ทำไรรวย
“หอมขจรฟาร์ม” พื้นที่เกษตรแนวใหม่ เมื่อ “สวนดุสิต” เป็นมากกว่า “มหาวิทยาลัย” รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึง HOMKHAJORN FARM หรือ หอมขจรฟาร์ม ว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้พัฒนาและต่อยอดมาจาก “โครงการแปลงสาธิตเกษตรปลอดภัยอัจฉริยะ” ซึ่งใช้พื้นที่ของวิทยาเขตสุพรรณบุรี บนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรมในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ถ่ายทอดยังเกษตรกรในชุมชน ส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ทำความร่วมมือกับจังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อย่างเป็นรูปธรรม รศ.ดร.ชนะศึก กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ใช้พื้นที่โครงการแปลงสาธิตเกษตรปลอดภัยอัจฉริยะ ริเริ่มโครงการ HOMKHAJORN FARM หรือ หอมขจรฟาร์ม โดยผสมผสานแนวคิดการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal
ฉลองครบ 14 ปี “เคอรี่” ไม่หยุดพัฒนา ชูภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เข้าถึงง่าย บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบการดำเนินกิจการในประเทศไทยครบ 14 ปี พลิกภาพลักษณ์แบรนด์โลจิสติกส์เจ้าแรกที่เข้าถึงง่ายมาก ขึ้นชูแคมเปญ “Keep calm and Kerry on” ส่งความห่วงใยให้กับคนไทยที่ประสบวิกฤตในช่วง COVID-19 พร้อมกลับมาเปิดบริการ “SAME DAY” เต็มสูบและจัดโปรโมชั่นสำหรับบริการ “SUNDAY” คืนกำไรให้กับลูกค้าในช่วงเดือนเกิดนี้ นายอเล็กซ์ อึ้ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ได้กล่าวถึงความภูมิใจในการดำเนินกิจการก้าวสู่ปีที่ 14 ว่า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับการจัดส่งพัสดุให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการจัดส่งพัสดุ ไม่หยุดในการพัฒนาองค์กร พัฒนาบุคลากร รวมถึงพัฒนาระบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพในช่วงที่พฤติกรรมของคนไทยหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในปริมาณมาก และยังออกบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความสะดวกสบายให้กับคนไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีที่ 14 ได้ทำแคมเปญเ
เปิดประสบการณ์ “หมอแผนไทย” ในต่างแดน ต้อง “ต่อสู้” สารพัดเรื่อง คุณฝ้าย- สุภาวดี เงินคำ ศิษย์เก่าวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต รุ่นที่ 7 ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เธอผ่านการสอบใบประกอบโรคศิลปะ และถือใบประกอบโรคศิลปะ (MT) ด้าน Massage-Physiotherapy มีประสบการณ์การทำงานน่าสนใจ เมื่อปี 2015 เริ่มงานกับคลินิกกายภาพบำบัด Taiy Pradit Physical Medicine and Rehabilitation Center ในตำแหน่งผู้ชำนาญการทางด้านหัตถเวชกรรม (Manual Therapy Specialist) จากนั้นได้รับการปรับตำแหน่งเป็น Operation Manager โดยควบคุมดูแลพนักงานกว่า 50 คน และในปี 2018 ได้เริ่มงานกับคลินิก De-novu Institute ในตำแหน่ง Head of Therapist ซึ่งยังลงมือทำหัตถการรักษาคนไข้ และควบคุมดูแลพนักงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา 5 ปี ทำให้คุณฝ้าย เล็งเห็นถึงความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพ ที่มีการขยายตัวมากขึ้น และมีโอกาสการทำงานในต่างประเทศของคนไทย และตระหนักถึงบุคลากรรุ่นหลังที่มีความสนใจในการทำงานต่างประเทศ แต่ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรถึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด ความต้องการบุคลากรหัตถ
“เด็กปี 4” ต้องเตรียมพร้อม! ก่อนเปิดมุมมอง “งานที่ดี คือ งานที่ทำแล้ว มีความสุข” ฝ้าย-ชนัญญา โคกาอินทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นเด็กรุ่นใหม่ กล้าคิด กล้าทำ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายภาษา (ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส) จากประเทศอินเดีย “เรียนด้านภาษา มีอะไรให้ค้นคว้าอีกเยอะเลยค่ะ ไม่เพียงเสน่ห์ของภาษา แต่ยังได้นำสิ่งที่เรียนมาไปประยุกต์กับอีกหลายๆ เรื่องในชีวิตเลย จำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกประเทศอินเดียเขาจะเด่นด้านภาษา และการศึกษามีคุณภาพ รวมทั้งสภาพแวดล้อมก็ดี เมื่อได้ไปสัมผัสจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างจากสภาพแวดล้อมโรงเรียนไทยมาก หลักสูตรของโรงเรียนที่ประเทศอินเดีย มีหลายแบบ สำหรับโรงเรียนมัธยมปลาย ใช้หลักสูตร ICSE เป็นหลักสูตรต้นตำรับมาจากประเทศอังกฤษ เมื่อครั้งที่ประเทศอินเดียเคยเป็นเมืองขึ้น หลักสูตรนี้สามารถนำไปสมัครเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้เกือบทั่วโลก โดยที่เราไม่ต้องยื่นคะแนนเพิ่มเติม” ฝ้าย เล่าประสบการณ์วัยมัธยมฯ ในต่างแดน ก่อนเล่าต่อ ระบบการเรียนของประเทศอินเดีย นักเรียนไม่ต้องสอบเก็บคะแนนสะสม จะมีเพียงการสอบวัดผลกลาง
หลายคนบ่นเสียดาย! “โรตี…แหลมเกต” อร่อยจริง ผลิตแทบไม่ทัน วันละ 400 ชิ้น คล้อยหลังคำพิพากษาศาลชั้นต้นตัดสินให้ ผู้บริหาร “แหลมเกต” ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลชื่อดัง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา สืบเนื่องจากพฤติการณ์เปิดขาย “โปรบุฟเฟ่ต์” ซีฟู้ดราคาถูก แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ประกาศไว้ จึงเข้าข่ายหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน รวมแล้วกรรมการบริหารของทางร้านสองราย ถูกตัดสินจำคุกคนละ 1,446 ปี นั้น ข่าวเกี่ยวข้อง : คุก 1,446 ปี! 2 กรรมการ “แหลมเกตซีฟู้ด” เปิดโปรบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดถูก หลอกลวงผู้บริโภค บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับจำนวนปีที่จำเลยในคดีนี้ได้รับโทษ ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายคน แสดงความเห็นเสียดาย และบอกทำนองเดียวกันว่า “โรตีร้านนี้…อร่อยจริง อร่อยจัง” เมื่อย้อนกลับไปเมื่อครั้ง “แหลมเกต” ได้รับความสนใจจากสื่อแทบทุกแขนง “คุณโค้ก” ในฐานะเจ้าของกิจการ เผยความเป็นมาเมนูยอดฮิตประจำร้าน ให้ฟัง โรตีแหลมเกต เกิดขึ้นเพราะเขาอยากหาขนมหวานให้ลูกค้าทานหลังจากทานบุฟเฟ่ต์ทะเล แต่คิดอยู่นานว่าควรนำขนมหวานชนิดไหนมานำเสนอดี จนวันหนึ่งเดินไปเจ
ใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด! ม.สวนดุสิต ผลิต “เมล่อน” ปลอดสารพิษ ม.สวนดุสิต ผลิต “เมล่อน” – ดร.กชกร ชำนาญกิตติชัย ผู้อำนวยการสำนักกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึง ผลผลิตทางการเกษตรเมล่อนในโรงเรือน ว่า โครงการปลูกเมล่อนในโรงเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถือเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติจาก รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ เวลา หรือ คน ซึ่งการปลูกเมล่อนในโรงเรือนใช้พื้นที่ของ บริษัท โรงสีข้าวสวนดุสิต จำกัด จ.ปราจีนบุรี เป็นสถานที่ทำการเพาะปลูก จึงได้ส่งพนักงานของบริษัทโรงสีข้าวสวนดุสิต จำนวน 2 คน ไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ณ Texas Farm จ.พิษณุโลก โดยมีอาจารย์ณรงค์ บุญมี และ อาจารย์สุมาลา บุญมี เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนกระบวนการปลูกจนถึงกระบวนการเก็บผลผลิตเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนเศษ ซึ่งผลที่ได้รับเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก ดร.กชกร กล่าวต่อว่า เมล่อนสวนดุสิต เป็นสายพันธุ์กรีนเน็ต เพาะปลูกง่าย ทนต่อโรค ผลเมล่อนรูปทรงกลม ผิวตาข่ายแต่ไม่นูน เนื้อสีเขียว รสหวานจัด กรอบ อร่อย แ
เหงาจังหนอ! ตลาดยามเย็นเมืองอุทัยฯ แม่ค้าบอกเซ็งๆ คนขายเยอะกว่าคนซื้อ ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศตลาดยามเย็น ริมแม่น้ำสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับภาพรวมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำได้อย่างแข็งขัน แบบ “การ์ดยังไม่ตก” ด้านหน้าทางเข้าตลาด มีเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะ คอยยืนตรวจวัดอุณหภูมิประชาชนที่จะเข้าไปจับจ่ายใช้สอยทุกคน จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่อีกคนคอยฉีดแอลกอฮอล์ล้างมือให้ และหากลูกค้าคนไหนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยมา จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเดินในตลาด ซึ่งในส่วนพ่อค้าแม่ขายนั้น มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยกันทุกร้าน ส่วนบรรยากาศการซื้อขาย โดยรวมแล้วเป็นไปแบบเหงาๆ ประชาชนที่มาจับจ่ายค่อนข้างบางตาเห็นได้ชัด เมื่อสอบถามแม่ค้าท่านหนึ่ง ถึงยอดขายแต่ละวัน ได้คำตอบกลับมาเป็นรอยยิ้มแห้งๆ ก่อนบอกเพียงสั้นๆ “ทุกวันนี้ คนขาย เยอะกว่า คนซื้อ”
ราคายางตกต่ำขั้นสุด! ชาวสวนบึงกาฬ หันแปรรูป “กก-ผือ” ได้วันละ 300 ยังดี ปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในสังคมไทย บางบริษัทต้องปิดกิจการ หลายคนตกงาน ต้องกลับไปอาศัยอยู่บ้านเกิด ที่แม้จะมีฐานทรัพยากรให้พึ่งพิงเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพได้ เพราะขาดทักษะความรู้เรื่องการแปรรูปทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน แต่ที่ชุมชนในพื้นที่ชุ่มแม่น้ำโลกกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ กลับสวนทางกับหลายพื้นที่ เพราะมีการนำกกและผือ ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญของชุมชน ผสานรวมกับทักษะความรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้เรียนรู้จากการเข้า ‘โครงการพัฒนาอาชีพผลิตภัณฑ์จากกกและผือ พื้นที่ชุ่มแม่น้ำโลกกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ’ ที่ดำเนินการโดย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยการสนับสนุนของทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ต้องการนำต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนมาฝึกทักษะอาชีพด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกกและผือให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นแรงงานนอกระบบหรือผู้ว่า
คลินิกสายตาทัศนมาตรศาสตร์ ม.รังสิต เปิดให้บริการตรวจสุขภาพดวงตา ฟรี คลินิกสายตาทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดให้บริการตรวจสุขภาพดวงตาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ ตรวจวัดสายตา ตรวจต้อหิน ต้อกระจก ตรวจจอประสาทตา บริการแว่นพร้อมเลนส์ฟรี ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดให้บริการวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.30-16.30 น. ณ คลินิกสายตาทัศนมาตรศาสตร์ อาคาร 12/1 มหาวิทยาลัยรังสิต สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://www.facebook.com/OPTOMETRYRSU/ หรือนัดคิวตรวจได้ที่ คลินิกสายตาทัศนมาตรศาสตร์ โทร. 0-2791-6000 ต่อ 4508
โอกาสในวิกฤตโควิด-19! โอกาสของ “การบินไทย” ในการสางหนี้ 3.5 แสนล้าน นโยบายการ Lockdown ที่ทั่วโลกใช้ต่อสู้ไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ GDP ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2563 ติดลบลงอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถเห็นจากตัวอย่างของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมี GDP ลดลง 4.8 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในไตรมาสที่หนึ่งประจำปี พ.ศ. 2563 สร้างความกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปทั่วโลก ปัญหาหนี้สินทวีความรุนแรง The Atlantis Report รายงานว่า หนี้ทั่วโลกจะสูงถึง 246 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 320% ของ GDP ของโลก ในส่วนของประเทศไทย ก็เลือกใช้นโยบายการ Lockdown เช่นกัน และนโยบายนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจด้านการบริการต่างๆ รวมถึงการค้าปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจสายการบินที่ต้องหยุดให้บริการลง ทำให้แทบจะทุกธุรกิจหยุดกิจกรรมต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมแทบทั้งหมดและได้รับผลกระทบเชิงลบโดยตรง ส่งผลทำให้หลายบริษัทต้องตกอยู่ในสภาวะขาดสภาพคล่อง หรืออาจถึงต้องล้มละลายเลยทีเดียว ประเทศไทยถูกจัดลำดับว่าเป็นประเทศที่เศรษฐกิจถดถอยมากเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่
