SMEs
Tencent Video และ WeTV ประกาศความยิ่งใหญ่ เปิดตัว “Tasteful Thailand” สารคดีอาหารระดับพรีเมียม โปรเจกต์เรือธงด้านคอนเทนต์วัฒนธรรมประจำปี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท 31 กรุงเทพฯ โดยผนึกกำลังกับ Sanook สื่อออนไลน์ชั้นนำของไทย ภายใต้การดูแลของเทนเซนต์ วิดีโอ ในฐานะผู้ผลิตฝั่งไทย เพื่อสร้างปรากฏการณ์ Soft Power ผ่านวัฒนธรรมอาหาร โครงการนี้ได้รับเกียรติจากทีมโปรดักชันชั้นนำจากจีน นำโดยโปรดิวเซอร์ระดับตำนาน เฉิน เสี่ยวชิง (Chen Xiaoqing) ผู้สร้างสรรค์สารคดีอาหารที่มียอดผู้ชมนับพันล้านวิวอย่าง *Once Upon A Bite* มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็น “สะพานเชื่อมการสื่อสารวัฒนธรรม” ระหว่างไทยและจีน Tencent Video ผนึก WeTV เปิดตัว “Tasteful Thailand” สารคดีอาหารระดับมาสเตอร์พีซ ดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก Tencent Video และ WeTV ประกาศความยิ่งใหญ่ เปิดตัว “Tasteful Thailand” สารคดีอาหารระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์เรือธงด้านคอนเทนต์วัฒนธรรมประจำปี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท 31 กรุงเทพฯ โดยผนึกกำลังกับ Sanoo
“เอกนิติ” ถกปัญหาธุรกิจ SMEs-สตาร์ตอัพ ชี้เป็นกำลังหลักของประเทศ เร่งเสริมทักษะไม่เน้นแจกเงิน ชูเมดอินไทยแลนด์-SMEs พลัส ดันสตาร์ตอัพสู่ตลาดโลก เสนอสูงวัยพลัส เปลี่ยนภาระเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชี้จีดีพีไตรมาส 4 ขยับขึ้น 1.8% ผู้สื่อข่าวประชาชาติรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ร่วมวงพูดคุยกับเหล่าตัวแทนเจ้าของธุรกิจ SMEs-สตาร์ตอัพ โดยเปิดเผยว่าวันนี้ได้มาฟังสตาร์ตอัพซึ่งเห็นว่าเป็นกำลังหลักของประเทศไทย เพิ่งไปที่การประชุมเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ครั้งที่ 56 หรือการประชุมดาวอส 2026 ซึ่งเป็นที่ที่ผู้นำของโลกมาเจอกัน และอยากมาเล่าให้ฟังว่าได้ไปเจอบริษัทลูกของดาวอส ที่อัพลิงก์เว็บ ที่ทำหน้าที่หาสตาร์ตอัพเก่งๆ และจับมาเจอกับผู้นำประเทศ รวมถึงนักธุรกิจ เพื่อให้เกิดการลงทุน อยากจะบอกว่าแบบนี้คือวิสัยทัศน์ ประเทศที่จะเจริญเติบโตต้องอาศัยสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ ผู้นำประเทศทั่วโลกก็เริ่มจากสตาร์ตอัพอย่าง อีลอน มัสก์ เองก็เริ่มจากสตาร์ตอัพ ตนจึงใช้โอกาสนี้ เพราะปกติประเทศไทยไม่ใช่ที่สนใจในเวทีโลก และในเดื
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารและผลไม้พร้อมทาน (Ready to Eat) เติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หนึ่งในโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร คือการทำอย่างไรให้ “ผลผลิตทางการเกษตรไทย” สามารถปรับตัวเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ได้ โดยไม่ทิ้งคุณค่าเดิมของเกษตรกรต้นน้ำ สำหรับ โคโค่ เฟรส (COCO FRESH) แบรนด์ SMEs มะพร้าวน้ำหอมพร้อมทานจากอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จในการปรับตัว พัฒนาสินค้า สร้างมาตรฐาน ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ จนเติบโตได้จริงในระบบค้าปลีกสมัยใหม่ พร้อมทั้งยังได้ช่วยเกษตรกรมะพร้าว ด้วยการนำสินค้าเข้าสู่เซเว่น อีเลฟเว่น ถึงวันละกว่า 2,000 ลูก พลิกโฉมมะพร้าวจากสวน สู่การปรับใหม่เพื่อคนไทย คุณธานี ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคโค่ เฟรช (สยาม) จำกัด ผู้ผลิตมะพร้าวพร้อมทานแบรนด์ โคโค่ เฟรส (COCO FRESH) เล่าว่า เขาเติบโตมากับสวนมะพร้าวของครอบครัว และมองเห็น Pain Point สำคัญของผู้บริโภค คือ มะพร้าวดีต่อสุขภาพ แต่กินยาก จึงตั้งคำถามว
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างสูง จำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้นำองค์กรเอสเอ็มอีแต่ละแห่ง คือ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนยกระดับธุรกิจตัวเองให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้เสมอ ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการยกระดับศักยภาพให้แก่ผู้นำองค์กรเอสเอ็มอี โดยคัดเลือกลูกค้าธนาคารที่มีศักยภาพ ทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือทายาทธุรกิจ จำนวน 100 กิจการ เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้มข้นเชิงลึกจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบบริหารจัดการและการเงินเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG แ
ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ด้วยการจัดแคมเปญปลายปี 12.12 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่นและกลุ่มธุรกิจ MSMEs ในประเทศไทย ด้วยการมอบส่วนลดรวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ควบคู่กับการสร้างแรงขับเคลื่อนของยอดขายที่แข็งแกร่งบนแพลตฟอร์ม คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจ MSMEs ไทย ผ่านเครื่องมือดิจิทัล และพลังของคอนเทนต์คอมเมิร์ซ ที่ช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่ายขึ้นและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขยายการเข้าถึงทางการตลาด ให้ร้านค้าสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สถิติของแคมเปญ 12.12 ปีนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Shopee ต่อการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยภายใน 2 ชั่วโมงแรกของวันที่ 12 เดือน 12 ผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจ MSMEs ไทย สามารถทำยอดขายเติบโตมากกว่า 14 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในวันปกติ สะท้อนศักยภาพของช้อปปี้ในการสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิ
เอฟเอส แคปปิตอล (FS Capital) ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจสินเชื่อโดยตรงของ Funding Societies หนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับ SMEs ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) อย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ของ Funding Societies ที่มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลสู่พันธมิตรทางการเงินเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ไทย นายวิกาส เจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Funding Societies ประเทศไทย กล่าว “การเป็นสมาชิก NCB ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลเครดิตของ SMEs ที่ขอสินเชื่อแบบเรียลไทม์ภายใต้การให้ความยินยอมของ SMEs ควบคู่ไปกับการส่งต่อข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าบริษัทให้แก่ NCB ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เราให้บริการ และยังมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบนิเวศทางการเงินของประเทศให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” ดร.ลัษมณ อรรถาพิ
นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย ติง นายเอกนิติ เรื่องการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 8.5% ในปี 2571 และเป็น 10% ในปี 2573 ซึ่งตนไม่คัดค้าน เพียงแต่ให้ทบทวนการปรับขึ้นในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนภายในประเทศเป็นวงกว้าง และจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงได้ เช่น ภาคธุรกิจร้านอาหาร และสินค้าบริโภค จำพวกอาหาร เป็นต้น ในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่นก็ตาม รัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่แตกต่างกันไป เช่น ประเทศในยุโรปภาษีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 20% แต่สำหรับร้านอาหารและอาหารจะอยู่ที่ 9-13% เพื่อไม่ให้กระทบการบริโภคของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งร้านอาหาร SMEs ที่อยู่ในระบบ จะไม่ค่อยมีภาษีมูลค่าเพิ่มขาซื้อ เพราะวัตถุดิบสินค้าการเกษตรและของสดไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ร้านอาหารจะไม่มี VAT นำไปหักลบกับ VAT ขายได้เลย จึงทำให้ทุกวันนี้สภาวะการแบกต้นทุน ภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจร้านอาหารสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมภาษีต่างๆ ในแต่ละปีอีก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรเตรียมจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ทุกชิ้น ตั้งแต่บาทแรก โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2569 ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ยกเว้นการเก็บอากรนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในประเทศ ออกมาเรียกร้องเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้น มาตรการใหม่นี้จึงถือเป็นทิศทางที่ดีอย่างมาก และน่าชื่นชม อย่างไรก็ตาม มาตรการทางภาษีถือเป็นกลไกหนึ่งในการจัดการปัญหาเท่านั้น แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะสามารถแก้ไขได้ในทุกๆ ปัญหา เพราะหัวใจหลักของการที่ผู้บริโภคยังสนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างชาติ เป็นเพราะแรงจูงใจด้านราคา ความคุ้มค่า และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้น การกีดกันสินค้าต่างชาติโดยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีจึงยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ดำเนินการ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม E-commerce ของไทยที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ ห
จากกิจการข้าวสารของครอบครัวที่ยืนหยัดมานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee ในการพลิกกลยุทธ์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความสำเร็จของ คุณปุ๊ก-ศิริรัตน์ อินทร์คล้าย กรรมการบริษัทและทายาทรุ่นที่ 2 เจ้าของ “ข้าวหอมบัวจัสมิน” แบรนด์ SMEs จากกาญจนบุรี ต่อยอดสู่การขายออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ Shopee Live ที่สามารถทำยอดขายโต 200% สร้างยอดขายพีกสุด 2,000 ออร์เดอร์ต่อวัน และคว้ารางวัล DBD Influencer Award มาครอง พร้อมทั้งกระจายรายได้ให้คนในชุมชนและเติบโตอย่างยั่งยืน “ข้าวหอมบัวจัสมิน” พลิกกลยุทธ์ด้วย Shopee คุณปุ๊ก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ว่า กิจการข้าวสารนี้สืบทอดมาจากพ่อแม่ที่ทำมาแล้วกว่า 40 ปี “หลังจากเรียนจบ เราตั้งใจกลับมาช่วยต่อยอด เพราะอยากให้คนไทยได้ทานข้าวหอมคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ แบรนด์ยืนหยัดด้วย ความซื่อสัตย์และคุณภาพ เราไม่เคยบอกเกินจริงว่าข้าวของเราเป็นข้าวหอมมะลินาปี แต่บอกตามจริงว่าเป็นข้าวหอมนาปรัง ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่หัก ไม่ป่น และไม่ผสมข้าวแข็ง” ก่อนจะเล่าต่อว่า ความท้าทายของแบรนด์ “ข้าวหอมบัวจัสมิน” จะเป็นใน
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าขยายช่องทางบริการให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “จิฟฟี่” ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เปิดให้บริการ EMS Point “จุดฝากส่งด่วน EMS 24 ชั่วโมง” ระยะแรกครอบคลุม 145 สาขาทั่วประเทศ เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ผู้ค้าออนไลน์ และ SMEs สามารถฝากส่งพัสดุได้ทุกเวลา ทุกพื้นที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไปรษณีย์ไทยในการสร้างเครือข่ายบริการที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ที่ต้องการความรวดเร็วและยืดหยุ่นในการส่งของ โดยลูกค้าสามารถฝากส่ง EMS ได้ที่จุด EMS Point ร้าน จิฟฟี่ ภายใน PTT Station ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยราคาคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 30 บาทต่อกล่อง รองรับน้ำหนักสูงสุด 20 กิโลกรัม พร้อมบริการมาตรฐานการจัดส่งที่ตรงเวลาในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ความร่วมมือกับจิฟฟี่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายไปรษ
