เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เพจดังชื่อว่า Dudesweet ได้เผยแพร่ภาพกระเป๋าแบรดน์เนมยี่ห้อหนึ่ง พร้อมข้อความดังต่อไปนี้
“ถุงสำเพ็งมีวางขายแล้ว Balenciaga ทำถุงผ้านวมออกมาเรียกร้องความสนใจต่อ แต่อันนี้ค่อนข้างอุบาทว์ ราคาน่ะหรือ ก็น่าจะหกเจ็ดหมื่นเท่ากับถุงสำเพ็งรอบก่อนมั้ง”



เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
ที่มา มติชน
Latest Posts
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่งร้านอาหารที่คุณสร้างมากับมือต้องปิดตัวลงกะทันหันเพราะวิกฤตโลก คุณจะทำอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบเรื่องราวของ Katie Lee (เคธี่ ลี) มาถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อเป็นแรงกระเพื่อมให้กับผู้ประกอบการไทย เธอคือเจ้าของร้านพิซซ่าในเซนต์หลุยส์ ที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งเสียใจ เพราะโจทย์เดียวในหัวตอนนั้นคือ “เราต้องรอด” และลูกน้องของเธอก็ต้องรอดด้วย ในวันที่ร้านเงียบเหงา เคธี่ไม่ได้พยายามคิดค้นนวัตกรรมล้ำสมัยอะไรเลย แต่เธอเลือกมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ “พิซซ่าเตาถ่าน” แสนอร่อยที่เธอทำอยู่ทุกวัน เธอใช้เวลาเพียง 1 วันในการทำพิซซ่าแช่แข็งต้นแบบขึ้นมา ลองแพ็ก ลองแช่ แล้วลองเอามาอบกินเองจนมั่นใจว่ามันเวิร์ก จากนั้นเธอก็เปลี่ยนร้านอาหารให้กลายเป็นสายการผลิตขนาดย่อมทันที โดยเปลี่ยนพนักงานเสิร์ฟและบาร์เทนเดอร์มาสวมบทพนักงานขับรถส่งพิซซ่าแช่แข็งในรัศมี 80 กิโลเมตรแทน ความเร็วและความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้เธอขายพิซซ่าได้ถึง 5 หมื่นถาดในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มโตจนเข้าไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็เจอกำแพงยักษ์เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐสั่งระงับการขายทั้งหมดเพราะปัญห
ย้อนรู้จักผู้ก่อตั้ง Happy Munchy แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจาก 3 แม่คนดัง สู่ดราม่าโลกออนไลน์ ‘ออมุก’ ในเซเว่นฯ จากเรื่องราวของ ‘Happy Munchy (แฮปปี้มันช์ชี่)’ แบรนด์ไทยเจ้าของสินค้าตัวดังอย่าง ‘ออมุก’ สไตล์เกาหลี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล รู้หรือไม่ แบรนด์นี้เป็นธุรกิจ SMEs จากความร่วมมือของ 3 คุณแม่คนดัง ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ แห่งเพจเลี้ยงลูกชื่อดัง Little Monster, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และแตน-ธันยวดี วะสีนนท์ นักธุรกิจหญิงผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อย่างการแก้ปัญหา “ลูกทานยาก” จนเกิดเป็นสินค้าอาหารสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าและขยายตลาดสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กับสินค้า “ออมุก” สไตล์เกาหลี อาหารง่ายๆ ที่เพียบด้วยคุณประโยชน์ เหมาะกับคนทุกวัย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน เส้นทางของ Happy Munchy เริ่มต้นจากปัญหาของ ตุ๊ก นิรัตน์ชญา ที่พบปัญหาลูกสาวไม่ยอมทานอะไรเลย นอกจากหมูฝอย เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการตามช่วงวัย เมื่อได้คุยกับ แตน ธันยวดี และน
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
