ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พุทธศักราช 2560 ในการนี้ เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดดังนี้ วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ลงพระนามและลงนามถวายพระพรที่ศาลาว่าการสำนักพระราชวัง ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหาทัยสมาคม และประชาชนทั่วไปสำนักพระราชวังได้จัดเต็นท์สีขาว ลงนามถวายพระพรที่บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน โดยในเวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีชาวบ้านพบโบราณวัตถุจำนวนมากในทุ่งนาบ้านห้วยสามยอดเทวกุล หมู่ 6 ต.โป่งเปือย อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นที่นาของนายสุบรร กมลภา อายุ 70 ปี ในจุดที่พบอยู่ห่างจากหมู่บ้านห้วยสามยอดเทวกุลประมาณ 2.6 เมตรไปทางทิศใต้เส้นทางบ้านห้วยสามยอด-บ้านหนองตะไก้ แล้วเดินแยกไปตามถนนลงทุ่งนาอีกประมาณ 200 เมตร บริเวณดังกล่าวอยู่บนคันนาที่มีความกว้างประมาณ 120 เซนติเมตร หลังจากที่มีข่าวแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่องได้มีประชาชนเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ 20 ก.ค.เวลา 13.00 น. นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พร้อมด้วยนายมนัสวิน นาคสิริ นักโบราณคดีปฏิบัติการ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายชัยนนท์ บุษยรัตน์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น เดินทางมาเก็บข้อมูลบันทึกรายละเอียดและตรวจสอบในเบื้องต้น เพื่อทำบันทึกส่งรายงานไปยัง สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น พบว่าเป็นภาชนะดินเผา ประเภทเนื้อดิน จำนวน 11 ใบขนาดแตกต่างกันออกไป จากการสอบถามข้อมูลจากเจ้าของที่นาที่พบเจอกระดูกอยู่ในไห คาดว่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีแต่ต้องรอการตรวจสอบที่ชัดเจนอีกครั้ง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ กล่าวว่า ได้สั่งการให้
สองผัวเมียชาวบุรีรัมย์มุมานะจากอดีตลูกจ้าง สู่เถ้าแก่ร้านข้าวมันไก่ขึ้นชื่อของ อ.สตึก ลูกค้าแน่นร้านทุกวันทั้งมียอดสั่งใส่กล่องนับร้อยกล่องจนทำไม่ทัน ยอดขายวันละกว่า 1 หมื่นบาท นอกจากจะมีสูตรเด็ดน้ำจิ้มที่ถูกปากลูกค้าแล้ว เคล็ดลับที่ดึงดูดใจลูกค้าคือความเป็นกันเอง และคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ วันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาคร งามสะพรั่ง อายุ 45 ปี และนางจุฑาทิพย์ งามสะพรั่ง อายุ 43 ปี สองสามีภรรยาชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มุมานะขยันอดทนจนสามารถพลิกผันตัวเองจากอดีตลูกจ้างอยู่ที่กรุงเทพมหานคร กลับมาเปิดร้านขายข้าวมันไก่เป็นของตัวเองอยู่ข้างคิวรถ บขส.ใหม่อำเภอสตึก ชื่อร้าน “กินนี่ ข้าวมันไก่-ไก่ทอด” ตั้งแต่ปี 2540 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน ปัจจุบันกลายเป็นเถ้าแก่ร้านข้าวมันไก่ที่ขึ้นชื่อของอำเภอสตึก มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนแน่นร้านทุกวัน ทั้งยังมียอดสั่งใส่กล่องวันละกว่า 100 – 200 กล่องจนบางวันทำแทบไม่ทัน ส่งผลให้มียอดขายวันละกว่า 10,000 บาท โดยหัวใจสำคัญของที่ร้าน คือ น้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร ซึ่งจะมีให้ลูกค้าเลือกทานได้ 2 แบบ คือ น้ำจิ้มซอสและน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เ
วุฒิศักดิ์ กรุ๊ป รีแบรนด์โลโก้ ชู 5 กลยุทธ์ดาวเด่น ด้านนวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์และศูนย์ความงาม สุขภาพครบวงจร เปิดสถาบันอบรมบุคลากรด้านบริการและความงาม จับมือพันธมิตรระดับโลกทะยานสู่ผู้นำด้านความงามและสุขภาพในเอเซีย ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ 300 สาขา คาดรายได้ปี 60 โตกว่า 10% หรือทะลุ 2,000 ล้านบาท คุณอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (Wuttisak Group) เปิดเผยว่าบริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจของวุฒิศักดิ์ในหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตและการแข่งขันของธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุด สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ได้กำหนดและขยายธุรกิจในรูปแบบใหม่เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ อาทิ การปรับโลโก้จากเดิมที่มีดาว 3 ดวงเพิ่มเป็น 5 ดวง ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจทั้ง 5 ด้านของวุฒิศักดิ์ กรุ๊ป เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านสุขภาพและความงามในภูมิภาคเอเชีย สำหรับกลยุทธ์การตลาดดาว 5 ดวง ของวุฒิศักดิ์ กรุ๊ป สื่อความหมายถึงแผนการดำเนินงานทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้
หากจะพูดถึงตลาดสดที่มีชื่อเสียง เชื่อว่าหลายท่านคงไม่พลาดที่จะนึกถึง ตลาดสด อ.ต.ก. ของบ้านเรา ซึ่งตลาด อ.ต.ก. เป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องของสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ ของสด ถูกหลักอนามัย สินค้าที่นำมาขายเต็มไปด้วยสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งนอกจากความสะอาดและคุณภาพของสินค้าที่ขึ้นชื่อแล้ว ตลาดแห่งนี้ยังสะดวกสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่จะเลือกซื้อ จับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก เพราะภายในตลาด อ.ต.ก. ไม่ได้จำหน่ายแค่ผัก ผลไม้ แต่ยังครอบคลุมไปถึงอาหารสด อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรอินทรีย์ ตลาดกล้วยไม้ รวมถึงตลาดสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่ามาที่ อ.ต.ก. ที่เดียว ท่านจะได้ครบทุกอย่าง การันตีด้วยโพลจากสื่อต่างประเทศ อย่าง “ซีเอ็นเอ็น” ได้จัด 10 อันดับ ตลาดที่ดีสุดในโลก ตลาด อ.ต.ก. ติดอันดับ 4 ตลาดดีมีคุณภาพของโลก และครั้งนี้ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้ถือโอกาสสัมภาษณ์ คุณกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เกี่ยวกับแนวทางวิธีการบริหารตลาดและการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค มาฝากผู้อ่าน คุณกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ประวัติความเป็นมาของตลาด ตลาด อ.ต.ก. ชื่อเต็มคือ อง
หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน หลายคนคงรู้จักหมอลำอัจฉริยะ “เฉลิมพล มาลาคำ” นักร้องหนุ่มชื่อดังแห่งแดนอีสาน ที่ไม่ว่าจะไปเปิดเวทีร้องเพลงที่ไหนก็ต้องมีบรรดาแฟนเพลงเข้าแถวต่อคิวรอชมยาวเป็นหางว่าว โดยเฉลิมพลโด่งดังมากที่สุดในปี 2531 กับบทเพลง “ตามใจแม่เถิดน้อง” แถมยังมีผลงานการแสดงมาเอาใจแฟนๆด้วย เมื่อผันตัวเองมาแสดงภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งนักร้องหนุ่มได้ตั้งวงดนตรีและสร้างรีสอร์ตในอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ก่อนแบกรับภาระไม่ไหวและต้องพับแผนที่จะทำกิจการไป ต่อมา “เฉลิมพล มาลาคำ” ได้มาทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนและมิตรรักแฟนเพลง ด้วยการเป็นผู้ใหญ่บ้าน คอยดูแลชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนงานเพลงก็ยังร้องเพลงรับงานทั่วไปเหมือนปกติ โดยส่วนใหญ่งานจะอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน แถมหมอลำอัจฉริยะคนนี้ยังเดินหน้าทำธุรกิจ ด้วยการทำฟาร์มเลี้ยงวัวนมและม้าใหญ่โต ก่อนสร้างตลาดเฉลิมพลที่รองรับพ่อค้าแม่ค้าได้มากถึง 200 ร้าน โดยตั้งอยู่กม.16 ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ นอกจากนี้ยังสร้างร้านอาหารโฮปบาย เป็นอาหารอีสานสุดแซ่บรสจัดจ้าน รวมทั้งยังเปิดร้านกาแฟเฉลิมพลที่กำลังติดตลาดของชาววารินชำราบ ถือเป็นอาณาจักรใหญ่
เป็นคลิปที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์และมีผู้เข้าไปกดรับชมแล้วกว่าล้านครั้ง โดยเป็นภาพนาทีชีวิต กลางสายน้ำเชี่ยว ซึ่งชายคนหนึ่งเสียสละตัวเองกระโดดลงไปในน้ำที่ดูขุ่นคลักและไหลแรงจากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้ เพื่อไปช่วยสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังไหลมากับกระแสน้ำ ดำผุดดำว่ายเหมือนจะจม ซึ่งชายคนนี้ได้ว่ายตรงไปช่วยได้จนสำเร็จท่ามกลางเสียงลุ้นของเพื่อนๆ
วันที่ 19 ก.ค. บีบีซีรายงานว่า นางเพ็กกี สไตลส์ ผู้อาวุโสจากเมืองฟายแลนด์ ประเทศอังกฤษ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว ขณะอายุ 86 ปี หลังใช้เวลานานถึง 8 ปี นางสไตลส์ศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยบริสตอล ขึ้นแท่นเป็นนักศึกษาสูงวัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แต่ใช้เรียนเวลานานกว่าปกติ เนื่องจากป่วยเป็นไตติดเชื้อเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ภาพจาก Jon Kent “แต่ทางมหาวิทยาลัยตกลงให้ดิฉันพักการเรียนไว้ จนกว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งกินเวลา 18 เดือน ดิฉันตั้งใจจะจบดอกเตอร์ให้ได้ ตอนนั้นป่วยหนักจนเกือบตาย ต้องนอนโรงพยาบาล 1 เดือน และหัดเดินอีกครั้ง” ลูกหลานพานางสไตลส์ไปรับปริญญาเอกด้วยกันเมื่อวันที่ 19 ก.ค. แต่น่าเศร้าที่ จอห์น สามี ไม่ได้อยู่เคียงข้าง เพราะเสียชีวิตไปก่อนเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่คุณทวดกำลังเขียนดุษฎีนิพนธ์กว่า 48,000 คำ “แม้ว่าอายุจะมากถึง 86 ปีแล้ว แต่ดิฉันก็ไม่รู้สึกแก่เลย แขนและขาของดิฉันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ หากลิ้นของดิฉันยังกระดกได้ และสมองยังสั่งการ ฉันก็จะศึกษาเล่าเรียนไปตลอด” ถ่ายรูปกับหลานๆ / ภาพ Jon Kent สำหรับนางสไตลส์เป็นชาวเบลเยียมแต่เกิดในประเทศอังกฤษใ
ตลกหมอลำชื่อดัง ปอยฝ้าย มาลัยพร ที่มีเพลงโด่งดังๆ หลายเพลง มากๆ จนเป็นที่รู้จัก มาเปิดใจชีวิตที่พลิกผัน จากที่เพื่อนชวนดื่มเหล้าจนติด ตั้งแต่อายุ 18 จนติดเหล้า 20 ปี กินเหล้า ไม่กินข้าง วันละกลม แบบเพียวๆ ป่วยหนักหวิดตาย เวลาไปทำงานก็แอบพกเหล้าซุกกางเกงใน ไปงานในวัด ไปแอบพกไปแอบกินในห้องน้ำก็มี ถึงขั้นมีอาการสั่น กินจนตัวเหลือง เข้าโรงพยาบาล ตับอักเสบรุนแรง เข้าโรงพยาบาลยังเอาเหล้าไปกิน ออกไปทำงาน ปากก็กินเหล้า แขนก็ให้น้ำเกลือ ติดเหล้าจนไม่มีงาน จนมีข่าว เพราะผอมมาก เลยถูกหาว่าติดยา คนจ้างงานก็ไม่จ้าง เพราะร้องเพลงไม่ไหว ยืนไม่ได้ เคยวูบหน้าเวที แต่คนดูไม่รู้นึกว่าเล่นตลก จนไม่มีเงินส่งบ้าน เกือบโดนยึดบ้าน ภรรยาผิดหวังเกือบแยกทาง เลยพยายามเลิกเหล้า ไปสาบานเลิกเหล้า พอคนอื่นกลับไป เราก็เข้าไปสาบ้านใหม่ เคยเข้าโรงพยาบาลบำบัดเลิกเหล้า หักดิบในวัด อยู่ในห้องขังไว้เลย สถานที่เดียวกับเลิกยาบ้า เลิกยาเสพติด โกนหัว ออกมา 3 เดือน ก็เอาอีก หลายครั้ง สู้กับเหล้า แพ้มาตลอด หักดิบเอง อาจจะช็อกได้ ตอนนี้ก็ยังรักษาอยู่ ไปสถาบันธัญญารักษ์ ตลอดเวลาที่พบเจอเรื่องต่างๆ มีสาวไม ภรรยาอยู่เคียงข้างต
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 20 กรกฏาคม 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซี
