Featured แฟรนไชส์ แฟรนไชส์อาหาร - เครื่องดื่ม

เริ่มจากพาร์ตไทม์ สู่เจ้าของแฟรนไชส์ 2,000 กว่าสาขาทั่วประเทศ “ชาไข่มุกดอทคอม” 20 บาท ลงทุนต่ำ เริ่มต้นธุรกิจในงบหลักพัน 

จากพนักงานพาร์ตไทม์ สู่เจ้าของแฟรนไชส์ 2,000 กว่าสาขาทั่วประเทศ! เรื่องราวของ คุณสมชาย เจริญทั้งเอกวงศ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่นำประสบการณ์การทำงานในร้านชานมไข่มุกไต้หวัน มาต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์ CHAKAIMUK.COM (ชาไข่มุกดอทคอม) ที่เติบโตโดดเด่นท่ามกลางตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสร้างอาชีพ สามารถเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ ในงบไม่ถึงหลักหมื่น 

จุดเริ่มต้น ปั้นแบรนด์ชาไข่มุก

คุณสมชาย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า เขาเคยทำงานพาร์ตไทม์ในร้านชานมเจ้าดังอย่าง โคอิเตะ (KOI Thé) ในระหว่างเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยอยู่ที่ไต้หวัน จนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำชาไข่มุก ก่อนนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาต่อยอด สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกหลังเรียนจบ เพราะมองเห็นโอกาส ณ ตอนนั้น ในไทยยังไม่ค่อยมีร้านชานมไข่มุกเหมือนที่ไต้หวันเท่าไหร่

โดยก่อตั้ง บริษัท ทีอีเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขึ้นในปี 2012 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท ผลิตและจำหน่ายใบชา พร้อมพัฒนาแฟรนไชส์ชื่อ “Chamichi (ชามิจิ)” ขึ้นมา เป็นแบรนด์แรก ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถขยายสาขาได้มากกว่า 1,000 แห่ง ทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ภายในเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น

ชาไข่มุกดอทคอม
ชาไข่มุกดอทคอม

จากนั้นบริษัทได้ปรับตัว ท่ามกลางสถานการณ์โควิด เพราะมองเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยมากมาย ทั้งว่างงานและรายได้ลดลง จึงได้ต่อยอดสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ ในชื่อ “ชาไข่มุกดอทคอม” ในปี 2020 จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟรนไชส์ชาไข่มุกที่เติบโตรวดเร็ว และมีจำนวนสาขามากที่สุดอันดับต้นๆ ในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีมากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ           

“เป้าหมายหลักของแบรนด์ชาไข่มุกดอทคอม คือการสร้างอาชีพให้คนไทย เราทำแฟรนไชส์ให้ออกมาในรูปแบบลงทุนน้อย เปิดง่าย เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับคนที่กำลังลำบากในช่วงนั้น” คุณสมชาย เล่าให้ฟัง 

โดยมีรายละเอียดแฟรนไชส์ ดังนี้

ชุดเริ่มต้น ราคา 9,900 บาท

ชุดเครื่องซีล ราคา 28,900 บาท

ชุดคีออส ขนาด 150 เซนติเมตร ราคา 48,900 บาท (แพ็กเกจขายดี)

ชุดซุ้ม ขนาด 2×1.5 เมตร ราคา 89,000 บาท 

ชุดซุ้มสั่งผลิต ออกแบบตามขนาดพื้นที่ ราคา 138,900-258,900 บาท

ชุดตกแต่งร้าน ราคา 280,000-480,000 บาท

ชาไข่มุกดอทคอม
ชาไข่มุกดอทคอม

เคล็ดลับความสำเร็จ

ในการสร้างแบรนด์ การปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ หรือเรียกได้ว่าเป็น Key Success ทำให้แบรนด์สามารถเติบโต และอยู่รอดในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

คุณสมชาย เล่าให้ฟังว่า บริษัทมีการปรับตัวอยู่เสมอ อย่างในตอนนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา ผู้บริโภคกำลังมองหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทางแบรนด์จึงต้องปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับเทรนด์

“เราสังเกตเห็นว่าพฤติกรรมการดื่มชาของลูกค้าเปลี่ยนไป จากเคยนิยมชานมไข่มุกแบบเข้มข้น ก็เริ่มหันมามองหาชาเพื่อสุขภาพ รสชาติหวานน้อยแทน เราจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้า ด้วยเมนูที่หลากหลายขึ้น 

เช่น ชาข้าวหอม และชาผลไม้ต่างๆ รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถปรับระดับความหวานได้ทุกเมนูในร้าน ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์ของผู้บริโภค” เจ้าของแบรนด์ เล่าเสริม

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่าง นอกเหนือจากการขายหน้าสาขาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางการจำหน่ายให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน จากเดิมที่ลูกค้าเกือบทั้งหมดสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์เท่านั้น

ในปัจจุบันแบรนด์ได้พัฒนา แอปพลิเคชัน Chakaimuk เป็นของตัวเอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 

นอกจากนี้ ยังขยายช่องทางการเข้าถึงสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce และ Social Commerce อย่างเต็มรูปแบบ โดยจำหน่ายสินค้าผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่าย ที่สำคัญ บริษัทยังมีทีมงานหลังบ้านพร้อมให้คำปรึกษาและบริการลูกค้าในทุกช่องทาง

ชาไข่มุกดอทคอม
ชาไข่มุกดอทคอม

รายได้ของแบรนด์

สำหรับสัดส่วนการเติบโตของแบรนด์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากช่วงเริ่มต้นมาก เจ้าของแบรนด์ เล่าว่า แม้ธุรกิจแฟรนไชส์ยังเติบโตได้ดี แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจวัตถุดิบ โดยแบ่งเป็นแฟรนไชส์ประมาณ 20% และวัตถุดิบ 80%

เขาอธิบายว่า “การเติบโตนี้เกิดจากฐานลูกค้าแฟรนไชส์เดิมที่กลับมาซื้อวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง และการที่วัตถุดิบของเราเป็นที่ยอมรับในตลาด ทำให้ลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) เลือกเข้ามาซื้อวัตถุดิบจากเราโดยตรง จึงเป็นเหตุผลให้ธุรกิจวัตถุดิบเติบโตสูงกว่าธุรกิจแฟรนไชส์ในปัจจุบัน”

ชาไข่มุกดอทคอม
ชาไข่มุกดอทคอม

การแข่งขันตลาดชาไข่มุกในไทย

เมื่อถามถึงการแข่งขัน คุณสมชาย เล่าว่า ตลาดชาไข่มุกในไทยมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะด้านรสชาติและราคา ทำให้ราคาเฉลี่ยลดลง เหลือแก้วละ 20-25 บาท จากแต่ก่อนแก้วละ 35-45 บาท และมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา หากตลาดในประเทศอิ่มตัว แบรนด์ยังคงมีฐานลูกค้าต่างประเทศรองรับ

“เราเชื่อว่าแบรนด์ของเรายังคงตอบโจทย์คนไทยได้ดี ด้วยวัตถุดิบและการบริการที่ครบวงจร ลูกค้าที่เปิดร้านแฟรนไชส์ชาไข่มุกสามารถซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นได้ครบทุกรายการจากเรา

ส่วนการแข่งขัน เราปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังโควิด-19 ที่ผู้บริโภคหันมารักสุขภาพ ทานหวานน้อยลง และเลือกเมนูอื่นที่ไม่ใช่ชานมไข่มุกเป็นหลัก เราจึงต้องพัฒนาเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ”

ถึงปัจจุบัน คุณสมชายทำธุรกิจชาไข่มุกมานานถึง 13 ปี เขามีมุมมองการบริหารที่น่าสนใจ ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้

“ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าและยอดขายอาจจะไม่เป็นไปตามเป้า เราสามารถใช้เวลาช่วงนี้ดูภายในของเรา ว่าเราสามารถปรับปรุงทีมงาน วัตถุดิบ หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานต่างๆ เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว เราจะสามารถรับมือและบริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากขึ้น”

ด้านการตลาด ทางแบรนด์ก็มีการจัดกิจกรรมให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมทายเมนูผ่านหน้าเพจ เพื่อแลกรับเครื่องดื่มหรือรางวัลต่างๆ

อนาคตของธุรกิจ

ถามถึงแผนในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงจากการอิ่มตัวของลูกค้าแฟรนไชส์ในประเทศ คุณสมชายจึงมุ่งขยายตลาดไปต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันดูแลลูกค้ามากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

สำหรับแผนในอนาคตช่วง 3–5 ปีต่อจากนี้ คุณสมชายอยากขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศให้ได้มากกว่า 1,000 แห่ง โดยปัจจุบันได้เริ่มขายแฟรนไชส์และวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการในตลาดต่างประเทศ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนในประเทศไทย ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วง แม้ในช่วงนี้เศรษฐกิจอาจชะลอตัวบ้าง แต่ยังมีลูกค้าสนใจแฟรนไชส์เข้ามาสอบถามอยู่เรื่อยๆ 

ในส่วนของการพัฒนาด้านวัตถุดิบ ทางแบรนด์มีแผนขยายโรงงานผลิตให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และยังมีพาร์ตเนอร์ที่ไต้หวันคอยช่วยพัฒนาสูตรและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

คุณสมชาย ทิ้งท้ายว่า “เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศและการพัฒนาเมนูใหม่ บริษัทได้ขอสินเชื่อจากหลายธนาคาร อาทิ SME D Bank, LH Bank และธนาคารพาณิชย์อื่นๆ โดยมี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตและยืนหยัดในตลาดได้อย่างมั่นคง”

เขียนโดย วราภรณ์ โลหะเลิศ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

Related Posts