ทำไรรวย
ขายมา 20 ปี ! “แม่ติ้ม ข้าวจี่โบราณ” หอมๆเกรียมๆ จิ้มแจ่วปลาร้าพริกป่น (มีคลิป) ข้าวจี่ ของว่างของชาวอีสาน แต่เดิมนิยมทำกันมากช่วงเดือนสามของทุกปี เพราะจะมีการทำข้าวจี่ไปทำบุญในงานประเพณีบุญข้าวจี่ ส่วนที่มาของเมนูดั้งเดิมนี้ คงมีเหตุผลมาจากการที่ ข้าวเหนียว อาหารหลักของคนอีสานและคนเหนือ มักเสียเร็ว คนสมัยก่อนจึงใช้ภูมิปัญญา นำอาหารประจำบ้านมาดัดแปลงเพื่อให้มีรสชาติไม่จำเจและรับประทานกันได้นานขึ้นด้วย ปัจจุบัน ข้าวจี่ ไม่ได้ทำกันเฉพาะช่วงเดือนสามของทุกปีอย่างประเพณีดั้งเดิมดังเกริ่นมาข้างต้น หากแต่มีการทำออกมาขายตลอดทั้งปี หากคนมีฝึมือต่างพากันทำขายเป็นอาชีพหลัก-อาชีพเสริม กันหลายราย ด้วยอาจเป็นเพราะเป็นของกินที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยอยู่แล้ว แถมยังมีรสชาติอร่อยถูกปาก สามารถทานแทนอาหารมื้อหลักได้เลยทีเดียว ส่วนการลงทุนสำหรับอาชีพทำข้าวจี่ขายนี้ ไม่น่าใช้เงินทุนอะไรมากนัก หากเริ่มจากเล็กๆ เพียงหลักพันคงทำการค้าได้แล้ว “แม่ติ้ม ข้าวจี่โบราณ” กิจการข้าวจี่ ที่ขายอยู่บนรถเข็นขนาดใหญ่ ภายในบรรจุเตาถ่าน 2 เตา มีตะแกรงเหล็กวางอยู่ด้านบน โดยวันธรรมดาจะปักหลักขายอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหน
ครอบครัว-ธุรกิจ ไปด้วยกัน! ทายาท “เต็กกอ” สานต่อแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู เอ่ยชื่อ “สุพัฒน์ ธีรภาพสกุลวงศ์” พื้นเพเป็นชาวนครปฐม ทำอาชีพลูกชิ้นหมูขายมานานกว่า 40 ปี เชื่อว่าคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครหรือมาจากไหน แต่หากบอก บุคคลดังว่า คือ “เต็กกอ” เจ้าของฉายา “ขุนแผนนครปฐม” หลายคนคงร้องอ๋อ! และอาจบอกต่อได้ด้วยซ้ำว่า “เต็กกอ” ชายผู้โด่งดังท่านนี้ ปัจจุบัน อายุอานามคงกว่า 70 ปี มีภรรยาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันถึง 7 คน มีผลงานเป็นลูกชาย-หญิง 22 คน และหลานๆ อีก 23 คน นอกจากจะมีความสามารถพิเศษ ในการปกครองคนในครอบครัว ให้ช่วยกันทำมาหากิน อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรียบร้อยแล้ว “ลูกชิ้นหมู” นับเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ซึ่งเกิดจากฝีมือการทำของ “เต็กกอ” จนกลายเป็นอาชีพหลัก สามารถเลี้ยงดูลูก-หลาน ให้ได้รับการศึกษาตามความถนัดชนิดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะเริ่มต้นจากโรงงานขนาดเล็กอยู่ในห้องแถว แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความอุตสาหะ กิจการของชายผู้นี้ จึงเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันนอกจากโรงงานจะขยายกำลังการผลิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่บรรดาทายาท นำไปต่อยอด กระ
“ครีเอเตอร์เว็บตูน” อาชีพใหม่ยุค 2020 สร้างรายได้สุดปังได้กว่าหลักล้าน! ครีเอเตอร์เว็บตูน – “นักวาดการ์ตูน” อาชีพจากความบันเทิงที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้ กลายเป็นหนึ่งในความฝันและแรงบันดาลใจสู่อาชีพที่เด็กๆ อยากเป็น อีกทั้งความนิยมของการ์ตูนออนไลน์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ครีเอเตอร์เว็บตูน จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงเลยทีเดียว ทว่าเพียงทักษะทางศิลปะที่สามารถขีดเขียนลายเส้นเป็นตัวการ์ตูน บวกจินตนาการสร้างสรรค์เรื่องราวได้สนุกสนานนั้นยังไม่พอ สิ่งที่ต้องมีมากกว่านั้นในเส้นทางนักวาด คือโอกาสที่ผลงานจะได้เผยแพร่สู่โลกของคนรักการ์ตูนนั่นเอง ข้อมูลจาก LINE WEBTOON เผยว่า ปัจจุบันมีผู้อ่านการ์ตูนออนไลน์ทั่วโลก มากกว่า 60,000,000 คนต่อเดือน ขณะที่ในประเทศไทย มีผู้ใช้กว่า 16,800,000 คน ด้วยคอนเทนต์การ์ตูนให้เลือกอ่านมากกว่า 1,300,000 เรื่องทั่วโลก จากผลงานของครีเอเตอร์หลากหลายสัญชาติ ในขณะเดียวกัน ยังเปิดประตูแห่งโอกาสให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่มากมายได้โชว์ความสามารถ จนประสบความสำเร็จทั้งรายได้และมีชื่อเสียงในระดับอินเตอร์ 4 ครีเอเตอร์เว็บตูนชื่อดังทั้งชาวไทยและเกาหลี ได้มาร
#ของมันต้องมี “ผ้าอนามัย” ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย วอนรัฐคุ้มครองราคา ยกเลิกภาษี ข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ Change.org องค์กรรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้แคมเปญใหม่ เรียกร้องให้รัฐ ออกมาตรการควบคุมสินค้าประเภทผ้าอนามัย เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงได้ โดยระบุถึงที่มาและเหตุผลในการรณรงค์ครั้งนี้ว่า ผ้าอนามัย นับเป็นของจำเป็นสำหรับผู้หญิง แต่กลับถูกจัดให้อยู่ในสินค้าประเภทเครื่องสำอาง มีการคิดภาษี จนราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น และแพงเมื่อเทียบกับค่าแรงหรือรายได้ขั้นต่ำ เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้หญิงต้องแบกรับในแต่ละเดือน ขณะที่ในหลายประเทศอย่างออสเตรเลีย แคนาดา และอินเดียก็ได้ยกเลิกเก็บภาษีผ้าอนามัยไปแล้ว “ประจำเดือน เป็นกลไกทางร่างกายที่ทำให้ผู้หญิงมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น มันไม่เกี่ยวกับได้เงินเดือนเท่าไหร่จะจ่ายพอมั้ยด้วยซ้ำ มันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ผู้หญิงจำเป็นต้องจ่าย เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้ารัฐจะช่วยให้มันเท่าเทียมขึ้นสักนิดได้ก็จะดี เรื่องเพศไม่ใช่เรื่องพิลึก ถ้ามองกันว่าแปลกพิลึกกันแต่แรก ชาตินี้ก็ไม่มีวันเข้าใจความหลากหลายได้ จริงๆ ของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตพื้นฐานลักษณะนี้ ควรได้รับก
“เฮียให้” เจ้าตำรับข้าวผัดโคตรปู ซีฟู้ดจัดเต็ม ไม่ต้องแกะ ให้เลอะมือ “เฮียให้” เอกมัย มีความโดดเด่นจากเมนู ข้าวผัดโคตรปู ที่ให้เนื้อปูกันแบบเน้นๆ เรียกได้ว่าตักข้าวไปคำไหนก็ต้องเจอเนื้อปูติดช้อนมาด้วย เมื่อประกอบกับการผัดข้าวสไตล์ไทย-จีนที่ใช้กระทะเหล็ก ผัดข้าวให้เรียงเม็ดสวยส่งกลิ่นหอมติดกระทะมาด้วยแล้ว ยิ่งนับได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่นักกินปู ไม่อาจต้านทานความอร่อยละลานตาของเนื้อปูไปได้ คุณเซิร์ฟ-พฤทธิ์ เติมไพสิฐ ลูกชายเฮียให้ ผู้ก่อตั้งร้านที่ใช้ชื่อของคุณพ่อมาเป็นชื่อร้าน สละเวลาเสิร์ฟมานั่งคุยด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง “โดยพื้นฐานแล้วผมกับ คุณออม-นิสากร สุรเกษมสวัสดิ์ เป็นคนงกมาก ชอบเก็บเงินกันอยู่แล้วโดยนิสัย ไม่ฟุ่มเฟือยเลย แต่ในชีวิตจะเสียเงินกันแค่เรื่องเดียวคือเรื่องกิน เพราะเรายินดีกับการกินอะไรใหม่ๆ อย่างตัวผมเองนับได้ว่ามีความชอบเรื่องอาหารมาตั้งแต่เด็ก กิจวัตรของที่บ้านคือการหาของกิน ความทรงจำเลยคือป๊าจะซื้อปูมานึ่ง ทำข้าวผัดปูให้กิน แล้วผมจะชอบดูรายการทำอาหารมาก เราจะรู้จักวัตถุดิบต่างๆ เช่น ตับห่าน หรือ ฟัวกราส์ แต่สมัยก่อนยังไม่มีเงินไปกิน พอทำงานได้เงินค่าจ๊อบมา 2,000 เราก็ไม่เ
“นักโหราศาสตร์” กับศาสตร์ดูดวงชะตา อีกอาชีพทำเงิน กว่าหลักพันบาทต่อวัน ความเป็นมาของ โหราศาสตร์ หากจะว่ากันตามตรง คงต้องนับย้อนไปเป็นพันๆ ปี ในสมัยที่คนโบราณมีเวลาเฝ้ามองท้องฟ้า จนสามารถสังเกตการเคลื่อนที่ของดวงดาว จนเริ่มมีการจดบันทึก ทำแผนที่ดูดาว และปฏิทิน พอคนโบราณเริ่มสังเกตเห็นว่าตำแหน่งการเคลื่อนของดวงดาว มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็นำบันทึกนั้นมาวิเคราะห์พินิจพิจารณา ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับวิชาสถิติ จนสรุปออกมาเป็น วิชาโหราศาสตร์ และมีการถ่ายทอดความรู้สืบต่อกันมา ถือเป็นวิชาเก่าแก่แต่โบราณที่ยังมีคนสืบทอดกันมา อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม วัย 80 ปี นักโหราศาสตร์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง ผู้สนใจศาสตร์แห่งการพยากรณ์มาตั้งแต่อายุ 30 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักพยากรณ์ระดับประเทศว่า ก่อนที่จะหันมายึดอาชีพการดูดวง อาจารย์เคยเป็นครูมาก่อน “สมัยที่ยังอายุน้อยๆ ผมก็เป็นคนที่เคยไปดูหมอมาก่อนเหมือนกัน มีหมอพระ 2 รูป ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งอยู่ต่างคณะกัน ทำนายทายทักชีวิตผมได้ถูกต้องตรงกันหลายเรื่อง รู้สึกแปลกใจ ว่าพระท่านทำนายได้อย่างไร ก็เล
เปลี่ยนลานจอดรถเก่า เป็นคาเฟ่สไตล์วินเทจ เสิร์ฟน้ำ-อาหารไทยฟิวชั่น ราคานักศึกษา “คาเฟ่” ยังคงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่หลายคนเลือกทำ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่คนสมัยนี้เลือกคาเฟ่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และนั่งทำงาน อย่างในย่านมหาวิทยาลัยดัง ซอยงามวงศ์วาน 52 ลึกเข้าไปประมาณ 200 เมตร พื้นที่บริเวณนั้นเป็นทั้งหอพักสำหรับนักศึกษา และอีกส่วนหนึ่งเคยเป็นลานจอดรถเก่า ที่คุณเอ้-ปิยนุช บุญโปร่ง วัย 49 ปี นำมารีโนเวต กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ลอฟต์วินเทจ “KA-FA-NA HOUSE” (คาฟาน่า เฮ้าส์) ที่แม้จะเปิดได้เพียง 6 เดือน ทว่าคาเฟ่แห่งนี้กลับได้รับความนิยมจากนักศึกษาในย่านนั้นไม่น้อย ก่อนหน้านี้ คุณเอ้เคยทำงานที่ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ในฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร ตามที่ได้ร่ำเรียนมาจากคณะนิเทศศาสตร์ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท รับผิดชอบงานในส่วนของ INTERNAL COMMUNICATION และ EXTERNAL COMMUNICATION งานสื่อมวลชน “ช่วงหลังองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ จน 10 ปีหลังนี้ พี่เลยผันตัวเองมาทำงานด้านการจัดการตลาดอย่างเต็มตัว ล่าสุดอยู่สายงาน Retail MKT ดูแลหน่วยงานของกองทัพ กลุ่มองค์กรรัฐ ในสายค้าปลีก เป็นงานที่ท้าทายมาก ต
สถานที่ทำศพให้เป็นปุ๋ยมนุษย์แห่งแรกของโลก เตรียมเปิดให้บริการในปี 2021 “รีคอมโพส” (Recompose) สถานที่รับทำศพแนวใหม่ ซึ่งใช้วิธีปล่อยให้ร่างผู้วายชนม์ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติแทนที่จะฝังหรือเผา ประกาศเตรียมจะเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกของโลกในอีกราวหนึ่งปีข้างหน้า หลังจากรัฐวอชิงตันของสหรัฐ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ใช้วิธีนี้ในการจัดการศพได้ ข้อกฎหมายข้างต้น จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมปีหน้า (2020) และเปิดทางให้บริษัทของนางแคทรินา สเปด ผู้บริหาร “รีคอมโพส” ซึ่งถือเป็นกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะ สามารถจะเริ่มให้บริการรับทำศพด้วยการหมักให้เป็นปุ๋ยมนุษย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากที่เธอตระเตรียมการมาก่อนหน้านั้นแล้วหลายปี สถานที่รับทำศพแบบพิเศษนี้จะตั้งอยู่ที่นครซีแอตเทิลของสหรัฐ โดยจะให้บริการหมักซากศพให้ย่อยสลายกลายเป็นดินปุ๋ยชั้นดี เหมาะสำหรับนำไปทำสวนและเพาะปลูก ซึ่งทางบริษัท รีคอมโพส เรียกกระบวนการดังกล่าวว่า “การประกอบสร้างใหม่” (Recomposition) และ “การลดรูปแบบอินทรีย์ตามธรรมชาติ” (Natural organic reduction) ก่อนนำศพเข้าเก็บในช่องรูปหกเหลี่
ตามรอย! “เสี่ยหนู ชวนชิม” ก๋วยเตี๋ยวห่าน พระรามสี่-ขาหมูเจริญแสง สีลม นับเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ ที่ลูกเพจหลายคนชอบติดตาม สำหรับบรรดาร้านอาหารที่ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข มีโอกาสไปแวะชิม ซึ่งล่าสุดมีโพสต์ถึงร้านดังกลางกรุง เริ่มต้นที่ “ตั้งซุ่ยเฮง” ร้านก๋วยเตี๋ยวห่าน ย่านพระรามสี่ ว่า “อิ่มตาย ดีกว่าอดตาย แต่ไม่หรอก หากเราชอบกิน ก็ต้องรู้วิธีหาสมดุลให้ชีวิต ไม่ใช่เอาแต่ฝืนใจไม่กินอาหาร เพื่อให้ผอม แต่ต้องทุกข์ใจ ฝืนใจซึ่งเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง แล้วความทุกข์ก็ทำลายสุขภาพเหมือนกัน เอ้า…วันนี้วันหยุด ขับรถผ่านมาตามถนนพระรามสี่ขาเข้า ใกล้แยกสามย่าน ขอแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวห่าน ย้ำ ห่านนะไม่ใช่เป็ด ชื่อ ตั้งซุ่ยเฮง แวะมาทานกันดูครับ ขึ้นชื่อคือ บะหมี่ป๊อก นะ เส้นอื่นๆไว้ไปทานที่อื่น บะหมี่ป๊อก คือ เส้นบะหมี่ที่ตัดคล้ายๆเส้นใหญ่แต่มีความกรอบ เคี้ยวดังป๊อกๆ เหมาะอย่างยิ่งกับเนื้อห่าน เลือด ไส้ เครื่องในต่างๆ ของห่าน สั่งเลย น้ำชาม แห้งชาม น้ำซุปพะโล้หอมหวาน ต้องลองใส่พริกป่นของร้านนี้ เผ็ดแต่อร่อย พริกตำน้ำส้มก็เข้ากัน ทางที่ดีสั่งไส้แก้วต่างหากอีกหนึ่งจาน ทานดังกรุบๆ อ
เปิด “ถนนคนเดิน” เยาวราช สีลม ข้าวสาร กระตุ้นใช้จ่าย ช่วยเหลือคนรายได้น้อย ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ ผู้ว่าฯอัศวิน ระบุถึงความพร้อมโครงการ “เปิดถนนคนเดิน” ในย่านการค้าสำคัญชองกรุงเทพฯ ว่า “เดือน ธ.ค.นี้ กทม.พร้อมเปิดถนนคนเดินย่านเยาวราช สีลม และ ข้าวสาร ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภาคประชาชน และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายของรัฐบาล เป็นที่แน่นอนแล้วครับว่า กทม.จัดโครงการถนนคนเดินบนถนน 3 สาย ได้แก่ ถนนเยาวราช ถนนสีลม และถนนข้าวสาร เริ่มสัปดาห์แรกวันที่ 13-15 ธ.ค.นี้ ที่เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ โดยวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.และ เสาร์ที่ 14 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. จะปิดถนนเยาวราชฝั่งละ 1 ช่องจราจร นอกจากนี้จะปิดซอยแปลงนาม ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น ส่วนวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. จะปิดการจราจรถนนเยาวราชและซอยแปลงนาม ห้ามไม่ให้มีรถเข้า-ออก ตั้งแต่เวลา 19.00-24.00 น. ส่วนถนนสีลม จะจัดถนนคนเดินภายใต้แนวคิด “เดิน กิ
