การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำๆ
แต่ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่ง รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน
ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วน โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงาน แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น
จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง
สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน
เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา พบว่า ความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลง ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกันความต้องการทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าทักษะด้าน AI กำลังกลายเป็นทักษะที่นายจ้างให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน
กรณีของวิศวกรซอฟต์แวร์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของการที่ AI กลายเป็น “มาตรฐานทักษะใหม่” (New Normal) ที่นายจ้างต้องการ
แม้จำนวนประกาศตำแหน่งงานวิศวกรซอฟต์แวร์จะลดลงเล็กน้อยที่ 5.3% ซึ่งยังถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แต่สัดส่วนตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะ AI กลับสูงถึง 22.2%
ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม นักออกแบบกราฟิก กำลังตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงจากการถูกทดแทนที่ชัดเจนที่สุด จำนวนงานที่ลดลงฮวบฮาบถึง 13% ขณะที่ความต้องการทักษะ AI เติบโตเกือบ 100% บ่งชี้ว่างานกราฟิกพื้นฐานบางส่วนอาจถูกทดแทนด้วยเครื่องมือ AI สำเร็จรูป
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือการเปิดตัวโมเดล Image Generation อย่าง “Nano Banana” ของ Google Gemini ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดในการจัดการกับ “ตัวอักษร” (Text Rendering) ที่ทำให้งานออกแบบเพื่อการสื่อสารยังต้องพึ่งพามนุษย์เป็นหลัก
เพราะโมเดลใหม่นี้สามารถเนรมิต Infographic ที่ไม่เพียงแค่มีภาพประกอบสวยงาม แต่ยังสามารถจัดวางรูปประโยคและตัวอักษรได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่นาที ผลิตชิ้นงานแบบ “พร้อมใช้” (Ready-to-use)
ขณะที่อาชีพ นักบัญชี กลับแสดงให้เห็นถึงความ “แข็งแกร่งสวนกระแส” มีสัดส่วนความต้องการทักษะ AI ต่ำ เพียง 1.3% ข้อมูลนี้ยืนยันว่างานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตรวจสอบ และความถูกต้องแม่นยำ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ในระยะสั้น
จากการเปรียบเทียบข้อมูลประกาศรับสมัครงานระหว่างปี 2567–2568 พบว่า ประกาศงานที่ระบุทักษะด้าน AI มีสัดส่วนที่ต้องการประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สะท้อนว่า นายจ้างไม่ได้มองทักษะ AI เป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานสำหรับแรงงานระดับเริ่มต้น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว
ที่มา : TDRI
