ทำไรรวย
เมื่อ “ลุงตู่” บอกให้หา “ลูกค้าประจำ” กูรูการตลาดชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีเทคนิคดีๆมาบอก จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพ่อค้าแม่ขาย ของพล.อ.ประยุทธฺ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนท่านนายกฯพบปะพ่อค้าแม่ขาย หลายคนบ่นกระปอดกระปอดกระแปด เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่คล่อง ท่านนายกฯจึงแนะนำให้ทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อ“หาลูกค้าประจำ” นั้น ข่าวเกี่ยวข้อง : บิ๊กตู่ ลงพื้นที่ตลาดสด สอนพ่อค้า-แม่ค้า ขายไม่ได้ทำไมไม่ทำพีอาร์ หาลูกค้าประจำ คุณพลชัย เพชรปลอด นักการตลาดอาวุโส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในประเด็นดังกล่าวว่า “การหาลูกค้าประจำ” ในทางปฏิบัติอาจไม่ง่ายนัก เพราะปัจจุบันลูกค้าที่จะ “จงรักภักดี” กับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งนั้น ไม่มีจริงอีกแล้ว เพราะเทคโนโลยีที่ทำให้ลูกค้ามีโอกาส มีทางเลือกมากมาย ข้อมูลบางทีดีกว่าคนขายซะอีก “หลายอย่าง มนุษย์ด้วยกัน ยังต้องการสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกัน งานบริการ ก็ยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้มนุษย์ จึงจะได้ใจมนุษย์ด้วยกัน เรื่องนี้ AI ทำดีสู้มนุษย์ไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น การจะสร้างลูกค้าประจำ ต้องใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปเยอะๆ งานบริการจึงต้องถูกนำมาใช้ควบคู่
เกษตรกรต้นแบบกาฬสินธุ์ เปิดสูตรสำเร็จ เลี้ยงกุ้งก้ามกราม “โตเร็ว-ราคาดี” เป็นที่ทราบกันดีว่า กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดในภาคอีสานที่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุด มีเกษตรกรเลี้ยงประมาณ 1,000 กว่าราย พื้นที่เกือบ 10,000 ไร่ จำนวน 5,000 กว่าบ่อ โดยเลี้ยงกันมากใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอยางตลาด และอำเภอห้วยเม็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาศัยน้ำจากเขื่อนลำปาว คุณพนิดา ภูทองหล่อ ก็เป็นเกษตรกรรายหนึ่งของตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ซึ่งยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเลี้ยงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ซึ่งคุณพนิดามาสานอาชีพนี้ต่อ และยังได้รับเลือกเป็นเกษตรกรต้นแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำ ปี 2561 โครงการ Smart Farmer จังหวัดกาฬสินธุ์ ของกรมประมง คุณพนิดา ภูทองหล่อ สานอาชีพต่อจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ตัวคุณพนิดาเองนั้น หลังจบ ม.6 ก็ไปทำงานในโรงงานที่กรุงเทพฯ กระทั่งพ่อแม่เสียชีวิตจึงกลับมาบ้านเกิด เริ่มเลี้ยงกุ้ง เมื่อปี 2545 ในพื้นที่ 9 ไร่ จำนวน 2 แปลง และเช่าพี่สาวทำนากุ้งอีก 5 ไร่ ซึ่งแต่ละปีคุณพนิดาสามารถเลี้ยงกุ้งได้ 2 รอบ รอบละ 5 เดือน หักลบค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว รอบหนึ่งๆ มีกำไรหลายหมื่นบาท ทำให้มีชีวิตคว
“ฟาร์มไข่มุก” ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เลี้ยงหอย 100 ตัว ได้มุก 30 เม็ด! ปัจจุบัน ฟาร์มไข่มุกกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ตไปเสียแล้ว นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนจะพากันไปดูการทำฟาร์มไข่มุก ผมเองก็ไปดูไปชมกับเขาเหมือนกัน ฟาร์มไข่มุกที่ว่านี้มีชื่อว่า บริษัท ภูเก็ต เพิร์ล อินดัสทรี จำกัด ตั้งอยู่บริเวณอ่าวระบำทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตในแถบทะเลอันดามัน เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ที่ฟาร์มจะมีพนักงานของบริษัทให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและอธิบายถึงการเพาะเลี้ยงไข่มุกจากหอยอย่างคร่าวๆ ให้ทุกคนที่ไปเยี่ยมชมได้รับรู้ วันนั้นเราโชคดีที่มี คุณศรันย์ สมรักษ์ พนักงานระดับหัวหน้าได้เป็นผู้อธิบาย เราจึงได้รู้ว่า ทะเลรอบเกาะภูเก็ตเป็นที่เหมาะสมในการเลี้ยงมุก เพราะมีสภาพแวดล้อมที่มีการขึ้นลงของน้ำ 2 ครั้ง ต่อวัน ทำให้มีผลให้เกิดอาหารของหอยมุกตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ อุณหภูมิของน้ำทะเลก็พอเหมาะ หอยมุกชอบ ทำให้ช่วยในการเจริญเติบโตของหอยมุก ที่สำคัญเป็นทะเลเปิด น้ำทะเลหมุนเวียนได้ทั้งปี ทำให
ธุรกิจเวดดิ้งคึกคัก เตรียมจัดโปรโมชั่นรับกฎหมายคู่ชีวิต จากกรณีที่มีข่าว ค.ร.ม.เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต หรือ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้น เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ 3 ร้าน จากร้านต่างๆ ซึ่งประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ คู่รัก หรือ งานวิวาห์ ได้แก่ ร้านขาย/รับจัดดอกไม้ ร้านขายของชำร่วย และร้านเวดดิ้ง โดยคุณชัยรัตน์ คุรุพรสิริ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านดอกไม้ในเพจ Joke&Ple Flower ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนพอทราบข่าวเรื่อง ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตอยู่บ้าง โดยส่วนตัวมองว่า หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน น่าจะขายดอกไม้ได้ดีขึ้น เพราะคนที่รักเพศเดียวกัน จะกล้าแสดงออกมากขึ้น ไม่ต้องปิดบังเหมือนเมื่อก่อน บางครั้งกลุ่มชายรักชายยังไม่กล้าซื้อดอกไม้ให้กัน แต่หากเป็นกลุ่มหญิงรักหญิง สังคมยังยอมรับได้ ว่าผู้หญิงซื้อดอกไม้ให้กันคือเรื่องปกติ ถ้าร่างพ.ร.บ.นี้ผ่านจริง ทางร้านอาจจัดโปรโมชั่นตอบรับลูกค้ากลุ่มนี้ ทางด้านร้านรับทำการ์ดงานแต่งงานและของชำร่วย อย่างร้าน Your Idea at jj ขอ
โบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชวนสามีปลูกไผ่ที่อุดรฯ ขายหน่อ-พันธุ์ รายได้เดือนละ 70,000 บาท สองสามี – ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือ คุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือ คุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คน ต่อเดือนก็เกือบ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลาย
เมื่อพูดถึงงานหัตถกรรมหลายคนจะรู้สึกของความเป็นชุมชนนึกถึงสินค้าบ้านๆ งานจักสาน ที่เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยาก ซึ่งจริงๆ แล้วงานคราฟท์เหลานี้มีความเก๋อยู่ในตัวอยู่แล้ว เป็นสไตล์ที่สามารถจัดวางไว้ในบ้านได้สบายๆ คุณเมย์ – เมทินี รัตนไชย สาวหาดใหญ่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MAISON CRAFT เธอหลงไหลในงานหัตถกรรมทำมือแบบไทยๆ จากการไปคลุกคลีกับคนในชุมชนจนอยากจะช่วยพัฒนาให้งานหัตกรรมของคนไทยไปสู่ตลาดโลก จนวันนี้แบรนด์ MAISON CRAFT มาได้ไกลและเป็นที่รู้จักในวงการงานออกแบบได้อย่างรวดเร็ว จากการนำวัสดุธรรมชาติพื้นบ้าน อย่างเช่น กก ปอ ไม้ไผ่ และฝ้าย มาสร้างสรรค์ ใส่ดีไซน์ จนได้เป็นชิ้นงานทั้ง โคมไฟ ชุดรองจาน หมอน ฯลฯ “ความงามของสินค้าไม่ได้อยู่ที่วัสดุนะ แต่อยู่ที่วิถีชุมชนของเขา ซึ่งการจะได้มาแต่ละงานคราฟท์ มันมีการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน ทำให้เห็นว่าความน่ารักของชุมชนยังอยู่ รู้สึกว่าเราควรจะรักษางานหัตถกรรมแบบนี้เพื่อให้ชุมชนยังสามารถทำใน Know How ที่เขามี ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ของบ้านเราจริงๆ” ในการทำงานแต่ละชิ้น สาวหาดใหญ่จะเข้าไปถึงชุมชนเพื่อปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรม “เราจะไม่พยายามเอาความเป็นคนเมืองไปใส่ให้
“เครื่องไข่เจียว/ไข่ตุ๋น อบแห้ง” น้องใหม่มาแรง แบรนด์ “แม่กาญจน์” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่เมืองทองธานี ไปเจอเข้ากับบู๊ธหนึ่ง ที่มองเผินๆ ก็เป็นบู๊ธที่ขายเครื่องเทศและเครื่องแกงอบแห้งทั่วไป ที่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างๆ หันมาแปรรูปสินค้าในลักษณะนี้กันมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ บู๊ธนี้มีเครื่องเทศอบแห้งที่แตกต่างจากสินค้าของเจ้าอื่นอย่าง “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้ง” โดยมี คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี และ คุณหนุ่ม-สิร ศาสตร์เวช อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของแบรนด์เครื่องเทศอบแห้ง “แม่กาญจน์” สินค้าที่นำมาลองขายในงานเมืองทองธานี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋น” มีอยู่ด้วยกัน 3 สูตร คือ สูตรเครื่องเทศผสมชะอม, สูตรเครื่องเทศผสมเห็ด 3 อย่าง (เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และเห็ดหูหนู) และสูตรเครื่องเทศผสมมะเขือเทศและแคร์รอต มีคนให้ความสนใจเครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้งเป็นอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ที่ให้ความสนใจกับสูตรเค
“SME IDOL 2019” เตรียมลุยตลาดต่างแดน โชว์ศักยภาพสินค้าไทยสู่ตลาดโลก คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า หนึ่งในแนวทางการส่งเสริม SME คือ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการยกระดับ SME ไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนและมีความพร้อมสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งตัวอย่างได้แก่การที่ สสว. ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และองค์การพัฒนาสภาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จัดโครงการ SME IDOL ซึ่งปีนี้ ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยโครงการ SME Idol เป็นโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างต้นแบบสำหรับ SME รายอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยจะเฟ้นหา SME ในกลุ่มสาขาเป้าหมาย ได้แก่ สาขาเครื่องใช้ในครัวเรือน สาขาหัตถกรรม สาขาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จำนวน 20 ราย เพื่อมาเป็น SME ต้นแบบ เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการจัดแสดงสินค้าในโซน Thailand Pavilion ภายในงาน HKTDC Hong Kong Houseware Fair 2019 ในระหว่าง วันที่ 20-23 เมษายน 2562
“กายา” ตอบโจทย์วิถีชีวิตปลอดสาร ร้านค้า “ขยะเหลือศูนย์” เจ้าแรกบนเกาะเต่า “โกดำ – อร่าม ลิ้มสกุล” หนุ่มใหญ่วัย 58 ปี พื้นเพเป็นคนเกาะพะงัน ว่ากันว่า เป็น “คนเกาะ” คนแรกๆ ที่พูดเรื่องการอนุรักษ์ และหลังใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน ทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เขาเลือกที่จะหันหลังให้กับโลกแห่งมายาวัตถุ และเดินหน้า ดิ่งลึกเสาะแสวงหาความสงบภายใน จากธรรมะ จากธรรมชาติ ล่าสุด เขากับ ชาลินี เนกิ (Shalini Negi) ภรรยาสาวชาวอเมริกัน ผู้เป็นกำลังสำคัญ ได้ร่วมกันออกไอเดียและผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็กๆ กะทัดรัดที่แอบแฝงไว้ซึ่งปรัชญาแห่งธรรมะ ชื่อร้าน “Gaia Organic Living & Zero Waste” เกิดขึ้นเป็นร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมี ตั้งอยู่บนเกาะเต่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นร้านค้าที่มีแนวคิด “ของเสียเหลือศูนย์” “ร้านชื่อ -กายา-กายา คือ กาย คือ เอิร์ธ (Earth) คือ แผ่นดิน เพราะต้องการให้คนคิดถึงตัวเอง และคิดถึงโลกด้วย เรารักตัวเองก็ต้องรักโลก รักแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย นี่คือร่างกายของเรา ร่างกายของเราต้องการแผ่นดิน ต้องอาศัยแผ่นดิน แล้วเราทำแผ่นดินให้สกปรกปนเปื้อนสา
ตอบโจทย์คนรักโลก ‘ซีโร่โมเมนต์’ ร้านค้าแนวใหม่อยากซื้ออะไร ต้องพกภาชนะมาใส่เอง จะดีแค่ไหนหากมีธุรกิจที่ช่วยใส่ใจโลก รักษาสิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนลดการใช้ขยะในชีวิตประจำวันได้อย่างสนุก เพียงแค่นำบรรจุภัณฑ์มาซื้อของตัก ตวง เติม แบบรีฟิลได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่ต้องหมดเงินจำนวนมากไปกับการซื้อของชิ้นใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะใช้หมดเมื่อไหร่ เจ้าของไอเดียดังกล่าว ชื่อ คุณเมี่ยว-ฤดีชนก จงเสถียร สาวสวยวัย 30 ปี ดีกรีปริญญาโทบริหารธุรกิจ Master of Management Studies Duke University Fuqua School of Business สหรัฐอเมริกา เธอเปิดร้าน “ซีโร่โมเมนต์ รีฟิลเลอรี่ (ZeroMoment Refillery)” ร้านรักษ์โลก บนเนื้อที่ประมาณ 30 ตารางเมตร ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นมาได้เพียง 1 เดือน จากจุดเริ่มต้นของคุณเมี่ยวที่อยากทำธุรกิจเพื่อสังคมอยู่แล้ว ซึ่งในต่างประเทศเองมีไอเดียธุรกิจร้านขายของชำแนวนี้อยู่จำนวนมาก การพกภาชนะมาซื้อของเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ต่างจากในประเทศไทยซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลาย “เมืองไทยยังไม่มีร้านแบบนี้ให้ลูกค้า เลยนำแนวคิดตรงนี้มาปรับรูปแบบให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น สร้างทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าได้มีช่วงเวล
