เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เปิดมา 100 กว่าปี แต้เล่าจิ้นเส็ง ตำนานขนมเปี๊ยะ-ไหว้พระจันทร์ รู้ไหมเคยไปเยือนเมืองปารีสมาแล้ว! เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวช่วงกลางฤดูสารท ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเทศกาลสารทจีนที่เกิดขึ้นก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยที่เห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋ รวมถึง ขนมอี๋ หรือ บัวลอยของจีน เป็นต้น ซึ่งหากพูดถึง ขนมไหว้พระจันทร์และขนมเปี๊ยะในประเทศไทย พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนหลายๆ คน ต้องนึกถึงร้าน แต้เล่าจิ้นเส็ง ขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเสริมชัย ตฤติยศิริ เจ้าของร้าน แต้เล่าจิ้นเส็ง รุ่นที่ 4 เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ร้านแห่งนี้ เปิดมาได้ประมาณ 100 กว่าปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากอากง (คุณปู่หรือคุณตา) หอบเสื่อผืนหมอนใบ เดินทางมาตั้งรกรากใหม่ที่ไทย เนื่องจากในสมัยนั้น ประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อย้ายเข้ามา ก็ได้มาอยู่แถวย่านสำเพ็ง ทำขนมหาบขายอยู่แถวเยาวราช เพราะอากงและบรรดาพี่น้องที่มาด้วยกันนั้น มีวิชาทำขนมเปี๊ยะติดตัวกันมาตั้งแต่อาศัยอยู่ที่จีน เมื่อขนมเปี๊ยะเริ่
“การปรับปรุงพันธุ์ข้าว” ภารกิจเบื้องหลังชาวนาและวงการข้าวไทย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการผลิตข้าวมากที่สุดในโลก และมีมูลค่าการส่งออกหลักแสนล้านบาทต่อปี โดยเบื้องหลังความสำเร็จนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจาก “เมล็ดพันธุ์ข้าว” ที่มีคุณภาพ ให้ผลผลิตต่อไร่สูงตอบสนองความต้องการของเกษตรกร และเป็นที่ต้องการของท้องตลาดถูกใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดย “กรมการข้าว” มีบทบาทสำคัญในการอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ภารกิจของกรมฯ นั้นครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าว การสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว การให้ความรู้และฝึกอบรมเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภารกิจด้านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทายและต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ คุณมาริสา แย้มสาหร่าย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานวิจัยปรับปรุงสายพันธุ์ข้าว เผยว่า เส้นทางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวแต่ละสายพันธุ์ถือเป็นภารกิจที่ยาวนาน ศูนย์วิจัยข้าวแต่ละแห่งนั้นไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ต้องมีการร่วมมือกัน เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวให้รองรับกา
SMEs ไทย ต้องไม่หยุดนิ่ง นำนวัตกรรมงานวิจัย สร้างความแตกต่าง การสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้า ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม เมื่อสินค้าแตกต่างจากคู่แข่ง ผู้บริโภคจะรับรู้ถึงคุณค่าเฉพาะตัวของสินค้า ทำให้เกิดความสนใจและต้องการซื้อสินค้า นำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ความแตกต่างที่ชัดเจนจะช่วยให้แบรนด์มีความโดดเด่น เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดการทดลอง และเมื่อถูกใจก็กลับมาซื้อซ้ำและแนะนำต่อ สร้างการเติบโตในระยะยาว หนึ่งในปัจจัยหลักที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้าคือ “นวัตกรรมและงานวิจัยด้านการตลาด” ที่เมื่อนำมาผสมผสานกัน จะทำให้สินค้าธรรมดาๆ กลายเป็นสินค้าไม่ธรรมดาได้ในทันที เช่น SMEs 3 ราย ได้แก่ บริษัท บราวน์โว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตขนมไทยแนวคิดใหม่แบรนด์ “BrownVo” บริษัท ฟูลเกิ้ล จำกัด ผู้ผลิตธัญพืชอบกรอบแบรนด์ “โอพัพ” และบริษัท ลิลลี่อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวแบรนด์ “ถั่วเขาช่อง” ที่นำนวัตกรรมและงานวิจัยด้านการตลาดมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ล่าสุดสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับท
ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ตั้งเป้าเป็น “ผู้เล่นหลัก” ตลาดโซลูชันธุรกิจ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านโซลูชันสำนักงานและเครื่องพิมพ์ เปิดสำนักงานให้ข้อมูลอัปเดตทิศทางและกลยุทธ์หลังรีแบรนด์กับการขับเคลื่อนแบรนด์ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (FUJI FILM BI) สู่ Digital Solution Provider โดย คุณธีรยา สุขมาก ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์สื่อสารการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ปี 2564 ทางบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์บริษัทจากฟูจิซีร็อกซ์ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น เพื่อตอกย้ำการให้บริการเรื่องโซลูชันสำหรับธุรกิจ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการทำงานภายในองค์กรของลูกค้าให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ปัจจุบัน “ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น” มีรายได้มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. โซลูชันธุรกิจที่มีอยู่แล้ว 2.โซลูชันด้านเอกสารและสำนักงาน เช่น เครื่องพรินเตอร์และมัลติฟังก์ชัน และ 3. กราฟิกคอมมูนิเคชัน ที่มีลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจการพิมพ์ โดยปีที่แล้ว มีรายได้ 40% ของรายได้รวมฟูจิฟิล
มสด. จับมือ จตุรภาคีหนุนเมืองสุพรรณ ศูนย์กลางเมืองอาหาร-เกษตรปลอดภัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร จับมือจตุรภาคีหนุนจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเมืองต้นแบบอาหารปลอดภัยสู่ความยั่งยืน มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรปลอดภัยที่มีมาตรฐาน เพิ่มมูลค่า และเข้าสู่มาตรฐานสากล รวมถึงพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง ผู้อำนวยการโครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ภายใต้การกำดูแลของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมงานเสวนาการดำเนินโครงการ “สุพรรณบุรีโมเดล…เมืองต้นแบบอาหารปลอดภัยสู่ความยั่งยืน” ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” โดยมี ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ให้เกียรติกล่าวเปิดการเสวนา ว่ากิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีให้เป็นศูนย์กลางของเมืองอาหารและเกษตรปลอดภัย หลังจากดำเนินงานโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีมาเป็นระยะ
ความร่วมมือ : กุญแจสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ในขณะที่บริษัทชั้นนำในประเทศไทยกำลังมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น นั่นคือการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน หรือที่เรียกว่า “ขอบเขตที่ 3” ความท้าทายนี้เกิดจากโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน ประกอบด้วยซัพพลายเออร์ต้นน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่กระจายตัวและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซัพพลายเออร์เหล่านี้ อาทิ เกษตรกร ผู้ผลิตชิ้นส่วน และผู้รับเหมาก่อสร้าง มักไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากขาดความรู้ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญในการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังไม่พร้อมเต็มที่สำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงข่ายพลังงานสาธารณะ ระบบการจัดการขยะ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงในแง่ของงบประมาณ แต่ยังอาจมีต้นทุนทางการเมืองด้วย เนื่องจากต้องใช้เงินภาษีของประชาชน ตัว
กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.70 ติดตามเฟดลดดอกเบี้ย กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.32 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.25-33.97 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนแต่แข็งค่าเล็กน้อยเทียบกับยูโรในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินเยนได้แรงหนุนหลังกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า ต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 1% เป็นอย่างน้อยในอนาคตแต่เสริมว่าการปรับดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงสู่ระดับ 3.5% ตามคาด และประธานอีซีบีแสดงท่าทีระมัดระวังสำหรับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมรอบถัดไป โดยระบุว่า อีซีบีจะให้ข้อมูลเศรษฐกิจกำหนดการดำเนินนโยบาย ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาไร้ทิศทางแต่ในภาพรวมบ่งชี้ถึงแนวโน้มใหญ่ที่ภาวะเงินเฟ้อลดความร้อนแรงลง ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค. เ
ธ.ก.ส. ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.เชียงราย นายยุวพล วัตถุ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ โดย ธ.ก.ส. ได้ร่วมมอบถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ทั้งนี้ ธนาคารได้เตรียมมาตรการเพื่อดูแลเกษตรกรลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจนส่งผลกระทบต่อรายได้ด้วยการเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาในสังกัดในพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2567 และสำหรับพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีมาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผ่าน โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2567/68 และโครงการสินเชื
ปลุกพลังนวัตกร สร้างชุมชนนวัตกรรม มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน บพท. สานพลังโครงการวิจัยชุดประสานงานและบริหารจัดการงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพสูงสำหรับขับเคลื่อนโครงการชุมชนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ โชว์กว่า 100 ชุดความรู้จากผลงานวิจัย เติมพลังนวัตกร นักวิจัย ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน มุ่งสร้างชุมชนนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ทำให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดและนิทรรศการชุมชนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และโครงการวิจัย ชุดประสานงานและบริหารจัดการงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพสูงสำหรับขับเคลื่อนโครงการชุมชนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ร่วมกันจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ ภายใต้แนวคิดเสริมพลังนวัตกรด้วยนวัตกรรมเด่นสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน นับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการสนับสนุนให้ บพท.
สิงห์ เอสเตท ชวนคู่ค้าธุรกิจร่วมเติบโตอย่างยั่งยืน ในงานสัมมนา “S – Together 2024” Green Together – Growth Together สร้างห่วงโซ่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน (16 กันยายน 2567) – บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S และบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR จัดงานสัมมนาพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ S – Together 2024 ภายใต้หัวข้อ “Green Together – Growth Together สร้างห่วงโซ่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จุดประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่คู่ค้าธุรกิจ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) ที่เป็นไปตามหลักการคัดเลือกสินค้าและบริการตามแนวทาง ESG ของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง และก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ร่วมกันในปี 2030 โดยภายในงานได้รับการตอบรับจากคู่ค้ากว่า 50 องค์กร กว่า 100 ท่าน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม PRIDE ชั้น 39 อาคาร ซันทาวเวอร์ส บี คุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประธานเปิ
