ทำไรรวย
สู้สักตั้ง! “กอล์ฟ” แตกไลน์สินค้าใหม่ “หมูปิ้งฮีโร่” รายได้ไม่เยอะ พอได้ค่ากับข้าว เมื่อราวต้นปี 2562 “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยเรื่องราวน่าสนใจของร้านหม่าล่าชื่อดัง “สะโบมั้ย” ที่มียอดขายกว่าสองพันไม้ต่อเดือน คิดเป็นรายได้เดือนหนึ่งถึงหลักล้าน กิจการดังว่ามีเจ้าของกิจการแบ่งเป็น 3 หุ้น คือ หนึ่งคู่รักหนุ่มสาว และศิลปินแร็ปเปอร์ชื่อดัง “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” บทสนทนาเมื่อครั้งนั้น มีคุณจี๋-เอกพงศ์ ศรีนรศักดิ์ศิลป์ หุ้นส่วนคนสำคัญ เป็นผู้ถ่ายทอดความเป็นมาให้ฟัง “หม่าล่า สะโบมั้ย” เริ่มต้นที่ตัวเขาคิดว่าอาหารประเภทนี้มีเสน่ห์ น่าทำขายในกรุงเทพฯ ดู แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ กระทั่งถึงวันที่เขาเข้าพิธีแต่งงานที่เชียงใหม่ มีเพื่อนสมัยมัธยมฯ คนสนิทอย่าง “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” มาช่วยงานแบบเต็มที่ เลยเกิดความคิด ถ้าจะเริ่มต้นทำธุรกิจอีกสักตัว ชวนเพื่อนซี้คนนี้มาร่วมลงทุนดีกว่า “เราชอบกินเหมือนกัน พอชวนมาลงทุน กอล์ฟ บอกเอาเลย พอดีผมมีหน้าบ้านอยู่ในซอยรัชดาฯ เลยนำฟู้ดทรักมาจอดขายหม่าล่าหน้าบ้าน ตั้งโต๊ะพับเล็กๆ 4 ตัว คิดไว้ วันหนึ่งขายได้ 200-300 ไม้ ก็น่าจะพออยู่ได้แล้ว” คุณจี๋
ยุคนี้ควรมีมากกว่าหนึ่งอาชีพ! “บิวด์” เป็นทั้งหมอ-ผู้ประกาศ-เจ้าของคาเฟ่สุดชิก ร้าน “Beaker and Bitter” (บีกเกอร์ แอนด์ บิตเตอร์) คาเฟ่ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาเก่ายาวนานกว่า 50 ปี เป็นคาเฟ่เก๋ๆ ในโทนสีขาวเทา ธีมห้องแล็บหรือห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่มีกิมมิกและพร็อพสำหรับถ่ายรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกาวน์และแว่น บีกเกอร์ที่นำมาตกแต่งรอบร้าน รวมทั้งจุดเด่นคือ บันไดวนที่ตั้งอยู่กลางร้านแห่งนี้ ความลงตัวที่น่าสนใจก่อนที่จะมาเป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์คนเมืองนั้น “หมอบิวด์” นายแพทย์ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านเล่าให้ฟังว่า ที่นี่เป็นโรงงานยามาก่อน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปี แต่ด้วยยุคสมัยและมาตรฐานการผลิตยา ทำให้โรงงานยาของเดิมไม่สามารถที่จะปรับปรุงได้ต่อไปอีก จึงตัดสินใจปิดกิจการ สถานที่แห่งนี้จึงถูกปิดไว้เป็นเวลา 5 ปี ที่นี่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีเรื่องราวที่เป็นของจริงสามารถนำไปต่อยอดในแบบอื่นที่ไม่ใช่เป็นแค่โรงงานยาได้ จึงได้รีโนเวตเป็นค่าเฟ่ในธีมวิทยาศาสตร์ “หุ้นส่วนในการทำคาเฟ่แห่งนี้มี 2 คน คือผมและเคนนี่ เราสองคน
คณบดีแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต แนะสู้โควิด ด้วยสมุนไพรไทย-จีน นายแพทย์วิชาญ เกิดวิชัย มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จากผลการวิจัยและติดตามการใช้ยาสมุนไพรในการป้องกันและรักษาไข้หวัดธรรมดา ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสไรโนไวรัส (Rhinovirus) แบคทีเรีย และโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ไม่กลายพันธุ์ พบว่ามีสมุนไพรหลายชนิด สามารถป้องกันและรักษาโรค ผ่านกลไกการต้านเชื้อโรคโดยตรง และการสร้างภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในทางเดินหายใจ การขยายผลมาใช้ในไข้หวัดใหญ่ Influenza พบว่า ได้ผลในระดับหนึ่ง ส่วนการใช้ในโคโรนาไวรัสที่กลายพันธุ์ SARS และ MERS ไม่มีข้อมูลมากเพียงพอ แต่ด้วยกลไกการทำงานดังกล่าวมา เชื่อว่าหากนำมาใช้กับ COVID-19 อาจช่วยได้ โดยเฉพาะการป้องกัน เสริมจากมาตรการทางกายภาพคือ ใส่ Mask กินร้อน ช้อนกลางส่วนตัว ล้างมือ และ Social distancing ส่วนการรักษาไข้หวัดในผู้ที่ไม่เป็นกลุ่มเสี่ยง COVID-19 ควรรักษาตัวที่บ้าน ไม่ต้องไปโรงพยาบาล เพื่อ ลดความแออัด และลดความเสี่ยง การติดเชื้อ/ แพร่เชื้อที่โรงพยาบาล สมุนไพรป้องกันไข้หวัด : ฟ้าทะลายโจร 400 มก. วันละครั้ง สัปดาห์ละ 5 วัน ติดต่อกันได้ 3 เดือน อิ
“ราคาไข่”เป็นตามกลไก มั่นใจได้ไม่ขาดแคลน ชี้ส่งออกขาดทุนไม่มีใครอยากทำ จากกรณีนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ เตือนคนไทยเตรียมซื้อไข่ไก่ราคาแพงจะขึ้นแผงละ 6 บาท เพราะมี “ข่าววงใน” ระบุไข่ไก่ในประเทศเริ่มขาดตลาด เนื่องจากมีการกักตุนส่งออกไปสิงคโปร์ หลังจากมีการปิดประเทศมาเลเซีย ทำให้ออร์เดอร์ไหลเข้ามาที่ผู้ประกอบการไทย จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งเข้ามาบริหารจัดการอย่าปล่อยให้ไข่ไก่ขาดตลาด หรือมีการกักตุนหรือราคาแพงเกินความเป็นจริงนั้น ล่าสุด คุณสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ระดับราคาไข่ไก่ จะเป็นไปตามกลไกตลาดเสมอ โดยการผลิตไข่ไก่ของไทยนั้น เป็นการรองรับการบริโภคในประเทศ มีผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย หรือรวมตัวกันในรูปแบบชมรมและสหกรณ์ ส่วนการส่งออกไข่ไก่นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อจำเป็นต้องระบายผลผลิตส่วนเกินให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภค เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาไข่ภายในประเทศ โดยผู้ส่งออกไข่ไก่ของไทย ต้องยอมส่งไข่ในราคาขาดทุน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับจีนและสหรัฐฯ จึงไม่มีใครอยากทำการส่งออกไข่ เพราะมันไม่ใช่การสร้างกำไร
เซเว่นฯ รับ 20,000 อัตรา อำนวยความสะดวกลูกค้า ช่วยคนตกงานจากโควิด-19 ข่าวจาก เว็บไซต์ cp all.co.th แจ้งว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด (COVID-19) ในปัจจุบัน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทย มีความเป็นห่วงประชาชนคนไทยจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อวิถีชีวิตประจำวัน ดังนั้น นอกจากการเตรียมสต๊อกสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ร้านแล้ว บริษัทยังห่วงใยผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ไม่ได้เดินทางไปพื้นที่ต่างๆ เพื่อสกัดเชื้อไวรัสไม่ให้ขยายวงกว้างตามคำแนะนำของภาครัฐ บริษัทจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกด้านการบริการส่งสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผ่านแอพพลิเคชั่น 7-Eleven Delivery โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งพนักงานและผู้บริโภคเป็นสำคัญ รวมทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีงานทำ และผู้ประสบปัญหาการว่างงานจากภาวะวิกฤตครั้งนี้ด้วย บริษัทจึงประกาศเปิดรับสมัครทีมงานเพื่อให้บริการขนส่งสินค้า Delivery จากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นถึงมือประชาชนที่บ้านพักอาศัย จำนวน 20,000 อัตราทั่วประเทศ โดยจะทยอยรับอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายบริการ Delivery จากปัจจุบัน 1
สู้จนหยดสุดท้าย กวิ้นจะไม่ตาย! ชาบูดัง ดิ้นทุกทาง “สู้โควิด” แต่ทุกอย่างไปเร็วมาก PENGUIN EAT SHABU (เพนกวิน กิน ชาบู) เจ้าของความตั้งใจ “ความสุขของกวิ้น คือได้เห็นทุกคนมีความสุขในการกิน” นับเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ชาบู-ซูชิ ชื่อดัง ขวัญใจสายบุฟเฟ่ต์น้อยใหญ่ ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 6 ปี มีสาขาถึง 7 ทำเลสำคัญ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพนกวิน กิน ชาบู นับเป็นอีกหนึ่งกิจการร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยทางผู้บริหารได้พยายามปรับนโยบาย เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นปี โดยในเดือนกุมภาพันธ์ มีการสั่งปิดสาขาไป 1 แห่ง พร้อมออกนโยบาย ผู้บริหารไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ไล่เรียงมาถึงเดือนมีนาคม สถานการณ์ยิ่งแย่ลง ผู้บริหารเพนกวิน กิน ชาบู ตัดสินใจปิดตัวลงอีก 1 สาขา ให้พนักงานออกบางส่วน และบางส่วนหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เป็นเวลา 2 เดือน กระทั่งล่าสุด ผู้ว่าฯ กทม. ออกคำสั่ง ปิดห้าง ปิดตลาด ไปจนถึงวันที่ 12 เม.ย.นี้ โดยในส่วนของร้านอาหารนั้นอนุญาตให้เปิดบริการเฉพาะสั่งกลับบ้านหรือดีลิเวอรี่เท่านั้น ห้ามนั่งรับประทานที่ร้าน ทางผู้บริหารกิจการ เพนกวิน กิ
สั่งปิดเพิ่ม! คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารตึกแถว แผงลอย รถเข็น ห้ามนั่งกินที่ร้าน เมื่อวันที่ 22 มี.ค. พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้โพสต์ผ่านเพจ ผู้ว่าฯอัศวิน ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 3) ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อลดการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย จำกัดการรวมคน หรือการชุมนุมของประชาชน เพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดขยายในวงกว้าง เพื่อให้ความหมายของสถานที่จะต้องปิดเป็นการชั่วคราวตามประกาศดังกล่าวมีความเข้าใจตรงกัน และเจ้าของสถานที่ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือ และร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยระงับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้แก้ไขข้อความ ข้อ 1 และข้อ 2 ของประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 23 มีนาคม 2563 ดังนี้ ร้านอาหาร โดยรวมถึงร้านอาหารที่อยู่ในคูหา รถเข็น และแผงลอยจำหน่ายอาหาร (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้
แจกฟรี 2 หมื่นราย! เมล็ดพันธุ์ “ฟ้าทะลายโจร” ไปปลูกเป็น“ต้นยาสามัญประจำบ้าน“ จากกรณีประชาชนจำนวนมากแห่ซื้อ “ฟ้าทะลายโจร” หวังใช้ป้องกันโควิด-19 จนทำให้สินค้าขาดตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ออกมาย้ำแล้วว่า ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพร ที่มีศักยภาพในการต้านหวัด และมีกลไกต้านเชื้อไวรัส แต่ยังไม่มีการศึกษาวิจัยยืนยันผลการป้องกันและการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด ล่าสุดทาง เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร โพสต์ข้อความจะทำการ แจก เมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร ให้ประชาชน จำนวน 20,000 ราย ฟรี เพียงส่งซองจดหมาย จ่าหน้าซองถึงตัวเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์ 3 บาท ส่งไปที่ กลุ่มงานเภสัชกรรม (ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เลขที่ 32/7 หมู่ 12 ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000 หรือสอบถามที่เบอร์ 037-213-629, 037-211-289 วันเวลาราชการ “การแจกเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร ขอให้ผู้ที่ต้องการปลูกและใช้ประโยชน์จากฟ้าทะลายโจร ได้มี “ต้นยาสามัญประจำบ้าน” ไว้ใช้ในยามเจ็บป่วย หรือฉุกเฉิน เมื่อเป็นไข้ ตัวร้อนเจ็บคอ หรือไว้ใช้ทำยาได้เอง เช่น ผงยา หรือ ลูกกลอนฟ้าทะลายโจร” เพจ สมุนไ
ชีวิตนักร้อง! “แอ๊ว” ครวญ ไร้ทุนค้าขาย ไม่มีอาชีพเสริม วอนรัฐบาลเมตตาด้วย คุณแอ๊ว –ทัศนัย สีมันตะ นักร้องหนุ่มใหญ่ วัยห้าสิบเศษ พื้นเพเป็นคนยโสธร เรียนจบชั้น ป.4 ออกจากโรงเรียน เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ อาศัยอยู่กับญาติแถวปิ่นเกล้าฯ ทำงานครั้งแรกในโรงกลึง ย่านดาวคะนอง ทำอยู่หลายปี ย้ายมาอยู่กับอาในซอยโรงพยาบาลเจ้าพระยา ก่อนอาแนะนำให้ไปเรียนตัดผม พอกลางคืนให้ไปสมัครเสิร์ฟที่สวนอาหารแถวตลิ่งชัน “เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่นานพอสมควร พอดีที่ร้านเขามีนักร้อง ตัวเราชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เลยสมัคร จนได้ขึ้นเวที ตอนอยู่สวนอาหารโพธิ์ทอง ตลิ่งชัน ต่อมาย้ายมาร้องที่คาเฟ่แถวปิ่นเกล้าฯ จนกระแสคาเฟ่ซาไป ร้านอาหารอีสานบูมแทน เลยสมัครเป็นนักร้องในสวนอาหารอีสานมาจึงถึงวันนี้ ร้านล่าสุด คือ อีสานฟองแก้ว อยู่หลังห้างพาต้า ปิ่นเกล้าฯ” คุณแอ๊ว ย้อนความทรงจำให้ฟัง ก่อนเล่าต่อ ช่วงมาทำงานที่กรุงเทพฯ พยายามเรียนหนังสือต่อ แต่ไม่มีใครแนะนำ กระทั่งมามีโอกาสได้เรียนเมื่อไม่นานนี้ “พาหลานจากบ้านนอกมาเรียนมัธยมฯ ในกรุงเทพฯ แต่เขาเกเร โดดเรียน อาจารย์ไม่ไหว เลยแนะนำให้พาไปเรียนกศน. ก็พาหลานไป พอสมัครเสร็จ ถามอาจารย์ว่า ผมอายุมา
เพิ่มความรู้สู้โควิด-19 สสว.เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี สร้างคอนเทนต์ให้ปัง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ชวนผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มมูลค่าของธุรกิจด้วยคอนเทนต์ดีๆ หรือคนทั่วไปที่สนใจเรื่องการสร้างคอนเทนต์ให้ปัง อาทิ บล็อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ หรือฟรีแลนซ์สายผลิตสื่อคอนเทนต์ สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี หัวข้อ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายคนจะต้องเก็บตัวอยู่บ้าน หรือ Work From Home เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายและผ่านไป จะได้มีไอเดียใหม่ๆไปสร้างคอนเทนต์ดีๆ แก้ปัญหาธุรกิจจากวิกฤติโควิด-19 ที่สำคัญเรียนออนไลน์อยู่บ้าน ช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส เว้นระยะห่างทางสังคมแต่ยังคงได้ความรู้ เปิดรับสมัครภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น สำหรับคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี หัวข้อ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” มีคอนเซ็ปต์ว่า “จากไอเดียบรรเจิด กำเนิดผู้ประกอบการไอดอลดิจิทัลตอนเทนต์” โดยวิทยากรที่มาสอนในคอร์สออนไลน์นี้ได้แก่ รศ.ดร
