COVID-19
ย้ายประเทศ ฟีเวอร์ “ระบบทำให้ไปต่อไม่ได้” หนุ่มสิ้นหวัง ขายบ้าน-รถ หวังหาแหล่งเงินดีกว่า #ย้ายประเทศกันเถอะ แฮทแท็กร้อนบนโลกโซเชียล ซึ่งเกิดจากความสิ้นหวังในการบริหารจัดการของผู้นำประเทศ คนส่วนใหญ่จึงเลือกเดินทางไปหาความศิวิไลซ์ในประเทศที่มีระบบการบริหารที่ดีกว่า ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากมาย ทั้งในเอเชีย ยุโรป หรือ อเมริกา จากกระแส ย้ายประเทศ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณท็อป พิตตินันท์ ชายหนุ่มที่โพสต์ประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน 60 ตร.ว ในตัวเมืองอุดร ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง รับแขก จอดรถได้ 2 คัน, รถยนต์โตโยต้ายาริสปี 2013 เลขไมล์แสนกว่าโล, มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า Qbix ตัวท็อป วิ่ง พันโล พร้อมเฟอร์นิเจอร์อีกมากมาย ราคาเหมารวม 3,200,000 เพื่อหาทุนไปเรียนภาษาและทำงานต่างประเทศกับแฟนสองคน “ผมขายจริง ไม่ได้โพสต์ขำๆ ยอมเทหมดหน้าตัก เพราะไม่อยากเป็นกังวลกับสิ่งของที่ยังเหลืออยู่ ส่วนพ่อแม่ก็ไม่ลำบาก มีน้องชายช่วยดูแลอยู่กรุงเทพฯ อีกอย่างผมไม่มีทุน ไม่มีสปอนเซอร์ ต้องหาเองไปเองเพื่อหาประสบการณ์ข้างนอก ไปเรียนภาษาและทำงาน อย่างน้อยค่าเงินก็สูงกว่า ตอน
เมืองไทยประกันชีวิต คุ้มครองเพิ่มเติม หากแพ้-เกิดผลข้างเคียง หลังฉีดวัคซีนโควิด ฟรี วันที่ 12 พ.ค.2564 คุณสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บริษัทได้ทำการมอบความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติม ด้วยการขยายความคุ้มครองผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ฟรี! โดยไม่ต้องลงทะเบียน เพียงลูกค้ามีกรมธรรม์ตามที่บริษัทกำหนดและยังมีผลคุ้มครองอยู่ จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิของแต่ละแบบประกันภัยและเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถใช้สิทธิความคุ้มครองได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564 สำหรับการขยายความคุ้มครองดังกล่าว จะมอบให้แก่ลูกค้าที่มีความคุ้มครองกลุ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในกลุ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก และกลุ่มชดเชยรายวัน ที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและประเภทควบการลงทุน รวมถึงประเภทประกันกลุ่ม และจะจ่ายผลประโยชน์ความคุ้มครองสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ที่ระบุในตารางผลประโยชน์ของกรมธรรม์ประกันภัยที่ลูกค้าถือครอง โดยแบ
วิกฤตระลอก 3 ตัวแปร ยอดขายรถยนต์ในไทย ปี 64 ติดลบ 1.5% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 จะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศไตรมาส 2 ปี 2564 มีจำนวน 150,000-155,000 คัน ลดลงจาก 189,093 คัน ในไตรมาสแรก หรือหดตัว 18.0-20.7% นอกจากนี้ การขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ของค่ายรถยนต์บางค่าย ยังอาจทำให้การผลิตและส่งมอบรถยนต์ล่าช้าออกไป ในไตรมาส 3 คาดว่าตลาดรถยนต์ในประเทศ จะมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการกระจายวัคซีนที่คาดว่าจะทำได้มากขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ประกอบกับสถานการณ์การขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าจะกลับมาปกติ ส่งผลให้มียอดขาย 195,000-212,000 คัน หรือขยายตัว 27.9%-39.0% จากไตรมาส 2 ส่วนในไตรมาส 4 มีโอกาสที่ยอดขายรถยนต์จะขยับสูงขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ 246,000-264,000 คัน หรือขยายตัว 20.9-29.7% จากไตรมาส 3 โดยมีตัวแปรสำคัญคือการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนให้กระจายอย่างทั่วถึงโดยเร็ว สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 ยอดขายรถยนต์ในประเทศน่าจะอยู่ที่ 780,000-820,000 คัน หรือขยายตัว -1.5% ถึง 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมองว่ากลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากกลุ่ม
แม่ค้ายูเนี่ยน ชี้ ปิดห้าง-สร้างความมั่นใจ ไอเดียดี ช่วย ผปก. ลดเสี่ยงโควิด อีกทาง จากกรณี ศูนย์การค้า ยูเนี่ยน มอลล์ ประกาศ พักให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 13-27 พฤษภาคม พ.ศ.2564 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของศูนย์การค้า โดยจะยังเปิดให้บริการส่วนของร้านอาหาร เฉพาะที่มีบริการจัดส่งและสั่งกลับบ้านเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้ได้พักความกังกลเรื่องค่าใช้จ่าย และพักจากความกลัวติดเชื้อ อ่านเพิ่มเติม ร้านค้า ตัดพ้อ วิกฤตรอบนี้หนัก ยอดขายลดฮวบ มีโครงการรัฐก็ไม่ช่วย ยูเนี่ยน มอลล์ ประกาศ 13 – 27 พ.ค. 64 งดให้บริการ เปิดเฉพาะร้านอาหารที่มีดีลิเวอรี่ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ผู้ประกอบการในศูนย์การค้าดังกล่าว เผยว่า เห็นด้วยที่มีการประกาศปิดชั่วคราว เพราะก่อนหน้านี้บรรยากาศเงียบเหงา บางวันเปิดบิลไม่ได้ บางวันขายได้ 2-3 ตัว “ประกาศปิดชั่วคราวช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และตัวผู้ประกอบการเองด้วย ทางห้างจะได้ทำความสะอาดพ่นฆ่าเชื้อ เราเองได้หยุดกักตัว เสื้อผ้าที่ขายก็ไม่เน่าเสีย หลังจากนี้กลับมาเปิดอีกคร้งสิ้นเดือน พ.ค. คิดว่า ลูกค้ากลับมาเดินเยอะขึ้น เพราะ
นายกสมาคมภัตตาคารไทย ส่งกุนเชียง ให้ร้านอาหาร-คนตกงาน รับไปขายต่อ กำไร 50% วันที่ 11 พ.ค. 2564 คุณฐนิวรรณ กุลมงคล ในฐานะนายกสมาคมภัตตาคารไทย และประธานกรรมการ บริหาร แบรนด์กล่องทิพย์ เปิดเผยว่า จากการที่ธุรกิจต่างๆ รวมถึงร้านอาหารต้องดิ้นทุกทางเพื่อความอยู่รอดในวิกฤตโควิด-19 ที่ลากยาวมาถึง 3 ระลอก จนแทบเอากิจการไม่อยู่แล้วในขณะนี้ สมาคมภัตตาคารไทย จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อหามาตรการและทางรอดให้กับวงการร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหารจำนวนมากรายได้ไม่เพียงพอกับต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ คุณฐนิวรรณ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในวงการร้านอาหารมากว่า 20 ปี และ ร่วม 8 ปี กับการพัฒนานวัตกรรมอาหารไทยชาววัง ลงกล่องเป็นรายแรกๆ ภายใต้แบรนด์ “กล่องทิพย์” โดยร่วมกับบริษัท โชคนิพล หมูป่า จำกัด ผู้ขายส่งเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ พัฒนาอาหารเนื้อสัตว์แปรรูปเป็น “กุนเชียงพรีเมี่ยม” ออกมาเป็นตัวช่วยร้านอาหารและคนทั่วไปที่ต้องการหารายได้ให้รอดพ้นภัยโควิด คุณฐนิวรรณ เผยว่า ตั้งใจทำ “กุนเชียงพรีเมี่ยม” แบรนด์กล่องทิพย์ ให้เป็นอาหารทุกคู่ครัวเรือนที่เก็บได้นานเป็นเดือนในตู้เย็น มีเนื้อหมูถึง 95% ไม่ผสม
“ขับรถมาธนาคารด้วยใจบางๆ” ฟาร์มสเตย์ดัง ยอมเอาที่ดินกู้ธนาคารต่อลมหายใจ จากผลกระทบของโควิดลากยาวถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจต้องประคับประคองตัวเองกันแบบสุดลมหายใจ ล่าสุด เพจฟาร์มสเตย์ดัง บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จ.ระนอง โพสต์ระบุว่า “ขับรถ มาธนาคาร ด้วยใจบางๆ กับทางเลือกที่ไม่ได้มีมากอะไร ของผู้ประกอบการ ในเวลานี้…เคยคิดไว้ว่า การกู้เงินคือทางเลือกสุดท้าย ที่จะทำ เเต่ถ้ามันจำเป็น ก็คงเป็นวิธีที่ดี ไม่ต้องไปรบกวนใคร เพื่อนำเงินจำนวนนึง มาประคับประคอง ปรับปรุง ซ่อมเเซม ฯลฯ เป็นค่าเเรงให้กับพนักงาน กันไปก่อนในช่วงนี้ ได้ เเละขอเป็นกำลังใจ ให้ SMEs ธุรกิจเล็กๆ รวมถึง ผู้ประกอบการทุกคน ที่ต่างกำลังดิ้นรน สู้อยู่ รู้ว่าหนัก เเต่เราจะต้องผ่านมันให้ได้อีกครั้ง นะครับ เบส – บ้านไร่ ไออรุณ” ก่อนหน้านี้ คุณเบส-วิโรจน์ ฉิมมี เจ้าของ บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun เคยให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า “อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวเหมือน สมุย ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ แต่เป็นชุมชนที่ไม่ค่อยมีคนผ่าน ไปขอกู้แบงก์ก็ไม่ผ่าน เพราะโลเกชั่นไม่สามารถทำรีสอร์ต หรือร้านอาหารได้ เล
ไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ ตัดใจปิด 6 สาขา เพราะยื้อไปมีแต่เจ็บตัว วิกฤตโควิดยังคงสร้างผลกระทบให้ธุรกิจไม่ว่ารายเล็กใหญ่ต่อเนื่อง แม้ผู้ประกอบการไทยจะมีความความสามารถปรับตัวได้ไวก็ตาม หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ คือ ผลิตภัณฑ์กราโนล่าคลีน แบรนด์ Diamond Grains เจ้าแรกในประเทศไทย คุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด ได้โพสต์ระบายความในใจถึงผลกระทบที่ได้รับจากโควิดผ่านอินสตาแกรม diamondgrains ว่า ไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่มีเข้ามาต้องออกกันเองทั้งหมด ตั้งแต่เกิดวิกฤตแพร่ระบาด ไม่เคยลดเงินเดือนพนักงาน ไม่เคยให้ใครออก โบนัสยังมีจ่ายให้ตามความเหมาะสม แต่ตนเองไม่รับ ตัดสินใจปิดแบรนด์และร้าน Diamond Grains Bowl 6 สาขาในห้าง ไม่ต่อสัญญากับห้าง เพราะยื้อไปมีแต่เจ็บตัว ซึ่งเป็นแบบนั้นจริงๆ สังเกตจากร้านขนมในห้าง ตอนนี้ค่อนข้างเดือดร้อนกันมาก ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก ที่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม การจัดการโรงงานยากขึ้นมาก จากเดิมฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ต้องฆ่าเชื้อเพิ่มอีก เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการขนส่ง ยากขึ้น ค่าใช้จ่ายต้องออกเองเช่นกัน ยอด
แกร็บ ประเทศไทย ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ช่วยพาร์ตเนอร์คนขับ ร้านอาหาร ปรับลดค่าคอมมิสชั่นเหลือ 0% สำหรับการสั่งอาหารแบบ “รับอาหารที่หน้าร้านด้วยตนเอง” ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 40 ล้านบาท วันที่ 8 พ.ค. 2564 นายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยแกร็บได้ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ 3 กลุ่ม คือ พาร์ตเนอร์ร้านอาหาร พาร์ตเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเสียสละแรงกายแรงใจเพื่อรับมือกับการป้องกันโรคและดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย สำหรับ 3 มาตรการเร่งด่วนที่แกร็บจะดำเนินการ ประกอบด้วย ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยผ่านแคมเปญ “อุดหนุนร้านค้าคนไทย” ด้วยการโปรโมตพาร์ตเนอร์ร้านอาหารขนาดเล็กทั่วประเทศในรูปแบบต่างๆ อาทิ การโฆษณาผ่านแบนเนอร์ การสร้างไอคอนพิเศษ “Support Local Restaurant” บนแอพพลิเคชั่นแกร็บ รวมถึงประชาสัมพันธ์ร้านค้าผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเพิ่มอัตราการมองเห็น และการเข้าถึงร
ทิศทางการใช้จ่าย สินค้าอาหาร-เครื่องดื่ม ปี 64 ถ้าวิกฤตลากยาว มีโอกาสหดตัว -2.5% จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม จะฉุดรั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2564 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในกรณีฐาน หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า (จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ใกล้เคียงกับสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มี.ค. หรือก่อนที่จะมีการระบาดระลอก 3 หรือเฉลี่ยไม่เกิน 100 ราย/วัน) และการกระจายวัคซีนเป็นไปตามแผน และมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายออกมาเพิ่มในช่วงที่เหลือของปี การใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในประเทศอาจมีมูลค่า 2.48 ล้านล้านบาท หรือโต 0.5% ในกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์ลากยาวไปมากกว่า 3 เดือนนี้ หรือมีการแพร่ระบาดที่เป็นคลัสเตอร์กลุ่มใหม่ การกลับมาฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคคงเป็นไปได้ยาก และทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นจนอาจไม่สามารถประคับประคองสภาพคล่องไปได้มากกว่า 2 ปีติดต่อกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น มูลค่าการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในประเทศ มีโอกาสที่จะหดตัว -2.5% สินค้าที่น่าจะประคับประคอง
แนะ วิธีทำความสะอาด บ้าน-คอนโดฯ เมื่ออยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งต้องรอเตียงเพื่อเข้ารับการรักษา โดยยังคงพักอยู่ภายในบ้านหรือคอนโดฯ จึงต้องให้ความร่วมมือในเรื่องการทำความสะอาดที่อยู่อาศัย รวมถึงเสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด การทำความสะอาดบ้าน หรือ คอนโดฯ ผู้ทำความสะอาดต้องป้องกันตนเองด้วยการใส่แว่นตาป้องกัน สวมหมวกคลุมผม หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อนแบบยางหรือพลาสติก และรองเท้าบู๊ต โดยเริ่มจากการทำความสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกก่อน ขั้นตอนต่อไปจึงทำการฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นผิว ด้วยสารฆ่าเชื้อ ซึ่งมีสาร 3 ชนิดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า สามารถกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้ คือ 1. โซเดียมไฮโปคลอไรท์ หรือน้ำยาซักผ้าขาว ความเข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์ 2. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือน้ำยาซักผ้าสี ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ และ 3. แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต
