บาริสต้า
หากพูดถึง ย่านจูเชียต (Joo Chiat) มักจะนึกถึงคาเฟ่ ร้านอาหารที่ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปเตอร์ แต่ว่าจะมีบ้านหลังหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนเติมเบอลิง (Tembeling Road) โดยเปิดเป็นร้าน Kopikhoo ร้านกาแฟแบบซื้อกลับบ้านขายผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ถ้าเดินผ่านมาอาจจะมองข้ามร้านนี้ไปได้ง่ายๆ แต่พอหยุดดู จะสังเกตเห็นได้ว่า ในร้านมีบาริสต้าวัย 73 ปี ยืนชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า เธอชื่อว่า พอลิน คู (Paulin Khoo) เริ่มต้นร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนอายุ 73 ปี พอลิน คู อาศัยอยู่กับนิโคลัส ลูกชายของเธอและครอบครัว ในบ้าน 2 ชั้น เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเริ่มกิจการนี้ ลูกชายเขากล่าวว่า เขาต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำที่เติมเต็มความสุขในช่วงเกษียณ พอลิน คู เกษียณอายุในปี 2005 หลังจากการทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน เธอได้ใช้เวลาหลายปีหลังจากนั้นในการดูแลหลานทั้ง 5 คนของเธอ เมื่อหลานๆ โตขึ้น นิโคลัสจึงเกิดความคิดให้แม่ของเขาเปิดร้าน Kopikhoo โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่อื่นๆ ในย่านนั้น นิโคลัส กล่าวว่า “เราคิดว่า การเริ่มร้าน Kopikhoo เป็นวิธี
เมื่อความหลงใหลในกาแฟผลักดันให้ Food Scientist หรือ นักวิจัยอาหาร เบนเข็มสู่การเป็นบาริสต้า นี่คือเรื่องราวของ คุณก้อย-สุนิสา แสนสวัสดิ์ ศิษย์เก่าสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ที่นำความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในโลกกาแฟได้อย่างน่าทึ่ง และพัฒนาฝีมือจนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ จากเวที Asia Continental Barista Championship 2025 มาได้ในที่สุด ในคอลัมน์ Inspiration เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การนำ “แต้มต่อ” ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในรังสรรค์เมนู ไปจนถึงการผลักดันกาแฟไทยสู่เวทีโลก จุดเริ่มต้นที่ได้ค้นพบความหลงใหลใหม่ คุณก้อย เล่าให้ฟังว่า เธอเริ่มหันมาดื่มกาแฟจริงจังในช่วงที่เริ่มทำงาน โดยมักดื่มกาแฟรสหวานทั่วไป อาทิ โอเลี้ยงหรือกาแฟเย็น จนกระทั่งได้ลองชิมกาแฟรสเปรี้ยวแบบผลไม้ จึงตระหนักได้ว่ากาแฟไม่ได้มีแค่รสขม “จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การได้พบกับบาริสต้าชาวต่างชาติที่ทำกาแฟ Cold Brew ซึ่งเมื่อได้ลองสัมผัสรสชาติ ก็ยิ่งรู้สึกว่ากาแฟมีความหลากหลายและน่าสนใจมาก เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราดื่มอย่างต่อเนื่อ
เรื่องราวของ “คุณลุงปุณ–พรชัย ปุณณวัฒนาพร” ผู้ที่กล้ากลับมาเริ่มต้นใหม่ในวัยกว่า 60 ปี พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า “อายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าใจยังอยากเริ่มใหม่ เพราะแม้ตัวเลขอายุจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ แต่คุณค่าของทุกตัวตน ทุกความตั้งใจ และทุกพลังใจ ไม่เคยลดน้อยลง” จากอดีตนักข่าวสำนักดัง สู่บาริสต้ารุ่นใหญ่ คุณลุงปุณ กับบทบาทใหม่ในวัยกว่า 60 ปี ที่ยังเก๋าได้ในแบบของตัวเอง ในยุคที่โลกของการทำงานเปิดกว้างมากขึ้น การเคารพในตัวตนที่แตกต่าง ล้วนมีคุณค่าไม่แพ้กัน คุณลุงปุณออกจากอาชีพนักข่าวที่ทำมานานกว่า 30 ปี เพื่อใช้เวลาช่วงแรกของวัยเกษียณ หันมาทำเกษตร และดูแลคุณแม่ที่บ้าน ก่อนจะได้เห็นข่าวการเปิดรับผู้สูงวัยของ ซีเจ มอร์ ผ่านโครงการ ซีเจ ซีเนียร์ พลัส วัยเก๋า จึงเริ่มหาข้อมูล และสมัครผ่านไลน์ จากนั้นไปสำรวจสาขาใกล้บ้านด้วยตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นงานด้วยการเป็น ผู้ช่วยบาริสต้า ใน บาวคาเฟ่ (BAO CAFÉ) ที่ ซีเจ มอร์ สาขาเอื้ออาทรมีนบุรี “มันเหมือนผมได้กลับไปวัยเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง วันแรกผมยังชงกาแฟหก แต่น้องๆ ก็ให้กำลังใจ บอกว่าไม่เป็นไร เช็ดได้” ประโยคเรียบง่ายจาก
ชีวิตไม่ได้หยุดแค่เกษียณ…สู่เส้นทางใหม่ในฐานะบาริสต้าวัยเก๋า ‘ป้าทิพ-ทิพวรรณ’ จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจต้อนรับวันผู้สูงอายุ ผ่านโครงการ ‘ซีเจ ซีเนียร์ พลัส วัยเก๋า’ “อายุเป็นเพียงตัวเลข…พลังในใจต่างหากที่สำคัญ” ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังนี้สะท้อนถึงแพชชั่นหลังเกษียณของ ‘คุณป้าทิพ-ทิพวรรณ เสงี่ยมมหาศาล’ ในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติปีนี้ เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของ ‘บาริสต้าวัยเก๋า’ วัย 63 ปี ที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ความเชื่อที่ว่าผู้สูงวัยควรหยุดทำงานและพักผ่อนอยู่บ้าน กำลังถูกทลายลงด้วยตัวอย่างของป้าทิพ ผู้ที่เปิดใจและกล้ารับโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานหลังเกษียณ ป้าทิพเข้าร่วม โครงการ ‘ซีเจ ซีเนียร์ พลัส วัยเก๋า’ ของ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยตั้งแต่อายุ 55 ปี ขึ้นไป ได้กลับมาใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญที่ทำให้ป้าทิพกล้าตัดสินใจสมัครงาน คือความตั้งใจที่อยากใช้ประสบการณ์ที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ป้าทิพมองว่าการได้พบปะลูกค้าในแต่ละวัน การทำงานร่วมกับน้อง ๆ รุ่นใหม่ และการได้ฟังคำช
บาริสต้าสาววัย 24 ปี ทำคลิป แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟ สร้างรายได้จากออนไลน์หลักแสนต่อเดือน การทำธุรกิจบนโลกโซเชียล หลายคนเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มการรับรู้ สร้างความเป็นตัวตน และที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งการเริ่มต้นทำช่องบนแพลตฟอร์มต่างๆ อาจจะหยิบความเป็นตัวเอง ความถนัดในด้านใดด้านหนึ่ง หรือถ่ายทอดประสบการณ์ที่เรามี แล้วทำคลิปลง จะทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย เช่นเดียวกันกับ Morgan Eckroth บาริสต้าชาวอเมริกันคนนี้ ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟ ลงในช่องของเธอ ที่จากทำเป็นอาชีพเสริม จนกลายเป็นรายได้ที่มั่นคง แนวคิดเบื้องหลังธุรกิจโซเชียลมีเดียของ Morgan Eckroth บาริสต้าชาวอเมริกัน วัย 24 ปี คือการสร้างความอบอุ่นและความสะดวกสบายของร้านกาแฟในออนไลน์ และเธอทำได้สำเร็จ เพราะ TikTok ของเธอ ที่มีชื่อว่า morgandrinkscoffee มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนเลยทีเดียว Morgan Eckroth เปิดช่อง morgandrinkscoffee ของเธอขึ้นในเดือนมิถุนายน 2019 เพื่อเป็นการทดลองฝึกฝนทักษะการตลาดโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่เคยตั้งใจที่จะหารายได้จากการทำการตลาดโซเชียลมีเดีย แต่ตอนนี้ วิดีโอที่เธอทำสามารถ
“เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ปั้นบาริสต้าไทย สู่การแข่งขัน บาริสต้าระดับโลก มร.วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ และ มร.เจมส์ แบรดเบอร์รี่ Global Head of Culinary เดอะ คอฟฟี่ คลับ ร่วมแสดงความยินดีแก่ นางสาวพรรณปพร คำอินตา บาริสต้า เดอะ คอฟฟี่ คลับ สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน “The Coffee Club Thailand Barista Championship 2022” ที่จะได้เป็นตัวแทนบาริสต้า เดอะ คอฟฟี่ คลับ ประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันบาริสต้าระดับโลกรายการ “The Coffee Club International Barista Championship” ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนภาพการเป็นร้านกาแฟชั้นนำสัญชาติออสเตรเลียที่พร้อมเสิร์ฟเมนูกาแฟพรีเมี่ยมจากวัตถุดิบคุณภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ ตอกย้ำปณิธานของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่ต้องการส่งมอบ Good Food, Great Service และ Excellent Coffee
เปิดชีวิตบาริสต้าหูหนวก สู้หาเงินไม่เคยท้อ เจอลูกค้าเหวี่ยงไม่เคยหวั่น ไม่เพียงแต่เป็นร้านกาแฟทั่วไป หากแต่ ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ คือสถานที่สร้างโอกาสให้กับคนพิการหลายคน ได้มีอาชีพทำกิน มีรายได้ และมีความรู้ติดตัวไปต่อยอดในอนาคต เช่นกันกับ คุณบี-วิภาวรรณ คันใจ วัย 23 ปี เธอคือผู้บกพร่องทางการได้ยิน ที่ได้รับโอกาสจากร้านกาแฟแห่งนี้ จากเด็กธรรมดากลายเป็นบาริสต้าฝีมือดีประจำร้านมานาน 9 เดือน รายได้ส่วนนี้นอกจากจะดูแลตัวเองได้แล้ว ยังส่งต่อเลี้ยงดูคนในครอบครัวด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พูดคุยกับคุณบีโดยมีล่ามช่วยแปลให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เธอทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งนาน 2 ปี ภายหลังหมดสัญญาจ้างทำให้เธอต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานใหม่ จนได้คำแนะนำจากเพื่อนให้มาสมัครงานที่ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ “ตอนที่มาสมัครงาน ไม่มีพื้นฐานการชงกาแฟด้วยเครื่องมาก่อน ช่วงเดือนแรกจึงค่อนข้างลำบาก แต่โชคดีที่ได้พี่ๆ ในร้านคอยช่วยสอนและให้ความรู้ จนสามารถจำสูตรกาแฟและชงกาแฟเป็นได้ใน 2 เดือน แต่การทำงานยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ และที่สำคัญ
ขายดีจนเครื่องพัง ร้านกาแฟเด็กพิเศษ หลังวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ลูกค้าต้องยกมาให้ยืมชั่วคราว แห่ต่อคิวซื้อแน่นร้าน หลังซบเซาไปพักใหญ่ ครูขอบคุณลูกค้าที่มาใช้บริการ ร้านกาแฟเด็กพิเศษ จากกรณีที่ประชาชนแห่เข้าไปใช้บริการร้านกาแฟของเด็กพิเศษ ซึ่งตั้งอยู่หลังวัดร่องขุ่น ต.ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย หลังจากก่อนหน้านี้เคยตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัด แต่ถูกย้ายที่อยู่ด้านหลังวัด จึงทำให้เริ่มซบเซา ไม่มีคนไปซื้อกาแฟ จนกระทั่งมีข่าวกระจายออกมาอย่างแพร่หลาย จนมีประชาชนที่ทราบว่าข่าวต่างเดินทางไปซื้อกาแฟกันแน่นร้าน สำหรับในร้านมีครูพี่เลี้ยงและเด็กพิเศษที่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วอย่างดีคอยให้บริการวันละ 4-5 คน แต่ละคนมีความสามารถในการชงกาแฟและชา โดยมีครูพี่เลี้ยง 1-2 คนดูแลให้บริการอย่างใกล้ชิดและจำหน่ายในราคาย่อมเยาแก้วละ 30 บาท รวมทั้งยังบริการอาหารตามสั่งอีกด้วย ซึ่งภายในร้านมีโต๊ะเก้าอี้ประมาณ 7-8 โต๊ะ และด้านหน้ามีรถบัสกาแฟที่เหมาะกับการนั่งจิบช่วงที่ไม่มีแดดจัดหรือลมฝนอีกด้วย นอกจากนี้ในร้านยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของเด็กพิเศษ เช่น ของที่ระลึก เครื่องประดับ กระเป๋าใบเล็ก ล่าสุดวันที่ 29 มิย
ว่ากันจริงๆ โลกเราเต็มไปด้วย “คนเก่ง”? ไม่เชื่อลองไปค้นดูใน หนังสือกินเนสบุ๊ก ซึ่งรวมเจ้าของสถิติโลกในสาขาต่างๆ ไว้ก็ได้ ล่าสุด ในกินเนสบุ๊ก ก็ต้องบันทึกชื่อ “ลิซา โธมัส”บาริสต้าชาวออสซี่ไว้อีกหนึ่ง ที่สามารถทำลายสถิติเก่า สร้างสถิติโลกใหม่ ในฐานะบาริสต้า ที่สามารถ “ชงคาปูชิโน”ได้มากที่สุดในโลกถึง 420 ถ้วยภายในเวลา 1 ชั่วโมง หรือเฉลี่ย 7 ถ้วย ภายในเวลา 1 นาที ทั้งนี้จากข่าวเล่าว่า ลิซา โชว์ลีลาความสามารถนี้ในงานเปิดร้านโซเชียล คาเฟ่ ของสโมสรรีเทิร์น แอนด์ เซอร์วิส ลีก ของออสเตรเลีย บนเกาะไบรบี รัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย โดยใช้เครื่องชงกาแฟ ที่สามารถชงกาแฟได้สูงสุด ครั้งละ 4 ถ้วย ส่วนคาปูชิโนทั้ง 420 ถ้วยในวันนั้น ลิซาได้นำไปแจกให้ลูกค้า และผู้คนที่เข้ามาแวะดูฝีมือการชงกาแฟ และร่วมยินดีในความสำเร็จครั้งนี้ของเธอได้ชิมกัน!!!
บาริสต้าวัย 70 โชว์ความเก๋า รังสรรค์ความอร่อยด้วยสองมือ บดกาแฟเองทุกเมล็ด ช่วงนี้หากใครได้ไปเดินเล่นแถวถนนมหาพฤฒาราม คงต้องสะดุดตากับร้านกาแฟเปิดใหม่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพงนัก เพียงออกประตูหนึ่ง เดินตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร จะพบกับร้าน ‘Mobidrip x Mother Roaster’ (โมบิดดริป มาเธอร์ โรสเทอร์) ร้านกาแฟขนาดเล็กที่เรียกกันว่า “Coffestand แค่สั่งซื้อแล้วกลับ” แต่ที่แห่งนี้ยังมีที่ให้นั่งได้ถึงสี่ที่ นับเป็นการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวน่าเหลือเชื่อ แม้การจราจรบนท้องถนนจะวุ่นวาย แต่ภายในร้านแห่งนี้ยังคงมีกลิ่นอายของความสงบ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองระหว่างบาริสตากับผู้ดื่มกาแฟได้เป็นอย่างดี สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลิ้มลองรสชาติของกาแฟได้อย่างไม่ขาดสาย ด้วยลีลาการบด การชงกาแฟรูปแบบใหม่ของคุณแม่บาริสต้าวัย 70 ปี “กาแฟทุกร้านอร่อยหมด ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกใจคนดื่มหรือเปล่า มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลมากๆ เพราะคนเราต่างมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเขากินของเราแล้วถูกใจเขาก็จะกลับมาหาเรา แต่ถ้าไม่ ก็แค่ครั้งเดียวที่จะได้เจอกัน” หนึ่งในคำบอกเล่าของคุณแม่บาริสต้าม
