อาหารจีน
“อาหารจีนมี 4 ภาคเหมือนประเทศไทย เราเลยจ้างเชฟมาโดยเฉพาะ อย่าง เป็ดปักกิ่ง ก็จ้างเชฟทำเป็ดปักกิ่งมา ติ่มซำ ก็จ้างเชฟทำติ่มซำมา ลูกค้าที่ร้านเราจะได้ทานอาหารครบทุกภาค ในรสชาติต้นตำรับ ผมอยากทำให้คนไทยรู้จักอาหารจีนมากขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปกิน และสมัยนี้ร้านอาหารจีนเปิดเยอะมาก แต่เรายังคงสไตล์เดิม รสชาติดั้งเดิม อาจจะฟิวชันนิดหน่อย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า” คำบอกเล่าของ เชฟแมน หรือ เชฟไว ยิน มาน เชฟผู้มากประสบการณ์กว่า 40 ปี ล่าสุดได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ บนถนนราชดำริ ก่อนพาทุกคนไปสัมผัสความอร่อยของเมนูในสาขานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ เชฟไว ยิน มาน หรือที่หลายคนเรียกว่า เชฟแมน หรือ เชฟมาน ให้มากขึ้น เชฟแมน เกิดและเติบโตในฮ่องกง ก้าวเข้าสู่วงการอาหารตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือในร้านอาหาร จนได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารให้มีรสชาติอร่อย จากการทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกหน้าที่ในห้องครัว เมื่อเก็บเล็กผสมน้อยจนมีประสบการณ์มากพอ เขาได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในประเทศไทย ในปี 2538 โด
ในยุคที่มีร้านอาหารต่างชาติบุกตลาดไทยกันอย่างคึกคัก โดยการที่จะนำแบรนด์มาเปิดนั้นต้องอาศัยความเข้าใจในวัฒนธรรมของอาหาร ความพิถีพิถัน และการปรับตัวให้เข้ากับผู้บริโภคท้องถิ่น หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่พาแบรนด์ต่างชาติเข้ามาในไทยได้อย่างประสบความสำเร็จ นั่นคือ คุณพล-พลสิทธิ์ อาหุนัย และ คุณพี-พีรพล อาหุนัย ผู้นำร้าน Canton Paradise (แคนตัน พาราไดซ์) เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับคุณพล ถึงเบื้องหลังการนำแบรนด์ เข้ามาเปิดในไทย โดยเขาเล่าว่า แบรนด์ Canton Paradise เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ทำยาก เนื่องจากมีเมนูจำนวนมาก และมีหลายแผนกในร้านเดียว จึงต้องอาศัยทีมงานที่เข้าใจในด้านอาหารจีนเป็นอย่างดี โดยจะมีคุณพีผู้เป็นน้องชายและมีความเชี่ยวชาญด้านอาหาร มาช่วยดูจุดเด่นและควบคุมคุณภาพของการทำร้านอาหาร แม้จะเป็นแบรนด์จากสิงคโปร์ แต่สูตรอาหารจะเป็นสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ซึ่งความท้าทายของการนำแฟรนไชส์มาเปิด นั่นคือ การรักษามาตรฐานรสชาติให้ใกล้เคียงกับต้นตำรับมากที่สุด แต่ก็มีการปรับสูตรเล็กน้อยเพื่อให้ถูกปากคนไทย คุณพล เล่าว่า “ทางทีมต้องใช้เวลาในการปรับสูตรค่อนข้างนาน
จากธุรกิจด้านการศึกษาของครอบครัวที่ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ก้าวข้ามสู่ธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการมองเห็นโอกาสเล็กๆ จากการที่ต้องต้อนรับแขกชาวต่างชาติอยู่เสมอ จึงเกิดความคิดขึ้นว่า “ทำไมไม่เปิดร้านอาหารเองเสียเลย” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรู้จัก “หงเปา” (Hong Bao) ภัตตาคารอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ที่โดดเด่นเรื่องรสชาติ และเมนูอาหารหลากหลาย ภายใต้การบริหารงานของ คุณนพดล นฤตรรกกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท หงเปา อีวี จำกัด ทายาทที่ไม่ได้คิดจริงจังกับการทำร้านอาหาร แต่สามารถบริหารร้านให้เติบโตจนสร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาทในปี 2567 พร้อมตั้งเป้าเติบโต 600 ล้านบาทในปี 2568 ข้ามสายสู่ธุรกิจร้านอาหาร คุณนพดล เล่าให้ฟังว่า หงเปา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 196,274,100 ล้านบาท ได้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงในประเทศไทย ด้วยจุดยืนที่เน้นคุณภาพ รสชาติ บริการ และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง “ก่อนมาเปิดร้านหงเปา ครอบครัวของผมทำธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษา ต้องซื้อหนังสือและฐานข้อมูลจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ทุกอาทิตย์จะมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน และพาไปเลี
ฮองมิน จัดอาหารเหลา 8 เมนูเด็ด เสิร์ฟใส่กระทะร้อนแบบเดือดปุดปุด อัดเต็มความอร่อยแบบเข้มข้นครบรส พร้อมคุณค่าล้นจาน ฮองมิน (HONGMIN) ตำนานความอร่อยอาหารจีนขึ้นชื่อแบบอาหารเหลาแบบสบายกระเป๋า จากต้นกำเนิดของชาวจีนในแถบเยาวราช เอาใจนักชิมอาหารจีน มาร่วมเปิดประสบการณ์ความร้อนกับ การเดือดแบบ ปุดปุด 8 เมนูอาหารเหลาที่เสิร์ฟมาพร้อมกระทะเหล็กร้อนแบบลาวาเดือด ที่ปรุงสดใหม่ เครื่องแน่นอร่อยฉ่ำเต็มๆ คำกันทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็น “ทะเลถังกระทะร้อน” ซีฟู้ดจัดหนักจัดเต็มคลุกกับซอสสูตรพิเศษ กินกับเส้นใหญ่เครื่องเคียงกรอบนอกนุ่มในอร่อยฟินทุกคำ หรืออาจลดดีกรีความแซ่บ แต่ยังเต็มอิ่มไปกับซีฟู้ดเครื่องแน่น อย่าง ราดหน้าเจ้าสมุทรกระทะร้อน และเมนูสุดคลาสสิคที่หลายคนหลงใหล อาทิ ราดหน้าปลากะพงเต้าซี่กระทะร้อน และ ออส่วนกระทะร้อน และสำหรับสายเนื้อ ขอแนะนำ เนื้อสันผัดพริกไทยดำกระทะร้อน หรืออาจลองเมนูรสนัว นัวแต่กลมกล่อมอย่าง เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำกระทะร้อน และจานร้อนสุดท้ายที่การันตีความอร่อยล้นจาน ที่พลาดไม่ได้อย่างเมนู จ้าวสมุทรผัดผงกะหรี่กระทะร้อน มาชิมความอร่อยของอาหารจีน จานร้อน แบบเดือดปุดปุด พร้อมรสชาติที่จัดจ้
สุกี้จินดา ส่งจดหมายถึงลูกค้า น้อมรับความผิดพลาด กรณีเจอสิ่งแปลกปลอมในอาหาร พร้อมปิดร้านสาขา 3 เป็นเวลา 2 วัน เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น จากกรณีลูกค้าพบสิ่งแปลกปลอมในอาหารของร้านสุกี้จินดา ล่าสุด ทางร้านได้ออกจดหมายชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ว่าเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบวัตถุดิบของพนักงาน โดยทีมบริหารได้ตระหนักถึงปัญหา และได้เร่งดำเนินการแก้ไขทันที สำหรับเนื้อความในจดหมายระบุว่า “กราบเรียนผู้บริโภคร้านสุกี้จินดาทุกท่าน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2566 ที่ลูกค้าผู้มีอุปการคุณได้พบและแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งเพจสุกี้จินดา金达火锅 มาอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่พบสิ่งแปลกปลอมในอาหาร จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางร้านสุกี้จินดารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ทางร้านสุกี้จินดาขอน้อมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบวัตถุดิบของพนักงาน ทั้งนี้ ร้านสุกี้จินดาขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ทีมบริหารตระหนักถึงปัญหาและประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมิได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ได้รับแจ้งมาจากทางลูกค้า เบื้องต้นเราได้พู
ถอดสูตรสำเร็จ สุกี้จินดา ทำอย่างไร ให้เติบโตตลอด 3 ปี สร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน พูดถึง “สุกี้จินดา” เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะร้านนี้กำลังโด่งดัง และได้รับความนิยมจากนักกินทั้งหลาย อะไรคือสิ่งสำคัญทำให้ร้านสุกี้จินดาทัชใจคนไทย จนสามารถสร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน มาหาคำตอบกับ คุณดา-นพรดา วาวีเจริญสิน อดีตมัคคุเทศก์นำเที่ยว เจ้าของร้านในปัจจุบันกันได้เลย เริ่มจาก หม้อไฟคนเหงา แม้ว่าคุณจะมาคนเดียว ก็ไม่ต้องกลัวเขิน เพราะสุกี้จินดาให้บริการหม้อคนเหงา โดยจัดที่นั่งแบบโต๊ะยาวหันหน้าเข้าหากันเรียกว่าคุณจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นสิบๆ คน ส่วนตรงกลางมีสายพานคอยหมุนเวียนเสิร์ฟเมนู แค่รอของที่อยากกินหมุนมาตรงหน้า ก็หยิบใส่หม้อได้เลย ไม่ต้องลุกไปตักให้เมื่อย มีน้ำซุปให้เลือกหลากหลาย มีทั้ง ซุปกระดูกหมู ซุปกระดูกไก่ ซุปเห็ดหอม หม่าล่าเผ็ดน้อย หม่าล่าเผ็ดลิ้นชา ซุปต้มยำกุ้ง ซุปมะเขือเทศ และหม่าล่าน้ำข้น ตำรับจากจีนแท้ๆ เพราะสั่งผลิตจากครัวกลางในประเทศจีน ราคา 49 บาท เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น มีเมนูให้เลือกกว่า 50 รายการ แบบเสียบไม้ สีม่วง ไม้ละ 5 บาท สีเขียว ไม้ล
ต่อยอด หม่าล่า เป็นเมนูฟิวชั่น เริ่มต้นจากซุ้มเล็กๆ ขายแค่วันละ 5 ชาม ทุกวันนี้มีรายได้นับแสนต่อเดือน เปลี่ยนความชอบเป็นธุรกิจ คือแนวคิดของ “สุ่ย บะหมี่หม่าล่า” ร้านที่ขายเมนูฟิวชั่นในจังหวัดเชียงใหม่ ของ คุณเกด-ภัควลัญช์ จันทร์ศิริ วัย 32 ปี เจ้าของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เธอได้นำความชอบมาสร้างธุรกิจ ตั้งต้นจากขายผงพริกหม่าล่าเป็นงานอดิเรก จากนั้นขยับขยายเปิดซุ้มเล็กๆ ขายแค่วันละ 5 ชาม สู่หน้าร้านดีไซน์โดดเด่นเหมือนนั่งกินหม่าล่าอยู่ประเทศจีน สร้างรายได้ไม่ธรรมดานับแสนต่อเดือน ก่อนหน้านี้ คุณเกดเคยทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเหนื่อยมากกับการใช้ชีวิต จึงตัดสินใจกลับบ้านจังหวัดเชียงใหม่ และได้เปิดธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ผลิตป้ายไวนิล สติ๊กเกอร์ คัตเอาต์ โบรชัวร์ ฯลฯ และเพราะชอบทานหม่าล่า คุณเกดได้ตะลอนกินหม่าล่าในจังหวัด ด้วยเป็นคนชอบทำอาหาร จึงเริ่มสังเกตรสชาติและลองซื้อวัตถุดิบมาฝึกทำเอง จากนั้นได้เริ่มทำผงพริกหม่าล่าขายผ่านเฟซบุ๊ก เป็นงานเสริมเล็กๆ คู่กับงานหลัก แต่สักพักก็เลิกขายเพราะไม่มีเวลา “เลิกขายแต่ยังทำกินอยู่ ปรุงไปเรื่อย ทำเมนูหม่าล่าฟิวชั่นแบบที่ชอบ ที่ไม่ใช่ชาบูกับเ
ปักหมุดร้าน “ฮองมิน” เปิดตัวโฉมใหม่สุดคูลกับคอนเซ็ปต์ New Modern Chinese Style ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมเติมเต็มความสุขในทุกโมเมนต์ ส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยในทุกมื้ออาหาร คนรักอาหารจีน เหล่าฟู้ดดี้สายกิน บอกเลยว่าห้ามพลาด! กับร้าน “ฮองมิน” (HONGMIN) ที่เสิร์ฟความอร่อยเคียงคู่คนไทยมาตลอด 25 ปี ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวร้านที่มีการปรับโฉมใหม่ในคอนเซ็ปต์ New Modern Chinese Style ณ ชั้น 2 โซน A เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมแล้วที่จะส่งต่อประสบการณ์ความสุขที่ไร้ขีดจำกัด โดยยังคงตอกย้ำรสชาติความอร่อยของอาหารจีนต้นตำรับ บรรยากาศการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากการผสมผสานระหว่าง element และเส้นแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณ นำมาตีความหมายใหม่ด้วยการเลือกใช้วัสดุแบบใหม่ และสร้างแพตเทิร์นให้เกิดโครงสร้างแบบจังหวะที่น่าสนใจ ร้านมีความโปร่งโล่ง ในโทนสีขาวละมุนตา เฟอร์นิเจอร์ใช้สีแดงตัดเส้นให้โดดเด่นสะดุดตา ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายน่านั่ง และยังถ่ายรูปออกมาสวย รับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังขนทัพเมนูอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะสาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เท่านั้น พร้อมเติมเต็มควา
ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบ “บ๊ะจ่าง แด๊ดดี้ส์ โฮม” ใส่ถ้วย กินง่าย ไม่เลอะมือ พูดถึง “บ๊ะจ่าง” ชื่อนี้สำหรับคนรุ่นใหม่คงจะไม่คุ้นหูกันมากนัก แต่สำหรับคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน ถือว่า บ๊ะจ่าง เป็นอาหารครบรส คาวก็ได้ หวานก็ดี ทำจากข้าวเหนียวนำมาผัดน้ำมัน มีไส้หมูเค็มหรือหมูพะโล้ กุนเชียง ไข่เค็มเฉพาะไข่แดง กุ้งแห้ง เห็ดหอม เป็นต้น ห่อด้วยใบไผ่แล้วนึ่งให้สุก แต่สมัยใหม่นี้ ขั้นตอนการทำพลิกแพลงไปเล็กน้อย จากห่อด้วยใบไผ่ ได้เปลี่ยนมาใส่ถ้วย ทานง่ายขึ้น ที่สำคัญ ไม่เลอะมือ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีทีเดียว “บ๊ะจ่าง แด๊ดดี้ส์ โฮม – Daddy’s Home” ชื่อแบรนด์แสนน่ารักที่ลูกสาว วัย 30 บอกว่ารสชาติความอร่อยมาจากรสมือคุณพ่อคุณแม่ของเธอ คุณพราว-ภูริตา วงศ์พานิช ซีเนียร์สาวด้านกราฟิกดีไซน์ วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเธอชอบทำอาหาร โดยเฉพาะคุณพ่อ ได้รับคำชมไม่ขาดปากจากเพื่อนๆ ญาติๆ ที่แวะเวียนมาชิมฝีมืออยู่บ่อยๆ หนึ่งในเมนูที่ชอบทำมากที่สุดคือ บ๊ะจ่าง ทำทานกันเองง่ายๆ ด้วยการใช้หม้อหุงข้าวโดยไม่ห่อใบไผ่ “เราชินกับสูตรไม่ห่อใบไผ่ของพ่อ หลายคนชิมก็บอกว่าอร่อย ชอบที่ไม่มีกลิ่นใบ
เปิดมานานกว่า 20 ปี ร้านอาหารจีนพื้นบ้าน ขายถูกสุดในเยาวราช! เยาวราช หรือ ไชน่า ทาวน์ ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ ที่สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยห้างร้านอาหารหลากหลาย ทั้งร้านหูฉลาม รังนก บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เกาลัดคั่ว ร้านขนมหวานและผลไม้ บรรยากาศที่แสนคึกคัก และเป็นแหล่งอาหารอร่อยนี้เอง ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเดินเที่ยวกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มาที่เยาวราช เดินเล่นเข้าซอยนั้น ลัดเลาะเข้าซอยนี้ จนไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ลักษณะร้านเหมือนตึกแถวทั่วไป ใช้พื้นที่ชั้นล่างบางส่วนในการตั้งหม้อข้าว ถาดอาหาร และโต๊ะอาหาร มีคนนั่งกินข้าวอยู่หน้าร้าน 2 โต๊ะ เห็นสองแม่ลูกกำลังช่วยกันตักและเสิร์ฟอาหารอยู่ ด้วยความหิวจึงเลือกปักหลักทานข้าวเที่ยงที่ร้านแหล่งนี้ เดินเข้าไปสั่งอาหารกับชายที่กำลังตักอาหาร เมื่อเห็นว่าลูกค้ายังไม่เยอะมาก จึงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ทราบภายหลังว่าเขาคือ คุณสมหวัง แซ่ลิ้ม อายุ 47 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารแห่งนี้นั่นเอง เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านอาหารร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่เปิดขายอาหารมานานหลายสิบปี เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาจากซัว
