SMEs
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ “Social Commerce Revolution with Tencent คู่มือใช้ WeChat สร้างหน้าร้าน-หาลูกค้า ฉบับ SMEs” โดย คุณธีรยุทธ บาการี Assistant Manager จาก WeChat Pay มาร่วมแชร์เคล็ดลับการใช้ WeChat แอปพลิเคชันยอดนิยมของคนจีน คุณธีรยุทธ เปรียบเทียบให้ฟังถึงพฤติกรรมการใช้สื่อของคนไทยและคนจีนว่า คนไทยส่วนใหญ่มักจะติดต่อกันผ่านทางไลน์ แต่คนจีนจะใช้ WeChat ในชีวิตประจำวัน เพราะมีหลายฟังก์ชันให้ใช้ ทั้งส่งข้อความ การเสิร์ชข้อมูลต่างๆ อีกทั้งยังเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ WeChat กว่า 1.4 พันกว่าล้านแอ็กเคานต์ และคนจีนมีการชำระเงินผ่าน WeChat เกือบ 99% ทำให้มีการใช้ชำระค่าบริการหลักพันล้านต่อวัน โดยได้อธิบายถึง WeChat Mini Program หนึ่งในฟังก์ชันของ WeChat ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้บริโภคชาวจีนได้ด้วยการสร้างหน้าร้านใน WeChat Mini Program ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยเปิดประตูไปสู่ตลาดจีน นอกจากนี้ ทาง WeChat ยังมีการส
SME D Bank เปิดเกมยกระดับเอสเอ็มอีไทย สู่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จับมือ สคส. เดินหน้าโครงการ “SME Easy Privacy” คัด 10 ธุรกิจต้นแบบ เสริมแกร่งด้วยที่ปรึกษาเข้มข้น 3 เดือน พร้อมสิทธิ์ใช้แพลตฟอร์ม GPPC+ และโอกาสรับ PDPA Trust Mark เพิ่มความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ สมัครฟรี วันนี้–20 เม.ย. 69 รับสิทธิ์เต็มพิกัด ทั้งทดลองระบบ-เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 3% และเครื่องมือดิจิทัลครบวงจร หนุนเอสเอ็มอีไทยโตอย่างมั่นคง นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคปัจจุบัน จำเป็นต้องให้ความสำเร็จอย่างสูงสุดต่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และเปิดโอกาสสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ดังนั้น SME D Bank จับมือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ pdpc จัดโครงการ “SME Easy Privacy” ยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่มาตรฐานการคุ้
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการปรับวิธีคิดและเลือกใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน BOOTCAMP DAY 2026 เวทีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการไทยโดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับ THE STANDARD ได้เผยถึงวิธีคิดและแนวทางการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch เพื่อปรับตัวสู่ยุค Chat Commerce ที่เป็นโอกาสสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ เศรษฐกิจโตช้า-กติกาโลกเปลี่ยน ฉากหลังที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO แห่ง THE STANDARD เผยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังอยู่ในช่วงท้าทาย โดยข้อมูลจาก KResearch คาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 2026 จะเติบโตเพียง 1.6% ลดลงจากปี 2025 ที่โตราว 2.0% ด้านการท่องเที่ยวก็ยังชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน ซึ่งยังตํ่ากว่าช่วงก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง แต่เศรษฐกิจจริงยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์สงครามตะวันอ
ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้มองหาแค่ “เสื้อผ้าเด็ก” แต่กำลังมองหาความสบายใจ ความปลอดภัย และคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกตั้งแต่วันแรกของการเติบโต ตลาดเสื้อผ้าเด็กจึงเปลี่ยนจากสมรภูมิราคาไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน คุณภาพ และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกสวมใส่ พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่า “คุณภาพ” กลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจได้ว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย หนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทยที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ที่มองหาเสื้อผ้าคุณภาพ ดีไซน์น่ารัก คือ “BabyLovett” (เบบี้โลเว็ต) แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์คอลเลกชันลิมิเต็ดซึ่งขายหมดหลายพันชิ้นภายในไม่กี่นาที และยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนแพลตฟอร์มลาซาด้า จากแนวคิดการทำแบรนด์ที่ชัดเจน และการใช้ Storytelling เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน BabyLovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กคุณภาพ ที่
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับ PEAK ผู้นำแพลตฟอร์มบัญชีออนไลน์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี มอบสินเชื่อวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่านแคมเปญ SMEs ScaleUp โดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีบัญชีบนระบบของ PEAK สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลของตนเองในการขออนุมัติ ซึ่งทางธนาคารยูโอบีจะสามารถประเมินผลประกอบการและกระแสเงินสดได้โดยตรงจากแพลตฟอร์ม ช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร และไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิมหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกต่อไป โครงการนี้มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวินัยด้านการเงินอย่างสม่ำเสมอ แต่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการต้องใช้แพลตฟอร์ม PEAK มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สองนักเศรษฐศาสตร์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเริ่มฟื้นตัวครึ่งหลัง หวังรัฐบาลใหม่เร่งเบิกจ่าย ออกมาตรการช่วยครัวเรือน SME ปรับโครงสร้างฟื้นเชื่อมั่นลงทุน ดึง FDI เชื่อ GDP จะโต 3% ได้ถ้าลดทุจริต เร่งเจรจาการค้า ผ่อนคลายกฎระเบียบ ส่งเสริมการจ้างงาน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อรัฐบาลใหม่สามารถฟอร์มทีมบริหารและเดินหน้านโยบายได้เต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ แม้งบประมาณปี 2570 อาจมีความล่าช้าเล็กน้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม “อยากเห็นมาตรการลดค่าครองชีพ สนับสนุนการจ้างงาน ผ่อนคลายกฎระเบียบช่วยผู้ประกอบการ SMEs สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเจาะจง จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อภาคครัวเรือน รวมถึงการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จะช่วยเสริมบรรยากาศการลงทุน สร้างตัวคูณทางการคลัง (Fiscal Multiplier) ที่สูงขึ้น และกระตุ้นการลงทุนภ
หากถามว่าเมืองไหนในโลกที่เติบโตได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คำตอบเดียวที่โลกต้องสยบให้คือ “เซินเจิ้น” จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในปี 1980 ที่มองข้ามฝั่งไปเห็นความรุ่งโรจน์ของฮ่องกงในยุคนั้น วันนี้เซินเจิ้นกลายเป็นมหานครที่มี GDP สูงถึง 3.6 ล้านหยวน ด้วยวิสัยทัศน์ของท่านเติ้งเสี่ยวผิงที่ต้องเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรก ผสมผสานสิทธิพิเศษทางการค้าและการเป็นโรงงาน OEM โลก จนพัฒนาสู่การเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย” ที่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ทำไมต้องเซินเจิ้น เมืองที่ “ความคิด” กลายเป็น “ความจริง” ในวันเดียว ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีนและธุรกิจระหว่างประเทศ ได้ถ่ายทอดภาพความมหัศจรรย์ของเมืองนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เซินเจิ้นคือเมืองที่รวม “เหล่าจอหงวน” หรือหัวกะทิของจีนเอาไว้ด้วยกัน โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 30 กว่าปีต่อคนเท่านั้น ที่นี่จึงเต็มไปด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ AI และ DNA แห่งความเร็ว “ที่เซินเจิ้น ถ้าคุณตื่นมาตอนตี 5 พร้อมไอเดีย 6 โมงเรียกประชุม เที่ยงเห็นตัวต้นแบบ (Prototype) บ่ายสั่งผลิ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ UN Trade and Development (UNCTAD) และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาวิชาการนานาชาติหัวข้อ “Navigating Global Trade Shifts: Insights from the UNCTAD Trade and Development Report and Strategic Implications for Thailand” ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ศุภชัย พาณิชยภักดิ์ อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก กล่าวปาฐกถาพิเศษ ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD กล่าวต้อนรับ ดร.ศุภชัยสะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การปรับห่วงโซ่อุปทาน และแนวโน้มการค้าใหม่ เช่น trade diversion, friendshoring และ re-globalization ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเน้นว่าการทูตเศรษฐกิจในยุค
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นถึงทิศทางยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไทยในอนาคต ว่า “ถึงวันนี้จุดเปลี่ยนยังไม่พอ ต้องพลิกโฉมประเทศไทยกับโอกาสและความหวังของคนไทยทั้งประเทศ” การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กับทิศทางยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไทยในอนาคต เริ่มมีความชัดเจนทั้งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาของแต่ละพรรคและการจับมือหารือเพื่อตั้งรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงใจประชาชนและตรงปกกับที่สัญญาในช่วงหาเสียง รัฐบาลที่คนไทยต้องการ มีความหมายสำคัญกับการสร้างคุณภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชน การศึกษาเท่าเทียม การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ยุทธศาสตร์โครงสร้างเศรษฐกิจเครื่องยนต์ใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางขนส่งคมนาคม เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ระบบการบริหารจัดการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ พลิกโฉมการบริหารการบริการภาครัฐ การปรับแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคของการประกอบธุรกิจและก
