อาชีพ
วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันที่สังคมไทยหันกลับมาให้ความสำคัญกับแรงงานในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน” ว่างงานต่ำสวนทางความกังวล: เมื่อ ‘ตัวเลขสถิติ’ ไม่เท่ากับ ‘ความรู้สึกมั่นคง’ แม้ภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังดูแข็งแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำไม่ได้แปลว่าความกังวลของคนทำงานจะลดลงตามไปด้วย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า อัตราว่างงานไทย อยู่ที่ 1.0% ในไตรมาส 3 ปี 2567 และ 0.9% ในเดือนมีนาคม 2568 สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ยังมีงานทำอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่และค่าครองชีพที่ยังกดดัน ทำให้ความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือนไทยยังเป็นโจทย์สำคัญ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.5% ซึ่งชะลอลงจากปีก่อน และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.3% นิยามใหม่ของความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ ‘ตกงาน’ แต่คือ ‘รายได้ที่โตไม่ทันรายจ่าย’ โจทย์ของมนุษย์เงินเดือนในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตก
หากพูดถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้ ทั้งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน อย่างในประเทศไทยเองพบว่า ผู้คนมีความเครียดสูงถึง 15.48% (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566-22 เมษายน 2567) หลายคนจึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตมากขึ้น และเริ่มมองหาวิธีขจัดความเครียด เพื่อไม่ให้เกิดเป็นความเครียดสะสม ทั้งนี้ การจัดการกับความเครียดในแต่ละคนอาจมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป อาจจะผ่อนคลายด้วยการนวด ทำสปา หรือการทำโยคะ แต่สำหรับผู้ที่มองหาวิธีผ่อนคลายที่แตกต่างและไม่ธรรมดา ธุรกิจเกาหลัง แขน ศีรษะ กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยยอมจ่ายเงินหลายร้อยดอลลาร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ตามรายงานจาก The Wall Street Journal บริการเกาจากผู้เชี่ยวชาญ โทนี จอร์จ หญิงวัย 55 ปี เจ้าของร้าน The Scratcher Girls ในไมอามี เธอคิดค่าบริการ 130 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,000 บาท) ต่อการเกา 1 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ “การเกา” ด้วยเล็บที่ดูแลเป็นพิเศษยาว 3 นิ้ว เธอจะใช้เทคนิคการเกาลงบนหลัง แขน ศีรษะ และแม้กระทั่งในหูของลูกค้า ส่ง
การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำๆ แต่ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่ง รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วน โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงาน แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา พบว่า ความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลง ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณ
จากพนักงานพาร์ตไทม์ สู่เจ้าของแฟรนไชส์ 2,000 กว่าสาขาทั่วประเทศ! เรื่องราวของ คุณสมชาย เจริญทั้งเอกวงศ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่นำประสบการณ์การทำงานในร้านชานมไข่มุกไต้หวัน มาต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์ CHAKAIMUK.COM (ชาไข่มุกดอทคอม) ที่เติบโตโดดเด่นท่ามกลางตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสร้างอาชีพ สามารถเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ ในงบไม่ถึงหลักหมื่น จุดเริ่มต้น ปั้นแบรนด์ชาไข่มุก คุณสมชาย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า เขาเคยทำงานพาร์ตไทม์ในร้านชานมเจ้าดังอย่าง โคอิเตะ (KOI Thé) ในระหว่างเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยอยู่ที่ไต้หวัน จนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำชาไข่มุก ก่อนนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาต่อยอด สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกหลังเรียนจบ เพราะมองเห็นโอกาส ณ ตอนนั้น ในไทยยังไม่ค่อยมีร้านชานมไข่มุกเหมือนที่ไต้หวันเท่าไหร่ โดยก่อตั้ง บริษัท ทีอีเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขึ้นในปี 2012 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท ผลิตและจำหน่ายใบชา พร้อมพัฒนาแฟรนไชส์ชื่อ “Chamichi (ชามิจิ)” ขึ้นมา เป็นแบรนด์แรก ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถขยายสาขา
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ไมโครซอฟต์ได้ออกมาเผยอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาชีพที่ปลอดภัย หากยุคเอไอเข้ามาแทนที่ในอนาคตอันใกล้นี้ นิตยสาร Newsweek ได้เผยแพร่บทความวิจัยของนักวิจัยอาวุโสของไมโครซอฟต์ที่ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกบันทึกการสนทนาโดยไม่เปิดเผยตัวตนจำนวน 200,000 รายการ ระหว่างผู้ใช้และผู้ช่วย AI ในปี 2024 ซึ่งจัดทำระบบประเมิน “คะแนนความสามารถในการนำ AI ไปใช้ได้” บูรณาการตัวบ่งชี้หลัก เช่น อัตราความสำเร็จของงาน ความครอบคลุมการใช้งาน และข้อเสนอแนะของผู้ใช้ และระบุหมวดหมู่ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1. ล่ามและนักแปล 2. นักประวัติศาสตร์ 3. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 4. ฝ่ายขาย 5. นักเขียนและนักประพันธ์ 6. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า 7. โปรแกรมเมอร์เครื่องมือ CNC 8. พนักงานรับสายโทรศัพท์ 9. พนักงานขายตั๋วและตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว 10. ผู้ประกาศและดีเจวิทยุ ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากหรือการพึ่งพาอุปกรณ์จำนวนมาก มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจาก AI 10 อันดับอาชีพ ได้แก่ 1. นักเจาะเลือด 2. ผู้ช่วยพยาบาล 3.
‘กะละแม’ เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้ แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น” โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจังหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจช
ประกาศงานสุดแปลกที่กำลังเป็นไวรัลใน X อยู่ตอนนี้ เมื่อมีแอ๊กเคานต์หนึ่งแชร์ภาพจากแพลตฟอร์มหางาน Fastwork พร้อมแคปชั่นว่า “งานใหม่ใกล้ฉัน แกล้งๆ เดินในซอยผ่านหน้าบ้าน เพื่อไม่ให้รู้สึกเงียบ” โดยมีการเข้าถึงกว่า 1.3 ล้านยอดวิว และมีจำนวนรีโพสต์กว่า 39,000 ครั้ง เลยทีเดียว รายละเอียดงานที่ลงในประกาศ บรีฟงาน : บ้านอยู่ในซอยลึกมาก ไม่มีใครเดินผ่านเลย รู้สึกว่าบ้านดูไม่มีชีวิตชีวา เหมือนในหนังผี อยากให้มีคนเดินผ่านตอนเช้าทุกวัน สัก 07.30-08.00 น. จะเดินเล่น พาสุนัข หรือแค่เดินเฉยๆ ก็ได้ บางวันอาจให้แกล้งคุยโทรศัพท์ หรือยืนดูอะไรสักอย่างนานๆ หน่อย ค่าจ้าง : วันละ 500 บาท สถานที่ : แถวพัฒนาการ ลักษณะการจ้าง : ฟรีแลนซ์ (จ้างเป็นโปรเจ็กต์) โดยงานนี้ทำให้ชาวเน็ตหลายคนต่างพากันคอมเมนต์ไปในหลายๆ แง่มุม บ้างก็ว่าเป็นงานที่น่าสนใจ เพราะแค่ 30 นาทีแต่ได้ค่าจ้างถึง 500 บาท เป็นงานง่ายๆ สบายๆ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งหลายคนก็คิดว่านี่เป็นการลวงไปฆ่าหรือพาไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมหรือเปล่า อาทิ “อยากรับบทแม่ค้าไอติมเดินผ่านรัวๆ” “สรุปจ้างให้ไปเป็นพยานในคดีฆาตกรรมที่วางแผนมาแล้วอย่างแยบยล” อ่านบทความที
เปิดร้านสปาเกตตีใช้งบเท่าไหร่ เลือกทำเลยังไงให้ขายดี ถอดสูตร Olio Pasta ยอดขาย 1,000 กล่องต่อวัน ในปัจจุบันหลายๆ คนอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บางคนอาจจะอยากเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว แต่การจะทำร้านอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงต้นทุน ทำเล กลยุทธ์การตลาด และต้องดูไปถึงในเรื่องของพฤติกรรมของลูกค้า เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งร้านอาหารแบบนั่งทาน ดีลิเวอรี ทำให้การแข่งขันจึงสูงขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่น่าสนใจ คือร้าน Olio Pasta (โอลิโอ้ พาสต้า) ที่มีเจ้าของคือ คุณโอ๋-ธมนณัท ก๋งอุบล เป็นร้านสปาเกตตี ตลาดนัดอินดี้ปิ่นเกล้า ที่สามารถทำยอดขายได้ 1,000 กล่องต่อวัน ภายใต้แนวคิด “อร่อย เยอะ คุ้มค่า” ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ 1. เริ่มต้นจากเล็กๆ ขยับขยายตามกำลัง สำหรับการเปิดร้านสปาเกตตีในตลาดนัด ช่วงแรกอาจจะไม่ต้องลงทุนเยอะมาก เช่น อุปกรณ์ สามารถเลือกซื้อในออนไลน์หรือเป็นมือสองสภาพดีมาใช้ก่อน เพื่อที่จะลดต้นทุน หรือเลือกใช้เป็นโต๊ะธรรมดาๆ ในการวางของก่อน และหากมีทุนแล้ว
เปิด 5 เทรนด์อาชีพมาแรงในปี 2025! รายได้ดี ตลาดต้องการตัว ใครมีทักษะนี้เตรียมตัวเนื้อหอม ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกธุรกิจ ทำให้อาชีพที่ตลาดต้องการจึงเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสายงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล เทคโนโลยี และการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณหนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจ การตลาดวันละตอน เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับ “อาชีพที่ขาดแคลนในปี 2025” ว่ามีอาชีพไหนบ้างที่ตอนนี้ตลาดกำลังต้องการ 1. Critical Thinking (นักคิดเชิงวิเคราะห์) “การตั้งคำถาม สำคัญกับคำตอบ ไม่ใช่ว่าทุกคนตั้งคำถามได้เป็น การคิดเป็นไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อให้วิ่งได้” ทุกวันนี้มีข้อมูลอยู่รอบตัว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถตั้งคำถามที่ถูกต้อง หรือวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีเหตุผล ทำให้ทักษะ Critical Thinking หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในองค์กร เพราะช่วยให้สามารถแก้ปัญหา วางกลยุทธ์ และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ 2. Data Management (การจัดการข้อมูล) ธุรกิจทุกวันนี้ต้องมีการนำ Data หรือข้อมูลมาใช้ ซึ่งต้องมีสกิลในกา
ประกาศอีกครั้ง! เปิด 40 อาชีพที่ต่างด้าวห้ามทำ สงวนเฉพาะคนไทย จากกรณีข่าว บุกรวบผีน้อยเกาหลีลักลอบเข้ามาทำงานเป็นช่างตัดผมและเสริมสวยในประเทศไทย โดยถือวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย แต่อาชีพที่เลือกทำนั้นเป็นอาชีพสงวนของคนไทย หรือ ‘อาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ’ ซึ่งตามประกาศของกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2563 กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ (อาชีพสงวนเฉพาะคนไทย) ระบุว่า บัญชีที่ 1 งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำเด็ดขาด 27 งาน ได้แก่ งานแกะสลักไม้ งานขับขี่ยานต์ยนต์หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกลในประเทศ (ยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศหรือขับรถยก หรือ forklift) งานขายทอดตลาด งานเจียระไน ขัดเพชรหรือพลอย งานตัดผม งานดัดผม หรือเสริมสวย งานทอผ้าด้วยมือ งานทอเสื่อหรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง ไม้ไผ่ เยื่อไม้ไผ่ พืชหญ้า ขนไก่ ก้านทางมะพร้าว เส้นใย ลวด หรือวัสดุอื่นๆ งานทำกระดาษสาด้วยมือ งานทำเครื่องเขิน งานทำเครื่องดนตรีไทย งานทำเครื่องถม งานทำเครื่องทอง เงิน หรือนาก งานทำเครื่องลงหิน งานทำตุ๊กตาไทย งานทำบาตร งานทำผ้าไหมด้วยมือ งานทำพระพุทธรูป
