วันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นถึงทิศทางยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไทยในอนาคต ว่า
“ถึงวันนี้จุดเปลี่ยนยังไม่พอ ต้องพลิกโฉมประเทศไทยกับโอกาสและความหวังของคนไทยทั้งประเทศ”
การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กับทิศทางยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไทยในอนาคต เริ่มมีความชัดเจนทั้งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาของแต่ละพรรคและการจับมือหารือเพื่อตั้งรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงใจประชาชนและตรงปกกับที่สัญญาในช่วงหาเสียง
รัฐบาลที่คนไทยต้องการ มีความหมายสำคัญกับการสร้างคุณภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชน การศึกษาเท่าเทียม การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ยุทธศาสตร์โครงสร้างเศรษฐกิจเครื่องยนต์ใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางขนส่งคมนาคม เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ระบบการบริหารจัดการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ พลิกโฉมการบริหารการบริการภาครัฐ การปรับแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคของการประกอบธุรกิจและกลยุทธ์นโยบายต่างประเทศที่จะสร้างตลาดใหม่ ขยายตลาดเดิม หนุนเสริมความร่วมมือทางการค้าการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ร่วมกับการสร้างเสถียรภาพความมั่นคง และการเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรกับประเทศเป้าหมายเพื่อเสริมขีดความสามารถพึ่งพาซึ่งกันและกัน การเร่งระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาคและเชื่อมโยงกับ EEC รวมทั้งจังหวัดรองรอบพื้นที่ให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มขึ้น
นายแสงชัย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกเข้ามาทำหน้าที่อันสำคัญในช่วงเวลาสำคัญของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่มีความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรายล้อมไปด้วยปัจจัยเสี่ยง ความท้าทาย และผู้ประกอบการ
ประชาชนคาดหวังกลยุทธ์จากรัฐบาลในการสร้างการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ด้วยเพียง GDP อย่างเดียว แต่จะต้องก่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างเหมาะสมด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มองแบบองค์รวม ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบด้วยฐานข้อมูลที่ครบถ้วนแม่นยำชัดเจนและเชื่อมโยงแต่ละหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ลดค่าครองชีพประชาชน ลดต้นทุนผู้ประกอบการและเกษตรกร ปลดล็อคกับดักหนี้ครัวเรือน หนี้เสีย หนี้นอกระบบและการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบเพิ่มมากขึ้น ปกป้องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ลดขนาดเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศ ผลักดันแรงงานและผู้ประกอบการนอกระบบเข้าสู่ในระบบเพื่อสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ดี
การยกระดับขีดความสามารถกำลังคนของประเทศทั้งประชาชน เกษตรกร แรงงานและผู้ประกอบการทุกขนาด การส่งเสริมความสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของไทย การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคมสูงวัย การมีแรงงานที่มีคุณภาพและผลิตภาพทุกช่วงวัย การส่งเสริมการปรับตัว ESG ของภาคประชาชนและภาคเอกชนสู่ความยั่งยืน การจัดระบบออกแบบกลไกรัฐให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
นายแสงชัย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนไม่ได้มองว่า นโยบายสวยหรู ดูดี โดนใจ ใครคิดได้ แต่ประชาชนประเมินและมองว่า รัฐบาลใดจะทำได้จริง ให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมกับประเทศไทย รู้ปัญหาไม่เท่ากับแก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้ไม่เท่ากับทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ รัฐบาลใหม่ที่ต้องมาสร้างความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ การบริหารประเทศด้วยธรรมาภิบาล ซื่อตรงเที่ยงธรรม ออกแบบอย่างมีกลยุทธ์สร้างความแตกต่างให้เศรษฐกิจไทยดีดตัวแข่งขันได้ทั้งในอาเซียนและเวทีการค้าโลก
จากนี้ไปการเร่งโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ สิ่งสำคัญพลิกโฉมหน้า ครม.ใหม่ด้วยการคัดสรร รัฐมนตรีให้ตรงกับงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนและผู้ประกอบการ และเชื่อมั่นว่าทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ร่วมกำหนดอนาคตประเทศโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติและประชาชน โจทย์ใหญ่ที่ประชาชนยังเฝ้ารอ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามานำการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็น ประเทศแห่งความสุข สร้างสรรค์และน่าอยู่อาศัย
