เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
Thai Taste Expo 2018” สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กรมการพัฒนาชุมชน สสว. และหน่วยงานพันธมิตร จัดงานใหญ่ “Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย” ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ สวนนงนุช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี คัดสรรร้านค้าผู้ประกอบการเครือข่ายทั่วประเทศออกบู๊ธในงานกว่า 600 บู๊ธ บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร อิ่มอร่อยกับอาหารไทยจากทั่วทุกสารทิศ ตระการตากับสินค้าโอท็อปคุณภาพดีจากลุ่มน้ำโขงและโอท็อปไทย บู๊ธผู้ประกอบการโครงการส่งเสริมมาตรฐานอาหารไทย การออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นเมืองพัทยา ฯลฯ เรียนรู้นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต เติมเต็มกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ โอกาสการเจรจาธุรกิจผู้ซื้อพบผู้ขาย เต็มอิ่มกับความบันเทิงมากมาย คาดคนร่วมงานกว่า 30,000 คน สร้างเงินสะพัดในงานกว่า 10 ล้านบาท ก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจมากถึง 100 ล้านบาท “จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างช่องทางการค้าใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ สถาบันอาหารจึงมีแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรมากมาย ไม่ว่า
ด้วยความก้าวล้ำของเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิตอล ส่งผลให้ความ “ไฮเทค” ในเครื่องใช้ไม้สอย กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวซึ่งเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึง “กล้องถ่ายรูป” ที่สมัยก่อนอาจเป็นอุปกรณ์สำหรับคนเฉพาะกลุ่ม แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นของ “พื้นๆ” ไปเสียแล้ว ฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน ใครต่อใคร ย่อมมีกล้องถ่ายรูปติดตัวได้ ไม่ว่าจะในรูปของกล้องถ่ายรูปที่ติดมากับโทรศัพท์มือถือ หรือ กล้องดิจิตอล ยิ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยแล้ว การบันทึกความประทับใจตามสถานที่ต่างๆ นั้น ย่อมเป็นกิจกรรมหลักที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะใน “ตลาด” ซึ่งมีบรรยากาศซื้อขายคึกคัก ย่อมมีการแข่งขัน “ไอเดีย” น่าตื่นตาตื่นใจ จึงเป็นธรรมดาที่บรรดานักท่องเที่ยวอยากจะถ่ายรูปความแปลกใหม่ของสินค้าเหล่านั้นเก็บไว้ หากยามใดที่ “ยกกล้อง” ขึ้นมาส่องหวังเก็บภาพ กลับเห็นป้ายเขียนข้อความ “ห้ามถ่ายรูป” บ้าง “No Photo” บ้าง ความตั้งใจของช่างภาพมืออาชีพ-สมัครเล่น คง “แป่ว” ลงฉับพลัน ครั้นจะไปขอตื๊อ “ขอถ่ายหน่อยเถอะ” อาจไปสร้างความลำบากใจให้กันโดยไม่จำเป็น เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสได้ไปเที่ยวชม “ถนนคนเดิน” ในจังหวัดเชียงใหม่ เห็นกิจการริมทาง หลายร้านขึ้นป้ายห้ามถ่าย
ธุรกิจดีลิเวอรี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แถมทุกวันนี้เทคโนโลยีก็เข้ามาช่วยให้การสั่งซื้อสินค้าและบริการทำได้ง่ายเพียงกดคลิกไม่กี่ครั้ง หลายๆ แนวคิดเรื่องดีลิเวอรี่ก็เหนือความคาดหมาย เพราะไม่ใช่แค่การจัดส่งอาหารหรือสินค้าทั่วๆ ไปเท่านั้น แม้แต่น้ำมันและบริการเสริมสวยก็ดีลิเวอรี่ได้ ในรัสเซีย ขณะนี้ผู้คนไม่ต้องขับรถไปต่อคิวเติมน้ำมันที่ปั๊ม ไม่ต้องฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัดหรือสภาพอากาศที่หนาวเย็นออกไป แค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสั่งซื้อออนไลน์ เท่านี้ก็หายห่วง บริษัท “Toplivo v Bak” ที่แปลว่า “เติมน้ำมัน” และบริษัท “ปั๊ม” เป็นบริษัทสตาร์ตอัพรัสเซีย 2 แห่งที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจนี้ และนำร่องให้บริการใน 4 เมือง ได้แก่ กรุงมอสโก นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองโซชี และคราสโนดาร์ ทั้ง 2 บริษัทเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนใช้บริการ ซึ่งเมื่อน้ำมันใกล้จะหมด เจ้าของรถก็สามารถสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนที่จะระบุพิกัดของรถสำหรับดีลิเวอรี่น้ำมันได้ พนักงานของบริษัทจะได้รับคำสั่งซื้อดังกล่าว จากนั้นจะขับรถตู้ขนาดเล็กติดตั้งถังใส่น้ำมันที่มีทั้งน้ำ
กว่า 21 ปีกับการสร้างแรงบันดาลใจและช่องทางสร้างอาชีพ วันนี้นิตยสารเส้นทางเศรษฐี 1 ในนิตยสารของเครือมติชนก็พร้อมจะเป็นฮาวทู (How To) ให้กับคนที่มีอาชีพประจำ วิมล ตัน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณานิตยสารเส้นทางเศรษฐี กล่าวว่า นิตยสารเส้นทางเศรษฐีเกิดขึ้นและดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 21 ปีแล้ว โดยเราเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ที่อยากเปิดโอกาสให้คนด้อยโอกาสได้ “สร้างอาชีพ” เป็นการเรียนรู้นอกตำราเรียน ซึ่งแต่ก่อนฐานสำคัญของเส้นทางเศรษฐี คือ ต่างจังหวัด “ปัจจุบันการเข้าสู่อาชีพของคนเจนวาย (Gen Y) นั้นแตกต่างจากคนรุ่นเก่า จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับอาชีพฟรีแลนซ์ อาชีพค้าขายอิสระที่ไม่ใช่งานประจำ อาชีพใหม่ๆ อย่างสตาร์ตอัพ เป็นไปตามแนวโน้มการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำอะไรที่ตอบโจทย์ความชอบของตัวเอง สอดคล้องกับการขยายตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ของเส้นทางเศรษฐี ที่ยังคงนำเสนอเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ และฮาวทู โดยเรามองว่า การขยายกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่โลกออนไลน์ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างประโยชน์ให้กับคนอ่าน “เราตั้งเป้าว่านิตยสารเล่มสำหรับคนในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือคนที่มีข้อจำกัดในการเข้า
