ข่าววันนี้
ขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังปลดหนี้ครอบครัว ชูจุดขายเนื้อนุ่ม หอมกะทิ ราว 2 ปีก่อน มาเปิดตัวธุรกิจกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยเรื่องราวสุดดราม่าของสาวน้อยยอดกตัญญู ที่ขวนขวายขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังหาเงินมาลดหนี้ก้อนโตให้กับครอบครัว กระทั่งรายการโทรทัศน์ช่องดัง เชิญเธอไปสัมภาษณ์ หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อเสียงกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างเรื่อยมา อ่านเรื่องราว : สาวน้อยม.ปลาย ช่วยสางหนี้ 20 ล้านของครอบครัว ด้วย หมูสะเต๊ะออนไลน์ และด้วยความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ปัจจุบัน แม่ หมูสะเต๊ะ ยังยืนระยะอยู่ในตลาดได้อย่างสง่าผ่าเผย “เลือกใช้เนื้อหมูวัยกลาง เพราะเนื้อนุ่มกว่าหมูแก่ แต่แน่นกว่าหมูเด็ก ซึ่งต้องไปดีลกับที่โรงผลิตตั้งแต่แรกว่าจะเอาแบบนี้ จุดเด่นอีกอย่างคือกะทิ เพราะใช้หัวกะทิในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหมักหมู การชุบย่างหมู หรือแม้แต่น้ำจิ้ม เพราะจะทำให้หมูนุ่มและหอมมากกว่าเดิม ถ้าลองเอาหมูสะเต๊ะของเราไปวางทิ้งไว้นานๆ หรือเอาเข้าตู้เย็นแล้วเอามาเวฟอีกที บอกเลยยังนิ่มอยู่” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ เคยเผยเทคนิคเฉพาะตัวให้ทราบไว้อย่าง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก อดีตผู้ตรวจสอบภายใน ขายไส้กรอกอีสาน หารายได้ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ คือสื่อแรกที่มีโอกาสสนทนากับ คุณโมเช่-สมิทธิ กาญจนโภคิน ซึ่งเวลานั้น ขายไส้กรอกอีสานพรีเมียมเกรด ใช้ชื่อแบรนด์ ไส้กรอกอีสานลุงเช่ ได้ไม่นานนัก คือ เป็นพ่อค้ามือใหม่ ที่ต้องหันมาค้าขาย เนื่องจากมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยง คุณโมเช่ เล่าให้เราฟังแบบเปิดอก เริ่มด้วยย้อนประวัติส่วนตัวให้รู้จัก เรียนจบสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานเป็นผู้ตรวจสอบภายใน ประจำหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน มานานกว่า 20 ปี ล่าสุดทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ดูแลระบบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ แต่ต่อมาบริษัทที่ทำงานอยู่ ประสบปัญหาด้านการเงิน อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงถูกขอให้ลดวันทำงาน เป็นสัปดาห์ละ 1 วัน และลดเงินเดือนเหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ เลยคิดว่าต้องหารายได้มาเติมให้ได้จำนวนเท่ากับที่เคยได้ แต่ครั้นจะไปสมัครงานใหม่ รู้สึกเบื่อ หันซ้ายหันขวาอยู่ไม่นาน จึงตัดสินใจทำ ไส้กรอกอีสานขาย “เป็นเมนูที่ลูกสาวชอบทาน ประกอบกับเมื่อประมาณปี 2540 ช่วงฟองสบู่แ
ถอดรหัส “ผัดกะเพรา” Soft Power อาหารไทย ในสายตา กฤช เหลือลมัย ชื่อของ คุณกฤช เหลือลมัย หลายท่านอาจรู้จักเขาในนาม นักเขียนผู้รอบรู้เรื่องอาหารในหลายมิติ ที่สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ เมนูต่างๆ ออกมาได้อย่างกลมกล่อมแทบทุกครั้ง กระทั่งเมื่อไม่นาน ช่วงที่สังคมโซเชียลบ้านเรา มีการพูดถึงเมนู “ผัดกะเพรา” กันอย่างกว้างขวาง เขาก็ไม่พลาดที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในวงสนทนา นำเสนอข้อมูลผ่านพื้นที่ของ นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ไว้อย่างน่าสนใจ “ถ้าเอาตามประสบการณ์ของผมในช่วง ๑๐ ปีหลังมานี้ กะเพราเป็นต้นไม้ล้มลุกอีกชนิดหนึ่งซึ่งมักขึ้นเป็นดงตามธรรมชาติในพื้นที่กึ่งโล่ง อากาศร้อนแล้ง ดินเป็นดินกรวดทรายหรือลูกรังแห้งแข็ง อาจแบ่งคร่าวๆ ได้เป็นกะเพราขาว กะเพราแดง และกะเพราลูกผสม (ใบเขียวแก่ ก้านและดอกสีม่วงแดง) กะเพราแดงไม่ได้มีความฉุนมากกว่ากะเพราขาวเลยนะครับ เพียงแต่กลิ่นจะหอมต่างกันเล็กน้อย มิหนำซ้ำ หากเอาไปปรุงกับข้าว สีแดงในใบจะตกใส่ผัดใส่แกง ทำให้สีออกคล้ำ ดูไม่น่ากินด้วยซ้ำ” คือข้อมูลตอนหนึ่ง จากคุณกฤช เหลือลมัย และเขา ยังบอกไว้ด้วยว่า “ผมค้นไม่พบวิธีทำผัดพริกใบกะเพราในตำรากับข้าวเก่าๆ เลยนะครับ เห็นก็แต่ที่ อ
ชมเป็นบุญตา “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” นิทรรศการพิเศษอนุรักษ์มรดกไทย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2567 เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากรัฐจารีตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นรัฐสมัยใหม่ในห้วงศตวรรษที่ผ่านมา โดยจัดแสดงเอกสารต้นฉบับ 41 ชุด กว่า 200 รายการ ที่ล้วนเป็นเอกสารทรงคุณค่าสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งหลายฉบับยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ 1. “จารจารึก บันทึกสยาม” เป็นชุดเอกสารโบราณที่บันทึกอยู่ในรูปของศิลาจารึก หนังสือสมุดไทย และเอกสารใบลาน ได้แก่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ นันโทปนันทสูตรคำหลวง คัมภีร์อัลกุรอาน ไตรภูมิฉบับพระมหาช่วยจารที่วัดปากน้ำ จินดามณี จุลศักราช 1144 รามเกียรติ์ บทละครพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 หนังสือสมุดไทย เรื่อง สามก๊ก มหาชาติคำหลวง และอุรังคธาตุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพเค้าโครงทางประวัติศาสตร์ช่วงสมัยส
สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน ชีวิตแม่ค้า “ปูนาฟ้าใส” รับมืออย่างไร “ปูนาฟ้าใส” คือ แบรนด์สินค้าของกินพื้นบ้านทางภาคเหนือ อย่าง อ่องมันปูนา น้ำปู หรือกะปิที่ทำมาจากปู และ ปูดองน้ำปลากวน ที่เริ่มต้นจากแม่บ้านธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง ที่เคยคิดจะไม่ทำงานหาเลี้ยงชีพอะไร ขอเกาะสามีกินอย่างเดียว “เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเอง ทำอะไรก็ไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้เราเป็นเจ้าของแบรนด์ มีรายได้เป็นของตัวเอง มีเผื่อแผ่คนข้างๆ คนในชุมชนมีรายได้จากการเลี้ยงปูนาของเรา จึงอยากฝากถึงหลายๆ ท่านที่กำลังท้อ กำลังตกงาน หรืออยากทำอะไรสักอย่าง ให้ลงมือทำเถอะ ใจเรารักสิ่งไหน ให้เราตัดสินใจทำ ในบางครั้งอาจจะมาช้ากว่าคนอื่นแต่เราจะภูมิใจ” คือคำพูดน่าคิด จาก คุณบีม-รชต คำรอด หรือ คุณบีม-ปูนาฟ้าใส ปัจจุบัน แม้กิจการ ปูนาฟ้าใส ของคุณบีม จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง สามารถส่งได้ทั่วไทยส่งไกลถึงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น โซนยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา แต่กว่า เจ้าปูตัวจ้อย จะเดินทางมาถึงวันนี้ บอกเลยมีดราม่า ไม่น้อย โดยคุณบีม เล่าว่า เดิมทีเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กับสามี ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการกินอ่อง
เปิดผลสำรวจ วันสงกรานต์ คน Gen Z ขอเล่นน้ำ ส่วน Gen Y ขอนอน ผ่อนคลายจากการทำงาน The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงวันที่ 1-15 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในช่วงสงกรานต์ในทุกๆ ปี ได้แก่ 1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 2. พัดลม +250% 3. เครื่องปรับอากาศ +230% 4. เสื้อลายดอก +110% 5. น้ำแข็ง +70% 6. ไอศกรีม +60% 7. แป้งทาตัว +50% 8. ครีมกันแดด +40% 9. ยาดม +30% และ 10. น้ำยาเปลี่ยนสีผม +20% เห็นได้ว่าสินค้าที่ยอดขายเติบโตได้ดี มีทั้งสินค้าจำเป็นในการช่วยดับร้อนในช่วงเดือนเมษายนที่อุณหภูมิสูงสุดในช่วงปี และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฉลองเทศกาลสงกรานต์ ทาง CRC VoiceShare ยังเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ พบว่า คนไทยกว่า 60% มีแผนที่จะเดินทางในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา โดยนิยมไปเที่ยวทะเลเป็นอันดับหนึ่ง จังหวัดยอดนิยมได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต โดยส่วนใหญ่วางแผนเดินทางช่วงก่อนสงกรานต์จนถึงช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน และมักเดินทางในช่
Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” งานฝึกอาชีพสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่ SMEs-วัยเกษียณ-อยากสร้างอาชีพ ห้ามพลาด! กลับมาอีกครั้ง! กับงานฝึกทักษะอาชีพที่ดีที่สุดในประเทศไทย Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ผู้นำสื่อที่สนับสนุนการสร้างอาชีพให้เอสเอ็มอี ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ผู้นำด้านการฝึกอบรมการสร้างอาชีพ ในเครือมติชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ณ มติชนอคาเดมี ภายในงานอัดแน่นความรู้ไปกับเวทีทอล์กจากกูรูตัวจริงในวงการอาหารระดับประเทศ พร้อมเปิดทุกแง่มุมการทำธุรกิจแบบหมดเปลือก อีกทั้งยังรวมร้านเด็ดร้านดังมากกว่า 20 ร้านมาให้ฟินกันตลอดทั้งวัน และสร้างงานสร้างอาชีพไปกับเวิร์กช็อป กิจกรรมที่จะช่วยให้ SMEs – วัยเกษียณ หรือผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนี้ ลงทะเบียนฟรี! เข้าร่วมฟังเสวนา Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” งานฝึกทักษะอาชีพที่ดีที่สุดในไทย บอกเลยว่า “ใครก็ปังได้” >>> https://www.matichonevent.com/upskill2024/ พร้อมลุ้นสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนเท่านั้น พบกัน ทอล์กจัดจ้า
สงกรานต์นี้ ปักหมุดเช็กอินขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 47 วัดทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1-22 เมษายน 2567 วันที่ 9 เมษายน 2567 นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยรายชื่อวัดที่เปิดให้เข้าทำพิธีทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระ ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโครงการ อารามภิรมย์ วัดดี 4 ด้าน (ศรัทธา, สถาปัตยกรรม, ธรรมชาติ, ปฏิบัติธรรม) สืบสานประเพณีสงกรานต์ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย วัด-สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภาคกลาง 12 แห่ง 1. แห่พระพุทธรูปสำคัญประจำ 5 พระอารามหลวงในกรุงเทพมหานคร ทางน้ำ ได้แก่ 1) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลราม 2) วัดอรุณราชวราราม 3) วัดกัลยาณมิตร 4) วัดประยุรวงศาวาส และ 5) วัดระฆังโฆสิตาราม วันที่ 13-15 เมษายน 2567 2. สรงน้ำพระพุทธรูปและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร วันที่ 12-15 เมษายน 2567 3. พิธีสรงน้ำ องค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พระประธานประจำพุทธมณฑล องค์จำลอง และพิธีถวายสังฆทาน ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 1-30 เมษายน 2567 4. พิธีปะรุปะนัง “ห่มผ้าองค์พระนอนจักรสีห์” ณ วัดพระนอนจักรสีห์ อ
เชิญร่วม สรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เสริมสิริมงคลวันสงกรานต์ กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2567 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญ ซึ่งประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย เทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทย คือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านาย ก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทว
10,000 บาท เปลี่ยนเงื่อนไข เตรียมความพร้อม ก่อนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต เช็กได้ที่นี่ รัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงเงินดิจิทัลวอลเล็ต ปรับเงื่อนไข คนทั่วไปใช้ได้เฉพาะร้านสะดวกซื้อลงมา ไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก วันที่ 10 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เข้าร่วม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุม นายกฯ ได้ถามหานายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าฯ ธปท. ที่เข้าร่วมประชุมแทน แจ้งว่าผู้ว่าฯ ธปท. ติดภารกิจประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทำให้นายกฯ บอกว่า “ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวค่อยว่ากัน” จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการประชุม จากนั้นเวลา 11.30 น. นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลมีความยินดีที่ประกาศให้ประชาชนทราบว่า นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล เป็นนโยบายที่จะ
