Featured SMEs รอบโลก

อายุไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้น “Kopikhoo” ร้านกาแฟของบาริสต้าวัย 73 ปี ร้านเล็กๆ ที่ขายผ่านหน้าต่างครัว สร้างยอดขาย 50 แก้วต่อวัน

หากพูดถึง ย่านจูเชียต (Joo Chiat) มักจะนึกถึงคาเฟ่ ร้านอาหารที่ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปเตอร์ แต่ว่าจะมีบ้านหลังหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนเติมเบอลิง (Tembeling Road) โดยเปิดเป็นร้าน Kopikhoo ร้านกาแฟแบบซื้อกลับบ้านขายผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ถ้าเดินผ่านมาอาจจะมองข้ามร้านนี้ไปได้ง่ายๆ 

แต่พอหยุดดู จะสังเกตเห็นได้ว่า ในร้านมีบาริสต้าวัย 73 ปี ยืนชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า เธอชื่อว่า พอลิน คู (Paulin Khoo) 

เริ่มต้นร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนอายุ 73 ปี

พอลิน คู อาศัยอยู่กับนิโคลัส ลูกชายของเธอและครอบครัว ในบ้าน 2 ชั้น เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเริ่มกิจการนี้ ลูกชายเขากล่าวว่า เขาต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำที่เติมเต็มความสุขในช่วงเกษียณ

พอลิน คู เกษียณอายุในปี 2005 หลังจากการทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน เธอได้ใช้เวลาหลายปีหลังจากนั้นในการดูแลหลานทั้ง 5 คนของเธอ เมื่อหลานๆ โตขึ้น นิโคลัสจึงเกิดความคิดให้แม่ของเขาเปิดร้าน Kopikhoo โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่อื่นๆ ในย่านนั้น

นิโคลัส กล่าวว่า “เราคิดว่า การเริ่มร้าน Kopikhoo เป็นวิธีที่ดีในการทำให้แม่มีความสุขในวัยหลังเกษียณ แม่สนุกกับการพบปะและพูดคุยกับผู้คน และแม่ก็ชอบความคิดนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะมันมาจากความสะดวกสบายภายในบ้านของเราเอง”

สำหรับการเริ่มต้นตั้งร้าน Kopikhoo ใช้เวลา 1 เดือนในการปรับปรุงบ้านให้พร้อมสำหรับการเปิดร้านกาแฟ และอีก 1 เดือนในการวางแผนและปรับปรุงสูตรกาแฟของพวกเขา

การปรับปรุงสูตรกาแฟค่อนข้างเป็นไปได้ดี เราได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของคาเฟ่คนก่อนที่ขายเครื่องชงกาแฟให้ เขาให้คำแนะนำอย่างดีเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการ เช่น ตำแหน่งที่จะวางจุดจ่ายน้ำ จุดไฟฟ้า และสิ่งจำเป็นอื่นๆ

สรุปแล้ว ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 9,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 240,000 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 160,000 บาท และค่าเครื่องชงกาแฟ 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 80,000 บาท

พอลิน คู เรียนรู้การชงกาแฟจากนิโคลัส แม้ว่าลูกชายวัย 48 ปีจะทำงานด้านการตลาด แต่เขาก็ได้เรียนรู้การทำกาแฟในช่วงโควิด-19 ช่วงแรกเธอรู้สึกไม่แน่ใจ เมื่อเพราะเครื่องชงกาแฟมีความซับซ้อนและเป็นครั้งแรก ที่สำคัญ เธอไม่ดื่มกาแฟมานานเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร

นิโคลัส กล่าวว่า ความท้าทายหลักๆ คือการทำให้มั่นใจว่ากาแฟของเราถูกชงตามสูตรอย่างสม่ำเสมอ การมีระบบการเตรียมที่เรียบง่าย ซึ่งสามารถทำซ้ำได้กับเครื่องดื่มทุกชนิด

จากทำไม่เป็น สู่ขายกาแฟได้โดยเฉลี่ย 50 แก้วต่อวัน

ธุรกิจนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณแม่ เธอทำร้านกาแฟนี้ด้วยตัวเอง ส่วนนิโคลัสและครอบครัวจะเข้ามาช่วยในวันหยุดสุดสัปดาห์ และบางครั้งก็เข้ามาช่วยในช่วงวันธรรมดาบ้าง

“ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหลังเลิกเรียน เด็กๆ ก็จะเข้ามาช่วยเป็นครั้งคราว ส่วนผมกับภรรยาจะให้การสนับสนุนในการจัดการ โซเชียลมีเดีย วัตถุดิบ และการเงิน เพื่อให้แม่มีเวลาไปมุ่งเน้นที่การดำเนินธุรกิจและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในชุมชน เพราะชุมชนที่อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละคือเสาหลักในการสนับสนุนหลักของเรา” เขากล่าว

หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น ลูกค้าต่างโพสต์ลง TikTok ตอนแรกขายได้ประมาณ 30 แก้วต่อวัน แต่ตอนนี้เติบโตขึ้นเป็นประมาณ 50 แก้วต่อวัน

แม้ว่าตอนนี้พวกเขายังไม่ได้กำไรใดๆ โดยการจะถึงจุดคุ้มทุนสำหรับต้นทุนวัตถุดิบและมีเงินเดือนให้คุณแม่นั้น ร้านจะต้องขายกาแฟได้ประมาณ 100 แก้วต่อวัน

นิโคลัส กล่าวว่า “เราอาจจะมีการทบทวนโครงสร้างราคาของเราอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ แต่สำหรับตอนนี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาให้ราคายังคงไม่แพง เพื่อให้ลูกค้าประจำของเราสามารถกลับมาซื้อซ้ำได้ โดยไม่รู้สึกว่าเงินในกระเป๋าลดลงมากนัก”

อย่างไรก็ตาม พอหลานๆ ได้เห็นคุณย่าลงมือทำธุรกิจ ทำให้ครอบครัวได้หล่อหลอมความเข้าใจ และชี้ให้เห็นว่า การเป็นผู้ประกอบการต้องทำอย่างไรบ้าง ที่สำคัญที่ได้มาคือ “ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในการทำธุรกิจ” 

ที่มา https://vulcanpost.com/870576/kopikhoo-singapore-hole-in-the-wall-coffee-kiosk/ 

เรียบเรียงโดย ชลธาร ขำโป้ย

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 9 ธันวาคม 2025

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน