แปรรูป
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “DIPROM Creative Snack” พลิกโฉมขนมขบเคี้ยวไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมแข่งขันท่ามกลางตลาดขนมขบเคี้ยวโลกที่มีมูลค่ากว่า 22.98 ล้านล้านบาท พร้อมโชว์ตัวอย่างความสำเร็จ “กล้วยหอมทองป๊อป” ขนมที่สร้างสรรค์จากผลผลิตเกษตรไทยที่สามารถเจาะตลาดเอเชียได้สำเร็จ สะท้อนศักยภาพของขนมขบเคี้ยวไทยท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดขนมขบเคี้ยวทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Fortunebusinessinsights ระบุว่าในปี 2569 มีการคาดการณ์มูลค่าการเติบโตกว่า 22.98 ล้านล้านบาท ส่วนในประเทศไทย ข้อมูลจาก K research ก็ระบุว่ามีแนวโน้มเติบโตเช่นเดียวกัน โดยในปี 2568 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยที่ร้อยละ 1–3 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันสูงจากการมีตัวเลือกที่หลากหลายในท้องตลาด “เมื่ออุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวเติบโตต่อเนื่องและมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาแหล่งวัตถุดิบและแนวทางการพัฒนาสินค้าที่สร้างควา
จะว่าไป คนยุคนี้เมื่อมีอายุเลย 60 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขเกษียณการทำงานอย่างเป็นทางการ หลายๆ ท่านยังมีเรี่ยวมีแรง และมีความรู้-ความสามารถ ไม่แพ้คนหนุ่มสาวสักเท่าไหร่ ผู้อาวุโส จำนวนไม่น้อย จึงพยายามหางานอดิเรก หรือแม้แต่ “อาชีพหลังเกษียณ” ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว เพราะไม่อยากปล่อยเวลาให้นับถอยหลัง ผ่านไปอย่างไร้ค่า “ชื่อ จันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณแล้ว เลยหาช่องทางให้ตัวเองว่าในความรู้ความสามารถของเรา สามารถทำอะไรได้บ้าง” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ ที่ใช้คำเรียกแทนตัวว่า “ป้าจิ๊ก” เริ่มบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนที่มาของ “อาชีพหลังเกษียณ” ซึ่งเลือกทำมาถึงทุกวันนี้ให้ฟัง มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพประจำตัว โดยมีคำแนะนำจากแพทย์ทางเลือก ให้ทานผักใบเขียวเป็นประจำจะทำให้การทำงานของตับดีขึ้น ซึ่งผักที่พอนึกออก เห็นมีแต่คะน้า แต่เธอไม่ชอบลักษณะ “เหม็นเขียว” ของมันมาก กระทั่งราว 7 ปีก่อนหน้า มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ “เคล-Kale” ผักใบเขียวที่ไม่เหม็นเขียวมากนัก เลยใช้เวลาว่างทำการศึกษา ก่อนแบ่งพื้นที่ข้างบ้านทำแปลงและลงมือปลูก เมื่อได้ผลผลิตแล้ว นำมาปั่นกับผลไม้ ดื่มเป็นประจำตั้งแต่นั้นม
นายฐานพงศ์ จุ้ยประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกไอศกรีมและความนิยมผลิตภัณฑ์ไอศกรีมผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศว่า ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจากประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ไอศกรีมผลไม้ไทยที่มีรสชาติดี มีความหลากหลายและแปลกใหม่ ทำให้ล่าสุดประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศผู้ส่งออกไอศกรีมของภูมิภาคเอเชีย และเป็นอันดัน 4 ของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ผ่านมา (2563-2567) อยู่ที่ปีละ 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.486 พันล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ย 11% ต่อปี โดยในส่วนของ แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเพียง 5 ปี ทำให้วันนี้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกไอศกรีมอันดับ 9 ของไทย โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นไอศกรีมซอร์เบต์ในลูกผลไม้มีสัดส่วนถึง 70% โมจิไอศกรีม 20% ไอศกรีมซอร์เบต์ผลไม้ชนิดถ้วย 10% จากสัดส่วนการขายในต่างประเทศ 99% และในประเทศเพียง 1% จากปัญหาด้านภูมิอากาศและภัยแล้งแล้วทำให้ผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมีไม่เพียงพอ ทำให้แม้จะมีคำสั่งซื้อจากต่างประเท
หนุ่มสุพรรณลาเมืองกรุงกลับนาแห้ว แปรรูป เฟรนช์ฟรายด์แห้ว สร้างเงิน ปลดหนี้ให้เกษตรกรบ้านเกิด เทรนเนอร์หนุ่มเมืองกรุง หันหลังกลับบ้านเกิดสุพรรณบุรี สานต่ออาชีพดั้งเดิมอย่างนาแห้ว พลิกสินค้าเกษตรจากแห้วบ้านๆ สู่แบรนด์ “แห้วมีคุณอนันต์” แปรรูปแห้วสด สู่ไข่มุกแห้ว ทอดมันแห้ว กิมจิแห้ว เฟรนช์ฟรายด์แห้ว สบู่แห้ว แป้งแห้ว (ใช้แทนแป้งสาลี) ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านงานวิจัย อร่อย ปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมไปถึงการส่งแห้วสดโกอินเตอร์สู่จานสลัดในร้านหรูประเทศสหรัฐอเมริกา เส้นทางนี้ตั้งเป้าเพื่อยกระดับชีวิตให้เกษตรกรบ้านเกิดที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี เป็นเกษตรกรก็รวยได้! “แห้วมีคุณอนันต์” เกิดจากวิกฤตโควิด คุณภภาค ดอกกุหลาบ อายุ 30 ปี เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา มีอาชีพแรกเป็นเทรนเนอร์ ย่านใจกลางเมือง พอเจอวิกฤตโควิดทำให้ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะทำอะไรต่อไป จากที่คิดเยอะแยะไปหมด สุดท้ายกลับไปหาสิ่งที่เห็นมาตั้งแต่เกิด นั่นคือการกลับไปช่วยที่บ้านทำนาแห้ว “กลับไปใช้วิชาความรู้ที่เราเรียนให้เป็นประโยชน์ พัฒนามรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้ ก็คือนาแห้ว โจทย์ต่อไปคือจะทำยังไงให
หยิบเอา ปลาตะเพียน มาแปรรูปเป็น ปลาส้ม สร้างรายได้ เลี้ยงชีพ พึ่งพาตน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาอาชีพบ้านห้วยหมากหล่ำ จ.อุดรธานี เกิดจากการรวมกลุ่มของสมาชิก ในชุมชนหมู่ที่ 6 ชุมชนบ้านห้วยหมากหล่ำ จ.อุดรธานี ดำเนินการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนภายใต้การดูแลของสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสะอาด และได้การรับรองกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 รหัสทะเบียน 4-41-05-04/1-0027 มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มเพื่อสร้างรายได้และอาชีพให้แก่สมาชิกกลุ่ม เนื่องจากชุมชนบ้านห้วยหมากหล่ำ มีฐานะยากจน ไม่มีพื้นที่ในการประกอบอาชีพ ดังนั้น หากเกิดการรวมกลุ่มและสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปจำหน่าย ก็สามารถที่จะสร้างรายได้เลี้ยงชีพแก่สมาชิกในกลุ่มได้ และสามารถสร้างอาชีพพึ่งพาตนเองได้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 วิสาหกิจชุมชนได้รับความรู้จากการอบรมการแปรรูปปลาส้ม จัดโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้การสนับสนุนความรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปปลาส้มจากปลาตะเพียนให้แก่สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และครู-นักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไปรษณีย์ไทย บ้านห้วยหมากหล่ำ นอกจากนี้ มีหน่วยงานที่เข้าร่วมก
ต่อยอด ถั่งเช่า สู่ สารสกัดผสมอาหาร ทางเลือกใหม่ผู้บริโภค สร้างเงินให้เกษตรกร-ผปก. ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า จากความสำเร็จของ วว. โดย ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา กลุ่มงานบริการอุตสาหกรรม ภายใต้การดำเนิน “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมและนวัตกรรมอาหารปลอดภัย” ในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ข้าวหอมมะลิ 105 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ให้มีสารสำคัญทางยาสมุนไพร อย่างเช่น Cordycepin และ Adenosine ซึ่งมีอยู่ในถั่งเช่า ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดและช่วยเรื่องภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันภัยคุกคามจากเชื้อโรคในปัจจุบัน และสารสำคัญอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันเกษตรกรร่วมกับ วว. อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาต่อยอด ที่จะทำให้เกิดสารสำคัญในข้าวสายพันธุ์อื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ รวมทั้งทำการทดลองกับพืชเกษตรชนิดอื่นที่มีอยู่ในพื้นที่และมีศักยภาพเศรษฐกิจด้านสมุนไพร เช่น เตยหอม ต้นใบบัวบก ข่าตาแดง รวมทั้งมะพร้าวน้ำหอม พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการแปรรูปใบข้าวที่มีสารสำคัญของถั่งเช่า โดยวิธีการสกัดให้เป็นผงสำหรับนำไ
ต่อยอด ผักโขมจากฟาร์ม สู่ ขนมอบกรอบ-วอฟเฟิล 3 ปี ยอดขาย ทะลุแสนซอง! ผักโขมจากฟาร์ม – เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณนุช-ปัญญรัฎฐ์ ศิริวันสาณฑ์ วัย 43 ปี เจ้าของแบรนด์ Crispy GO Organic Farm และเจ้าของฟาร์มผักโขม Grand Organic ผู้ยึดอาชีพทำฟาร์มผักโขมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะต่อยอดนำผลิตผลในฟาร์ม สู่ ขนมจากผักรูปแบบต่างๆ สร้างยอดขายกว่าหลักแสนซองในระยะเวลา 3 ปี! คุณนุช เล่าว่า แม้เรียนจบมาไม่ตรงสาย แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่สักพักหนึ่ง กระทั่งรู้สึกสายงานที่ทำอยู่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ จึงเปลี่ยนไปทำงานด้านการตลาด แต่ดันไม่ถูกจริตตัวเองอีก จึงไปสมัครงานและย้ายไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง จนได้พบรักกับสามี กระทั่งตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จึงพากันลาออกกลับไปเริ่มต้นสร้างครอบครัวกันที่นครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสามี “พอลาออกมาอยู่ที่นครสวรรค์ก็มานั่งคิดกันค่ะว่า เราจะทำอะไรกันดี สามีก็ออกไอเดียว่า ไหนๆ เราก็อยู่ต่างจังหวัดกันแล้ว มาทำฟาร์มผักกันไหม เพราะสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน พวกผักอินทรีย์ อะไรพวกนี้ ชาวบ้านต่างจังหวัดเขายังไม่ได้ให้ความสนใจกันม
อดีตพ่อพิมพ์ชาติ เอาดีทางธุรกิจ หยิบ ใบไม้ใกล้บ้าน แปรรูปเป็น หนังเทียม ส่งขายทั่วโลกกว่า 17 ประเทศ! ใบไม้ เมื่อหมดอายุขัยก็ร่วงโรยหล่นจากต้น กลายเป็นปุ๋ยใต้ต้นนั้นๆ แต่นอกจากปุ๋ยแล้ว ใบไม้ นำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้เป็นอะไรอีกบ้าง? คำถามนี้เอง ได้จุดประกายให้ คุณปอ-ปรเมศร์ สายอุปราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีฟ ครีเอชั่น จำกัด มาตกตะกอนต่อ จนท้ายที่สุดแล้วเกิดเป็น ธุรกิจ Material Design วัสดุทดแทนหนังจากใบไม้ คุณปอ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ลีฟ ครีเอชั่น เป็นธุรกิจสีเขียว ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำ ใบตองตึง ที่ชาวบ้านในแถบภาคเหนือ นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การนำมามุงหลังคา หรือห่อของจิปาถะ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถกันน้ำได้ดี มีความเหนียว และทนทาน จึงสามารถนำมาแปรรูปผสานนวัตกรรมเคลือบน้ำยางพารานาโน ทำให้สามารถกันน้ำได้ดีกว่าเดิม จนเกิดเป็นวัสดุทดแทนหนัง มีการต่อยอดเรื่องของดีไซน์ที่หลากหลาย พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ จนเกิดเป็น Mr.Leaf Thailand “บ้านเราเป็นเมืองกสิกรรม ก็จะมีพวกเปลือกมงเปลือกไม้
หยิบ มะม่วงหาวมะนาวโห่ พืชผลท้องถิ่นในชุมชน มาแปรรูปขายตามบู๊ธ ทำเงินได้กว่าหลักพัน / สัปดาห์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้เดินทางไปที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และได้ลองชิม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชนอย่าง กัมมี่ ที่ไม่ใช่กัมมี่ผลไม้ที่เคยกินกันทั่วไป แต่เป็นกัมมี่ที่มาจาก มะม่วงหาวมะนาวโห่ นั่นเอง เมื่อได้ชิมก็พบว่า รสชาติไม่ได้เปรี้ยวอย่างที่คิด แถมอร่อยอีกด้วย คุณกุศล ใจมั่น วัย 56 ปี ตัวแทนกลุ่มปราชญ์ชุมชนและประธานกลุ่มสอยแซ่บ กลุ่มแปรรูปอาหาร เนินขาม ได้เล่าว่า มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชผลชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในชุมชน ทางกลุ่มจึงได้เข้าไปซื้อผลผลิตจากชุมชน และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขายสร้างรายได้ “ตัวแรกที่กลุ่มทำ จริงๆ แล้วคือ แป้งกล้วย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยในเรื่องของกรดไหลย้อน กระทั่ง ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 3 เข้ามาช่วยให้ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงได้แชร์ความคิดกันว่า มีอะไรที่เป็นสิ่งที่โดดเด่นของชุมชนบ้าง ผมจึงนึกมาถึง มะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่มีวิตามินซีสูง สรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณและสุขภาพได้ เป็นผลิตผลในชุมชนที่มีอยู่เยอะ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดสารพิษ ไร้สารเคมีแน่นอน ก็อยากนำมาแป
แปรรูปใบตองสด โลละ 5 บาท ให้เป็น จานใบตอง เหนียว ทนร้อน-เย็น ราคาขายต่อชิ้นกำไรดี ใบตอง พืชธรรมชาติที่อยู่คู่กับคนไทยมาแต่โบร่ำโบราณ มีการใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านพิธีกรรม ประเพณีต่างๆ อย่าง ลอยกระทง บายศรี การบวงสรวงต่างๆ รวมถึงนำมาทำเป็นวัสดุห่อขนม ห่ออาหาร ที่รองอาหาร หรือวางขนม ทำเป็นภาชนะใส่อาหาร ซึ่งการนำมาทำเป็นภาชนะก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่ใช้ได้ไม่นานเท่านั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณอุ๊-นฤภร เข็มทอง วัย 53 ปี อดีตพนักงานโรงงานฝาจีบ ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ที่ผันตัวมาตั้งวิสาหกิจชุมชน แปรรูปใบตองสด ที่ขายได้กิโลละ 5-10 บาท มาเป็น จานใบตอง ที่ราคาต่อชิ้น ขายได้ราคาดีกว่าเห็นๆ ! คุณอุ๊ เล่าให้ฟังว่า เธอลาออกจากงานกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้าน ก็เห็นว่า ในตำบลคลองกระจง มีใบตองกล้วยตานีเยอะมาก ซึ่งคุณอุ๊ กล่าวว่า ใบตองของที่นี่ถือเป็นใบตองที่ดีที่สุดในประเทศ ชาวบ้านจะแล่ขายกันทุกวัน แต่เมื่อใบตองล้นตลาด ไหนจะปัญหาเรื่องของปลายไหม้ ใบเหลืองเกินกว่าจะนำไปใช้งาน อีกทั้งใบตองสดคนก็ไม่ค่อยรับซื้อ เกิดการกดราคา ทำให้ขายใบตองสดได้กิโลกรัมละ 5-10 บาท เพียงเท
