ข่าววันนี้ PR News

DITP ปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่ เสริมทัพการค้าระหว่างประเทศ ครึ่งปีหลัง

DITP ปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่ เสริมทัพการค้าระหว่างประเทศ ครึ่งปีหลัง

กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เดินหน้ายุทธศาสตร์ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากระดับภูมิภาคให้ได้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านโครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from Local to Global : (YELG) ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Global Export Connect สินค้าไทย บินไกล ไร้พรมแดน โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการจาก 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคเหนือ จำนวน 450 ราย มาร่วมเรียนรู้และเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งปี 2564

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง (มิถุนายน 2564 – ธันวาคม 2564) ภาพรวมการส่งออกของไทยจะฟื้นตัว
และสร้างมูลค่าได้มากกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ในหลายประเทศเริ่มส่อแววสดใส รวมทั้งการกระจายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ความเชื่อมั่นและอุปสงค์ของสินค้าต่างๆ เริ่มมีแนวโน้มในทางบวก

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้มแข็งให้กับการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 กรมฯ จึงมียุทธศาสตร์สำคัญคือการผลักดันให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่ายังมีสินค้าที่ผลิตโดยคนไทยในระดับภูมิภาคเป็นจำนวนมาก ที่มีศักยภาพสามารถส่งออกได้ ตลอดจนต้องการตอบโจทย์นโยบาย Local to Global ของกระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่นหรือภูมิภาคให้ได้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

ไม่เพียงแต่จะทำให้มูลค่าการส่งออกในภาพรวมเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก ช่วยรักษาเสถียรภาพในการจ้างงาน รวมทั้งยังช่วยเปิดตลาดให้สินค้าอีกหลายประเภทได้มีโอกาสสร้างชื่อในเวทีสากลได้อีกด้วย

นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ด้าน นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามนโยบายของกรมฯ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ Young Exporter from Local to Global (YELG) ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Global Export Connect สินค้าไทย บินไกล ไร้พรมแดน

ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นอีกโครงการที่สำคัญ ซึ่งได้เคยแจ้งเกิดผู้ประกอบการส่งออกมาแล้ว 900 ราย สำหรับรูปแบบของโครงการเป็นการเสริมความรู้และฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ให้กับผู้ประกอบการใน 3 ส่วนภูมิภาค ผ่านการจัดอบรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ

การรับฟังการเสวนาจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงทางด้านการส่งออกระหว่างประเทศ การรับฟังการบรรยายในหัวข้อที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการส่งออก ตลอดจนการทำกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เข้าอบรม เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศในรูปแบบกลุ่ม หรือคลัสเตอร์ พร้อมสร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของการแข่งขัน ตลอดจนร่วมกันวางแผน กำหนดทิศทางกลยุทธ์ รวมทั้งการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจส่งออกระหว่างกันได้

นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่

นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวเสริมว่า สำหรับการปั้นนักส่งออกรุ่นใหม่ในโครงการนี้ ระยะที่ 1 สถาบันจะรับสมัครผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มที่ต้องการก้าวสู่ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และบุคคลทั่วไป รวมจำนวน 450 ราย ระยะที่ 2 คัดเลือกผู้ประกอบการจากระยะที่ 1 ที่มีคุณสมบัติเป็นนิติบุคคล ผู้จดทะเบียนพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือผู้ที่มีความพร้อมในการต่อยอดสู่การส่งออก รวมจำนวน 120 ราย ให้ได้มีโอกาสก้าวสู่การค้าระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ผู้ที่เข้ารับการอบรมใโครงการฯ จะได้รับการพัฒนาและรับคำปรึกษาโดยตรงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออกระหว่างประเทศ อกาสในการเป็นตัวแทนเข้าร่วมจัดทำ VDO Storytelling ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำการตลาด เพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางสินค้าและธุรกิจ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ

ตลอดจนยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs Pro-active ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ให้สามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างมืออาชีพ

“NEA ยังเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนคือทรัพยากรที่ทรงคุณค่า จึงเร่งจัดทำหลักสูตรที่จะช่วยเสริมความรู้ทางด้านการค้าเพื่อนำไปประกอบธุรกิจ รวมถึงเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าในช่องทางต่างๆ ในอนาคต ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้หลักสูตรได้ทั้งช่องทางออฟไลน์ และ E-learning รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ของสถาบันฯ ได้ทุกโอกาสอีกด้วย” นายสมเด็จ กล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรง การค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169

Related Posts

“ศุภจี” โชว์ 64 SMEs Boost Up สร้างมูลค่า 571 ล้าน เดินหน้าสู่ตลาดโลก
ITD จัดใหญ่ “Southeast Asia Trade and Development Forum 2026” กำหนดทางออกใหม่ให้เศรษฐกิจไทย-อาเซียน
พส.ไทย ปลุกเทรนด์ใหม่! “มาลัยเกล้าผม” จากพวงมาลัยไหว้พระ สู่แอกเซสซอรีสุดชิค ถ่ายรูปตามย่านจนไวรัล
รู้จัก “Wonder AI” ระบบที่จะพลิกโฉมค้าปลีกไทย ใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า รู้ว่าสนใจอะไร ตอบรับโปรไหน