COVID-19
“วันไหนข่าวโควิดแรงๆ ยอดขายตกฮวบ” เสียงสะท้อนคนค้าขาย ท่ามกลางวิกฤต หนึ่งในเมนูยอดฮิต สั่งกินแซ่บๆ มีความเป็นอีสานหน่อยๆ คือ เมนูหมูปลาร้า ที่สร้างอาชีพให้กับคนมามากมาย เช่นกันกับ พีอาร์ เอเยนซี่ สาววัย 31 ปี คุณฝน-ณัชณิชา พลังวาณิชย์ เธอเปิดร้าน หมูปลาร้า ภายใต้แบรนด์ “ก่องข้าวน้อยแซ่บแน่” ร่วมกับน้องชายซึ่งตกงานเพราะโควิดแพร่ระบาด “หมูปลาร้าของเราทำกันแบบโฮมเมด ที่เอาสูตรหมูและเนื้อแดดเดียว ของคุณแม่ที่ทำขายมากว่า 10 ปี มาพัฒนาให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น สูตรเด็ดของร้านนี้คือความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ เพราะเราเชื่อว่า ถ้าวัตถุดิบดี อะไรก็ดี” โดยคุณฝน ได้หยิบเอาชื่อนิทานของภาคอีสาน ที่ว่าด้วยเรื่องของความหิวจนหน้ามืดตามัวจนฆ่าแม่ตัวเอง แล้วมาสำนึกผิดทีหลัง มาหยอกเอินกับวัฒนธรรมภาษาและอาหาร เป็นชื่อแบรนด์ว่า ก่องข้าวน้อยแซ่บแน่ “คำว่า ก่องข้าว ไม่มี “ล” เพราะเป็นภาษาอีสาน ที่แปลว่า กล่อง ส่วนคำว่า แซ่บแน่ หมายถึง รสชาติอาหารว่าแซ่บถึงใจ” ปัจจุบัน หมูปลาร้า ก่องข้าวน้อยแซ่บแน่ เปิดให้บริการมาประมาณครึ่งปี ขายดีลิเวอรี่เป็นหลัก โดยไม่มีหน้าร้าน 7
11 พ.ค. นี้ คลัง เตรียมชง ครม. เพิ่มเงิน “เราชนะ” 2,000 บาท วันที่ 6 พ.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบในหลักการของข้อเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบของประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกเดือนเมษายน 2564 โดยกระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการเราชนะ จะได้นำเสนอรายละเอียดและแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยการเพิ่มเงิน 2 สัปดาห์ สัปาดาห์ละ 1,000 บาท รวมเป็นวงเงิน 2,000 บาท ของโครงการเราชนะให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ต่อไป พร้อมกันนี้ ขอเตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวังข่าวปลอมในลักษณะของข้อความสั้น (SMS) หรือข้อมูลที่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเราชนะ ที่อาจมีการฉวยโอกาสหลอกลวง โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการเราชนะ จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการจากทางราชการ ได้แก่ www.เราชนะ.com www.mof.go.th www.fpo.go.th และ Facebook Fanpage “สถานีข่าวกระทรวงการคลัง” และ “สำนักงานเศรษฐกิจ
อย่าปล่อยให้เราดิ้นกันเอง! ร้านอาหาร เสนอ 6 แนวทาง อยากให้รัฐรับฟัง นอกจากเปิดร้านอาหาร “Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู” แล้ว คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ยังเปิดเพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการร้านอาหารจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง โดยเมื่อวานนี้ (5 พ.ค. 2564) เพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ ได้โพสต์วิดีโอ “จากใจร้านอาหารถึงภาครัฐ” บอกเล่าถึงผลกระทบของร้านอาหารตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งร้านอาหารสามารถปรับตัวได้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบัน การแก้ปัญหาของภาครัฐยังคงเหมือนเดิม และไม่มีมาตรการที่ดีกว่าการสั่ง ห้ามนั่งทานที่ร้านโดยไม่แจ้งล่วงหน้า บอกวันนี้ปิดพรุ่งนี้ สุดท้ายคนที่ต้องแบกรับปัญหาก็คือร้านอาหาร หากถึงขั้นร้ายแรงก็อาจจะทำให้ร้านต้องปิดตัวลง ถ้าหากภาครัฐยังคงแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้อยู่ ในช่วงหนึ่งของวิดีโอ คุณต่อ-ธนพงศ์ ได้เสนอแนวทางถึงภาครัฐ สำหรับร้านอาหาร เพื่อหวังเป็นกระบอกเสียงให้กับเอสเอ็มอีคนอื่นๆ ระบุว่า 1. ช่วยเยียวยาพนักงาน ธุรกิจร้านอาหารขับเคลื่อนด้วยการใช้แรงงานคน เมื่อหน้าร้านขายไม่ได้ ร้านไม่สามารถโยกคนทั้งหมด หรือ
ครม. อนุมัติงบหมื่นล้าน มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด ให้ผู้มีรายได้ประจำ-อาชีพอิสระ-เกษตรกร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม. เห็นชอบมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยอนุมัติวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ ผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร ที่ได้ผลกระทบจากโควิด-19 โดยต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุครบ 20 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ที่มีรายได้จากภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่ง ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน แห่งละ 10,000 ล้านบาท รวม 20,000 ล้านบาท เพื่อให้วงเงินสินเชื่อไม่เกินรายละ 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักประกัน พร้อมปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก NPLs ร้อยละ 100 สำหรับ NPLs ที่ไม่เกินร้อยละ 50 ของสินเ
ครม. เคาะ เพิ่มเงิน เราชนะ-ม.33 เรารักกัน-แจก E-Voucher สูงสุดไม่เกิน 7 พัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน โครงการ “เราชนะ” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้การใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ โครงการ “ม.33 เรารักกัน” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่เหลืออยู่ ได้แก่ 1. มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ในกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเดือนละ 20
เปิดเงื่อนไข มาตรการ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ช่วยประชาชน ใครได้สิทธิบ้าง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน ลดค่าน้ำค่าไฟฟ้า หรือมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยให้ความช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ตามมาตรการเดิมที่ได้ดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2564 โดยให้มีผลในรอบบิลเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน 2564 สำหรับรายละเอียดของผู้ที่จะได้รับสิทธิในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น เสนอให้สิทธิค่าไฟฟ้าสําหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก มีรายละเอียดดังนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก 2. ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า สำหรับหน่วยการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ ใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริง กรณีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งค่าไฟฟ้า เดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ ดังนี้ สําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเ
ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้ ช่วย SMEs เกษตร ฝ่าวิกฤต คุณธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เกษตร และสถาบันเกษตรกร ผ่าน 2 มาตรการ ดังนี้ 1) มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยเติมวงเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยลูกค้าเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยให้นับรวมวงเงิน Soft Loan เดิมที่เคยได้รับ
เฮ! ครม. เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 แจกเงิน คนละ 3,000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ มาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” คนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท ระยะเวลา เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงยังมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนที่มีเงินออมอยู่ ให้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ “มาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว กดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ที่มา ประ
แกร็บ คุมเข้ม คนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ หากพบติดโควิด สั่งหยุดงาน จ่ายเงินชดเชย จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความในโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับคนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ แกร็บ ประเทศไทย ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้มีมาตรการดูแลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของพาร์ตเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารและพัสดุอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเมื่อได้รับการติดต่อจากพาร์ตเนอร์คนขับว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บริษัทฯ จะทำการระงับสัญญาณทันที และจะร่วมมืออย่างเต็มที่กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลัง รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการเปิดระบบกลับมาอีกครั้ง หากได้รับเอกสารยืนยันผลการตรวจเป็นลบเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ พาร์ตเนอร์ยังสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อรับเงินชดเชย ซึ่งครอบคลุมถึงค่าตรวจโรคโควิด-19 มูลค่า 500 บาท เงินชดเชยรายได้ 2,000 บาทใ
จากการแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่ ซึ่งกระจายไปทั่วประเทศ โดยพบว่า มีผู้ติดเชื้อแตะหลักพันคนต่อวัน หนึ่งในวิธีสำคัญที่จะทำให้เราห่างไกลจากโควิด-19 ได้คือการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เช่น ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อยครั้ง รวมถึงบันทึกไทม์ไลน์การเดินทาง แต่สำหรับคนที่มีความเสี่ยง ต้องกักตัว 14 วันที่บ้านหรือที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดปลอดภัยปลอดเชื้อ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. การแยกห้องและของใช้ – อยู่ในห้องแยกจากครอบครัว ด้วยการแยกห้องนอน – หากแยกห้องนอนไม่ได้ ให้ใช้แผ่นกั้นห้อง แบบพลาสติกแบ่งสัดส่วน – เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท – แยกของใช้ส่วนตัว มีถังขยะติดเชื้อแยกเฉพาะ 2. การแยกขยะ ให้แยกขยะออกเป็น 2 ประเภท – ขยะทั่วไป – ขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ในแต่ละวันให้เก็บรวบรวม และล้างถังด้วยน้ำยาฟอกขาวเพื่อทำลายเชื้อ สำหรับการทิ้งให้สวมถุงขยะ 2 ชั้น มัดปากถุงให้แน่น ก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป 3. ข้อปฏิบัติสำคัญ – ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อยครั้งละ 20 วินาที – สวมหน้ากากอนามัย ห
