ทำไรรวย
“นาตาเลีย เพลียแคม” สานต่อธุรกิจครอบครัว “ออร์แกไนซ์งานศพ” แบบครบวงจร “นาตาเลีย เพลียแคม” คือชื่อของ Drag Queen (แดร็ก ควีน) คนแรกของเมืองไทย จากรายการ Drag Race Thailand ผู้หลงใหลในงานศิลปะการแต่งแดร็ก เพื่อเติมความสุขให้กับชีวิต ชื่อจริงของเขาผู้นี้ คือ หนูหนึ่ง- อัษฎายุทธ คุณวิเศษพงษ์ อดีตนายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ดีกรีนิเทศศาสตรบัณฑิต และ นักกิจกรรมตัวยง หลังจากเรียนจบ เขาเข้าทำงานด้านการตลาด เป็นผู้จัดการฝ่ายรับสมัครนักเรียนและกิจกรรมพิเศษให้กับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ทำอยู่ประมาณสองปี จึงกลับมาโฟกัสกับการทำธุรกิจของที่บ้าน คือ ธุรกิจโลงศพ ภายใต้แบรนด์ “มังกรเขียว” คำถามแรกที่ตามมา ความเป็น Drag Queen กับการทำธุรกิจโลงศพ ไปด้วยกันอย่างไร คุณหนูหนึ่ง ยิ้มกว้างก่อนบอก “ก็นั่นนะสิ ใครจะคิดว่าสองอย่างนี้จะเดินไปด้วยกัน หลายคนมองว่ามัน contrast ก็แล้วแต่ความคิด แต่เรามองว่าตรงนี้มันคือโอกาส คนรู้จักเรามากขึ้น ก็ไม่แปลกถ้าเราจะสร้างแบรนด์ของเราไปพร้อมกันเมื่อเรามีโอกาสตรงนี้ ซึ่งก็เป็นการสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ทำกันมารุ่นต่อรุ่น เพียงแต่เราปรับเปลี่ยนให
“หัวสิงโต” ลูกชิ้นแห่งความสุข คือ หมูสับทอดตุ๋นผักกาดขาว ทำไม่ยาก อร่อยมาก “ซือจึโถว” 狮子头 แปลว่า หัวสิงโต เป็นลูกชิ้นแห่งความสุข หรือ “ซื่อสี่หวานจึ” 四喜丸子 หัวสิงโตนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หมูสับทอดตุ๋นผักกาดขาว ชาวจีนนิยมตั้งชื่ออาหารให้มีความหมายมงคล และสิงโตก็เป็นสัตว์มงคลของชาวจีน ซือจึโถว เป็นอาหารที่เกิดขึ้นในราชสำนักจักรพรรดิหยางแห่งราชวงศ์สุย ในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน จึงเป็นอาหารคลาสสิกของหวยหยางที่รวมถึงเซี่ยงไฮ้ด้วย ชาวจีนกล่าวกันว่า นอกจากการขุดคลองต้ายุ่นเหอจากปักกิ่งไปหังโจว ที่มีอายุกว่าพันปี ซึ่งถือเป็นงานวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกและสร้างคุณูปการต่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในยุคต่อมา ความดีอย่างที่สองก็คือหัวสิงโตนี่แหละ! ที่จักรพรรดิราชวงศ์สุยได้สร้างขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนที่ขุดคลองแล้วไปพบหุบเขาหนึ่งเต็มไปด้วยดอกทานตะวันบานสะพรั่งงดงาม จึงมีบัญชาให้เชฟในวังหลวง คิดค้นอาหารที่ทำให้พระองค์รำลึกถึงดอกทานตะวันในหมู่บ้านนั้น แล้วเชฟก็สร้างสรรค์ดอกทานตะวันเบ่งบานในชามมาให้ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง อาหารจานนี้ก็ยังคงได้รับความนิยม และได้ตั้
ตามรอยพอเพียง! เรียนรู้ศาสตร์พระราชา “วิชาอาชีพ” ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ว่ากันว่า ยามนี้หากใครมีโอกาสเดินทางไปทองเที่ยวภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะจังหวัดระยอง แล้วไม่แวะไป “เช็กอิน” กันที่ “ร้านกาแฟกลางน้ำ เขาไม้แก้ว” อยู่แถวตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย แล้วล่ะก็ ถือว่าพลาดและน่าเสียดายมาก หลายคนจึงตั้งสถานที่ดังกล่าว ไว้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ลำดับต้นๆ กันเลยทีเดียว เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ถึงร้านกาแฟ “วิวหลักล้าน” ที่เอ่ยถึง ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นั่นเอง ใช่แล้ว! อ่านไม่ผิด จุดเช็กอิน ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดระยอง ยามนี้ ตั้งอยู่ภายในเรือนจำ หรือภาษาที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปก็คือ “คุก” นั่นเอง “ร้านกาแฟเขาไม้แก้ว แห่งนี้ มีผู้ต้องขังชายและหญิง เป็นแรงงานสำคัญ แบ่งงานกันคือ ผู้ต้องขังชายทำอาหาร ผู้ต้องขังหญิงชงเครื่องดื่มและทำขนม รายได้จากการขายแต่ละวัน หลังจากหักต้นทุนออกแล้ว จะตั้งกำไรทั้งหมดไว้เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าแรงงาน ซึ่งภายหลังจาก
“กัญชา” คืบหน้าอีกขั้น! “อนุทิน” เดินหน้าเต็มตัว แต่ไม่วายโดนทวง “นโยบาย 6 ต้น” เมื่อเร็วๆนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข เผยถึงความคืบหน้านโยบายกัญชาทางการแพทย์ ผ่านทางเพจส่วนตัว อนุทิน ชาญวีรกูล มีสาระสำคัญว่า ตนเองได้ลงนามในร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตผลิตกัญชาทางการแพทย์ เสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว หากไม่มีอะไรติดขัด ภายใน 2-3 เดือนนับจากนี้ไป น่าจะมีกฎกระทรวงออกมา เป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจจะปลูกกัญชาทางการแพทย์ ปฏิบัติได้ ซึ่งสาระสำคัญ 2 ประการ ที่บรรจุไว้ในร่างกฎกระทรวง ฉบับดังกล่าวประกอบด้วย หนึ่ง แพทย์แผนไทย และ หมอพื้นบ้าน สามารถขออนุญาตปลูกกัญชา เพื่อปรุงยา รักษาผู้ป่วย ได้ (ในร่างกฎกระทรวงฉบับเดิม อนุญาตให้ปรุงยาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ปลูก) และ สอง ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร สามารถปลูกกัญชาได้ (ร่างกฎกระทรวงเดิม ไม่อนุญาตให้เกษตรกรปลูก แต่ร่างฉบับใหม่ ให้สิทธิเกษตรกร เป็นรายบุคคล ปลูก โดยไม่ต้องจับกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนก็ได้) “ผู้ปลูกทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องปลูกกี่ต้น จะปลูก 6 ต้น หรือ มากกว่า 6 ต้น ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอ
แฉ-แชร์! ประสบการณ์ (แย่ๆ) การจ้างทำการตลาดออนไลน์ ที่อยากบอกเอสเอ็มอี เป็นอีกหนึ่งกระทู้สนทนามีสาระและน่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจน้อยใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ยามนี้หากอยากมียอดขายเพิ่ม คงต้องหวังพึ่ง “การตลาดออนไลน์” ที่ต้องเน้นผ่านสื่อออนไลน์ทั้งหลายแหล่ แต่ใช่ว่าบรรดาผู้ประกอบการจะมีความรู้สอดรับกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีการสื่อสารได้เหมือนกันหมด หลายคนจึงต้องหันไปพึ่งบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเป็น “มืออาชีพ”ด้านการตลาดออนไลน์ แต่ก็อย่างว่า บนโลกธุรกิจ ทุกอย่างนั้นคือความเสี่ยง หากจ้างมืออาชีพตัวจริงมาช่วยได้จริงก็ดีไป แต่ถ้าได้พวก “มืออาชีพ” แต่ปาก คงลำบากหน่อย คงต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาและความรู้สึก เหมือนกับประสบการณ์ตรงของเจ้าของกระทู้รายนี้ ที่นำมาถ่ายทอดไว้ให้แบบละเอียดยิบ น่าติดตาม เธอขึ้นหัวข้อไว้ว่า “แฉและแชร์ประสบการณ์จ้างทำการตลาดออนไลน์ อยากบอกถึงเจ้าของเอสเอ็มอี” “สวัสดีค่ะ ความตั้งใจคืออยากจะแชร์ประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ธุรกิจระดับเอสเอ็มอี อยากให้คนที่เริ่มต้นได้ไอเดียและระมัดระวังในเรื่องการจ้างงานค่ะ คือ เราก็เริ่มต้นมีธุรกิจ แน่นอนว่าในยุค
โพลดังเผยประชาชนปลื้ม! รัฐบาล “ประยุทธ์ ” แก้ไขปัญหายากจนได้ดีขึ้น ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. สวนดุสิตโพล ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ในหัวข้อ “ดัชนีการเมืองไทย เดือนพฤศจิกายน 2562” จากประชาชนทั่วประเทศ 2,469 คน ระหว่างวันที่ 23-30 พ.ย. 62 เมื่อเทียบระหว่างเดือนตุลาคม กับ พฤศจิกายน โดยประเด็นที่ดีขึ้นนั้น ประกอบด้วย ผลงานของรัฐบาล ดีขึ้น จาก 3.79 เป็น 4.30 คะแนน, การบริหารประเทศตามนโยบายที่วางไว้ ดีขึ้น จาก 3.69 เป็น 4.27 คะแนน, ผลงานของนายกรัฐมนตรี ดีขึ้น จาก 3.83 เป็น 4.10 คะแนน, การแก้ปัญหาความยากจน ดีขึ้น จาก 3.12 เป็น 3.41 คะแนน ส่วนประเด็นที่แย่ลง ประกอบด้วย การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน ลดลงจาก 5.67 เหลือ 5.22 คะแนน, ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆ ประชาชนได้รับรู้ ลดลงจาก 5.00 เหลือ 4.88 คะแนน, จริยธรรม/วัฒนธรรมของคนในชาติ ลดลงจาก 4.97 เหลือ 4.70 คะแนน, การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยรวม ลดลงจาก 4.57 เหลือ 4.33 คะแนน การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน ลดลงจาก 4.64 เหลือ 4.43 คะแนน, ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดลงจาก 4.43 เหลือ 4.18 คะแนน, การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ลดลงจา
ผู้ประกอบการควรรู้ไว้ ! เทรนด์ค้าปลีก 2020 ไฮเทค-ทันใจ-ใส่ใจโซเชียล ธุรกิจค้าปลีก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายจากการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้การซื้อขายสินค้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นอกจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้เหล่านักช็อปซื้อขายและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ก็ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้คน และนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ “แดเนียล นิวแมน” เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทรนด์ค้าปลีกที่ต้องจับตามองในปี 2563 ซึ่งมีอยู่ 5 เรื่อง เริ่มจาก 1. เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือความจริงเสริม ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับสินค้าตรงๆ เพื่อความมั่นใจแบบเมื่อก่อน “โตโยต้า” เป็นตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่เล็งเห็นบทบาทของ AR โดยได้ตั้งโครงการใหม่ที่เปิดให้ผู้สนใจสามารถชมรถตัวอย่างได้โดยไม่ต้องบิดกุญแจขับจริงๆ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่นำ AR มาใช้ เช่น ห้าง Target, Lowe รวมไปถึง Amazon อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของสหรัฐ โดยช่วยลดจำนวนสินค้าที่ส่งคืนหลังจากช็อปออนไลน์ มีข้อมูลว่า มูลค่าการค้าออนไลน์น่าจะมีมูลค่าแต
อร่อยไร้เทียมทาน ! “เสี่ยหนู” แนะวิธีทำกับข้าวเตือนความทรงจำ “หมูสับนึ่งปลาเค็ม” เมื่อวันก่อน คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข โพสต์ภาพและเรื่องราวไว้บนเพจอนุทิน ชาญวีรกุล เกี่ยวกับอาหารการกินของคนจีนเชื้อสายกวางตุ้ง ไว้อย่างน่าสนใจ “อาหารสุดคลาสสิกของคนจีนเชื้อสายกวางตุ้ง เช่นผม คือ “ห่ามหยีหยกแป๋ง” แปลเป็นไทยว่า หมูสับนึ่งปลาเค็ม เป็นอาหารจานหลัก วิธีการทำแสนง่าย เพียงแค่นำหมูสับละเอียดเป็นบะช่อ มาวางกระจายให้ทั่วจาน แล้วเอาซีอิ๊วขาวมาราดให้ทั่วจาน ตัดปลาเค็มหนึ่งชิ้นมาวางด้านบนแล้วนำขิงสดซอยเป็นเส้นๆ มาโรยให้ทั่วแล้วนำไปนึ่งจนหมูสุก วิธีง่ายที่สุดคือ วางนึ่งในหม้อหุงข้าวช่วงห้านาทีสุดท้าย หมูสับจะสุกพร้อมข้าวที่หุงพอดี ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายไหล แล้วนำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ รับประกันความอร่อยอย่างไร้เทียมทานได้สบายบรื๋อสะดือปลิ้น คนกวางตุ้งจะไม่มีวันลืมอาหารจานนี้เพราะมันเปรียบเสมือนกับข้าวเตือนความจำ คือ ในสมัยอากงอาม่า ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว นายจ้างจะทำหมูสับนึ่งปลาเค็มแบบจานนี้ไว้คอยเลี้ยงลูกจ้าง การที่ใส่ปลาเค็มแถมนำไปนึ่งในน้ำซีอิ๊วขาวก็เพราะมีรสเค็ม คนงานก็จะกิน
เด็กอเมริกันติดเหา! ปีหนึ่งหลายล้านคน ร้านเสริมสวย “รับสาง” จนรวย สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า “เหา” ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทุกยุคสมัย และไม่ใช่แค่เมืองไทย หรือประเทศแถบนี้ที่ต้องปวดตับกับปัญหาคันๆ ในสหรัฐ ก็เผชิญกับกองทัพเหาที่บุกจู่โจมถึงหัวเด็กนักเรียนในหลายรัฐ แต่ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส เพราะภารกิจพิชิตเหา ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านเสริมสวย และทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเสียด้วย วอลล์สตรีต เจอร์นัล หยิบยกเรื่องราวของร้านเสริมสวยในย่านบรูกลินของนครนิวยอร์กที่ธุรกิจกำลังคึกคัก จากภารกิจกำจัดเหาของพนักงานที่แทบไม่ได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงยุ่งสุดๆ ของนักกำจัดเหาทั้งหลาย เหล่านักกำจัดเหาจะใช้ครีมนวดทาลงบนผมของเด็กๆ เพื่อให้มีความลื่น ก่อนจะใช้หวีซี่ถี่ๆ สางเอาตัวเหาและไข่ของพวกมันออกมา บริษัท ไลซ์ บัสเตอร์ส ธุรกิจรับกำจัดเหาโดยเฉพาะที่ “ดัลยา ฮาเรล” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 และบริหารงานแบบครอบครัว กำลังปั๊มเงินจากการระบาดอย่างหนักของเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งจนถึงตอนนี้ ร้านของเธอมีทั้งหมด 8 สาขา ในนิวยอร์ก ฟลอริดา และอิสราเอล เช่
กลัว “จิ้งจก” เพราะหางขาดแล้วยังดิ้นได้ ไม่ใช่เรื่องตลก! จุดเริ่มต้นสินค้าทำเงิน ยามนี้ หากใครที่กำลัง “มีปัญหา” กับบรรดาสัตว์ลิ้นสองแฉก อย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก งู จิ้งเหลน ฯลฯ ลองไปทำความรู้จักกับ “สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก” สินค้าแบรนด์ไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูหน่อยเป็นไรไป เผื่อว่าชีวิตจะอยู่ง่ายขึ้น คุณปอ–พิพัฒน์ เจียกภาพร อายุสามสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก แบรนด์ No Gecko (โน เกคโค) ซึ่งวางตลาดได้ระยะหนึ่งแล้ว เล่าความเป็นมาให้ฟัง ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตของเขาต้องประสบกับปัญหาใหญ่ จาก “จิ้งจก” อยู่เป็นกิจวัตร เนื่องจากคนใกล้ตัวทั้งเกลียดทั้งกลัว แค่ได้ยินเสียงร้อง “จุ๊ จุ๊ จุ๊” แม้จะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน เขาเป็นต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ รื้อม่าน รื้อตู้ รื้อเตียง เพื่อทำการไล่จับเจ้าตัวต้นเสียง บางครั้งเห็นตัวก็ดีไป แต่หลายครั้งหาไม่เจอ ต้องจำใจยอมออกไปนอนนอกห้องอยู่บ่อยๆ เมื่อชีวิตต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากประจำ จึงพยายามค้นหาวิธีแก้ไข เริ่มต้นจากการเสิร์ชข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบคำแนะนำหลากหลายในการกำจัดจิ้งจก ให้พ้นไปจากชีวิต อาทิ ใช้ลูกเหม็น ใช้เปล
