ่าญี
เปลี่ยนแปลงใหญ่ในรอบ 20 ปี! ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง เลิกใช้ “ตะเกียบครั้งเดียวทิ้ง” นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สังคมบ้านเราวันนี้ เกิดกระแส “รักษ์สิ่งแวดล้อม” แพร่หลายอย่างจริงจังและกว้างขวาง ในหลายภาคส่วน ทั้งระดับบุคคล องค์กร รวมไปถึงภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ อย่างล่าสุด “ฟูจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง ที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ก่อตั้งสาขาแรกตั้งแต่ปี 2542 หรือราว 20 ปีก่อน ได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ กระทั่งปัจจุบันมีร้านสาขากว่าหนึ่งร้อยแห่งนั้น ได้มีการ “เปลี่ยนแปลง” ครั้งสำคัญ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้า “เก่าแก่” ไม่น้อย นั่นคือการเลิกใช้ “ตะเกียบไม้ไผ่แบบครั้งเดียวทิ้ง” ห่อกระดาษ ที่วางต้อนรับอยู่บนโต๊ะพร้อมถ้วย-จาน เมื่อลูกค้าเลือกสั่งอาหารเสร็จ ก็มักจะฉีกซอง หักตะเกียบ พร้อมคีบทันทีเมื่อจานโปรดมาวางตรงหน้า “อ้าว เลิกใช้ตะเกียบแบบเก่าแล้วหรือ อาทิตย์ที่แล้วมา ยังไม่เปลี่ยนเลย” ลูกค้าวัยกลางคน อดแปลกใจไม่ได้ “เพิ่งใช้วันแรกเลยค่ะ ที่จริงบางสาขาทยอยเปลี่ยนมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สาขานี้ เพิ่งเปลี่ยนวันนี้ (1 ก.ค.62) แล้วก็จะเปลี่ยนให้เหมือนกันหมดเลยค่ะ” พนักงานสาวประ
เทรนด์โลกวันนี้! “จานใบไม้” ภาชนะธรรมชาติ โอกาสทองของเอสเอ็มอี-เกษตรกร มีข้อมูลน่าสนใจ จาก เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เผยแพร่เกี่ยวกับ “เครื่องอัดขึ้นรูปใบไม้” ผลงานวิจัยของ “ผศ.ดร.เจษฎา ชัยโฉม” นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ต้องการสร้างโซลูชั่นเพื่อลดใช้พลาสติกและโฟม โดยกลไกของเครื่องนี้ คือการใช้ความร้อนและแรงดันที่เหมาะสมกับใบไม้แต่ละชนิด ประกอบภาชนะขึ้นจากวัสดุ 3 ชั้น ได้แก่ 1. ชั้นล่างสุด คือใบไม้สด เลือกใบที่มีขนาดและความเหนียวพอเหมาะ 2. ชั้นกลาง คือวัสดุพลาสติกชีวภาพ ทำจากแป้งมันสำปะหลังหรืออ้อย ช่วยให้คงรูปได้ 3. ชั้นบนสุด เป็นใบไม้สดอีกชั้น ตัวเครื่องจะอัดวัสดุทั้ง 3 ชั้นเข้าด้วยกันด้วยความร้อนสูง 200 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ภาชนะมีความแห้ง พร้อมกับฆ่าเชื้อโรคไปในตัว เพื่อให้ถูกสุขอนามัยพอสำหรับการใส่อาหาร ซึ่งหลักการของเครื่องนี้ สามารถใช้กับใบไม้ชนิดไหนก็ได้ ขอแค่มีขนาดใบใหญ่พอ มีความเหนียวกับความแข็งเหมาะสม และไม่มียางที่เป็นพิษ สำหรับใบไม้ที่นำมาใช้งานการวิจัยครั้งนี้ และได้ผลเป็
