ข่าววันนี้
จากกรณีที่ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดเซ็กซี่ แต่งนุ่งซิ่นสวมเสื้อเกาะอก ปรุงก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ จนมีการแชร์กันในโลกออนไลน์ ล่าสุด “ข่าวสดออนไลน์” สัมภาษณ์ “อ๋อย”ดวงดาว สาภันธ์ อายุ 39 ปี แม่ค้าสาวเซ็กซี่ที่ชาวเน็ตกำลังกล่าวถึงกัน โดย”อ๋อย”ดวงดาว เป็นเจ้าของร้าน “ก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋จันทนิมิต” ตั้งอยู่ในซอยวัดจันทราราม อ.เมือง จ.จันทบุรี “อ๋อย”ดวงดาว เล่าให้ฟังว่า ภาพที่มีการนำไปเผยแพร่นั้นมีลูกค้าคนหนึ่งถ่ายรูปไว้ตอนที่ขายก๋วยเตี๋ยวแล้วนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ค กระทั่งมีการแชร์กันไปต่อๆ ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะปกติเป็นคนแต่งตัวแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ช่วงที่มาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวก็แต่งแบบนี้เป็นปกติ “เปิดขายก๋วยเตี๋ยวมา 5-6 ปีแล้ว โดยเมนูเด็ดก็เป็นเย็นตาโฟทะเล เย็นตาโฟกั้ง แต่ก่อนก็ขายปกติ พอมีกำไร แต่หลังจากที่มีการแชร์ภาพออกไปแล้ว ปรากฏว่าลูกค้าแห่มากินกันแน่นร้าน บางวันต้องโทรมาจองคิวกันเลย” เมื่อถามว่ามีคนวิจารณ์ว่า แต่งตัวโป๊เรียกลูกค้า “อ๋อย”ดวงดาว กล่าวว่า เห็นมีคนมาคอมเม้นทำนองนี้เหมือนกัน แต่ก็จะมีลูกค้าเก่าแก่ที่มาทานก๋วยเต๋ยวบ่อยๆไปชี้แจงแทนว่าแม่ค้าคนนี้แต่งแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่ไ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในปีนี้ อบต.สามเรือน ประกาศงดจัดงาน วันเห็ดตับเตางามที่สามเรือน ด้วยเพราะแปลงต้นโสนธรรมชาติ ริมน้ำคลองโพธิ์ ซึ่งเป็นที่ขึ้นของเห็ดตับเตา ได้รับผลกระทบจำน้ำฝนท่วมขัง และน้ำเจ้าพระยาหนุนสูงในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร และแปลงต้นโสนถูกน้ำท่วมไปเกือบ 200 ไร่ ส่งผลให้เห็ดตับเต่าที่มักจะขึ้นตรงโคนต้นโสน ไม่สามารถขึ้นได้เพราะน้ำท่วม และบางแปลงถึงนะน้ำท่วมไม่ถึงก็จะมีความชื้นมากเกินไป โดยรวมแล้วมูลค่าความเสียหาย 13 ล้านบาท และหากรวมมูลค่าด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การล่อเรือ และธุรกิจต่อเนื่องจากเห็ดตัวเต่า บวกเข้าไปด้วยแล้ว เชื่อว่า ปีนี้เสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ด้าน นายศุภฤกษ์ กลั่นกล้า นายก อบต.สามเรือน เปิดเผยว่า ชาวบ้านและท้องถิ่นจัดงานวันเห็ดตับเต่ามา 7 ปีต่อเนื่องแล้ว แต่นี้ไม่สามารถจัดงานได้เพราะไม่มีเห็ดตับเต่า ถือว่าเสียหายอย่างมาก ขณะที่ดงโสนที่ถูกน้ำท่วมถึงจะไม่ตาย แต่ก็มีหอยเชอร์รี่เข้ามาเกาะวางไข่อีกจำนวนมาก ถือว่าเสียหายไปทั้งเห็ดตับเต่าและต้นโ
คมนาคมทะลวงโซนเหนือ แก้รถติดวิภาวดีฯ-เกษตร-นวมินทร์ ดันโปรเจ็กต์ยักษ์ 6 หมื่นล้าน รถไฟฟ้าสายใหม่สีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี ตัดผ่าน 6 รถไฟฟ้า 6 สี พ่วงตอม่อทางด่วนขั้นที่ 3 ประชาพิจารณ์นัดแรก 26 ก.ค.เคาะรูปแบบ พ.ย.ปีนี้ เผยเชื่อมโครงข่ายโทลล์เวย์-ด่วนศรีรัช-วงแหวนตะวันตก ชี้แลนด์ลอร์ดทุนใหญ่หน้าเดิมปักหมุดจอง เจ้าสัวเจริญมากสุด นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า วันที่ 26 ก.ค.นี้ จะรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ซึ่งเป็นโครงการมีแนวคิดจะมาทดแทนระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N1, N2 และ N3 บางใหญ่-งามวงศ์วาน-เกษตร-นวมินทร์-วงแหวนตะวันออก หลังตอน N1 บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-แยกเกษตร ได้รับการคัดค้านจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้โครงการหยุดชะงักเมื่อปี 2556อีกทั้งเป็นการใช้ประโยชน์เสาตอม่อ 281 ต้นบนกึ่งกลางถนนเกษตร-นวมินทร์ที่สร้างค้างมานานหลาย 10 ปี ล่าสุดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ปรับแผนการสร้างใหม่ จะเริ่มจาก N2 เกษตร-วงแหวนตะวันออก ระยะทาง 11.9 กม. เงินลงทุน 14,382
นายอำนาจ เจริญอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เปิดเผยว่า ตำบลร่องจิกเป็นพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชหลายชนิด ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะแก้วมังกรตำบลร่องจิก จะมีรสชาติหวาน กรอบ มีเนื้อแน่น น้ำหนักดี โดยลูกใหญ่จะหนักถึง 1 กิโลกรัม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพผลผลิต รสชาติ โดยเฉพาะความโดดเด่นของแก้วมังกร ที่เป็นอีกหนึ่งของดีที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเลย ตำบลร่องจิก เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกแก้วมังกรมากเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดเลย ผลผลิตรวมปีละ 40,000 ตัน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ประมาณ 500-600 ล้านบาท/ต่อปี ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร จะมีการจัดเทศกาลเที่ยวชมแก้วมังกรขึ้นตลอดทั้งเดือนกรกฎาคมนี้
น.ส.อารยา ลาภชีวะสิทธิฉัตร หรือเจ้เล้ง เจ้าของ “เจ้เล้ง พลาซ่า ดอนเมือง” เปิดเผยว่าเดือนพ.ย.ปีก่อน ทางร้านได้จัดพื้นที่ขายข้าวฟรีให้กับชาวนาเป็นเวลา3เดือน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกรณีราคาข้าวหอมมะลิราคาตกต่ำและล้นตลาด ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มสหกรณ์และชาวนานำข้าวสารมาร่วมจำหน่าย ได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ดังนั้นในช่วงวันที่ 28-30 ก.ค.นี้จึงได้จัดงาน “ตลาดนัดนักข่าว” ที่ ร้านเจ้เล้ง พลาซ่า ดอนเมือง ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อเปิดพื้นที่บริเวณหน้าร้านให้นักข่าวที่สนใจค้ามาขายอาหารหรือสินค้าต่างๆ จะได้มีช่องทางในการหารายได้พิเศษ “ดิฉันเข้าใจความทุกข์ของทุกคน เพราะเคยมีความทุกข์ ขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี หนังสือพิมพ์ปิดตัวกันเยอะ สื่ออยู่กันลำบาก การประคองตัวเองค่อนข้างยาก ยิ่งคนอายุ 40 กว่าปีขึ้นไปอาจยากลำบากในการ ตามเทคโนโลยีไม่ทันเด็กรุ่นใหม่ เลยอยากจะช่วยเหลือบรรดาสื่อข่าวปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ทั้งที่มีงานทำและไม่มีงานทำ”เจ้เล้งกล่าวและว่า การจัดงานครั้งนี้มีคนทำสื่อที่มาออกบูธร้านเจ้เล้งพลาซ่า มีทั้งทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ได้มาออกบูธกว่า 20 ร้าน
เป็นพระเอกติดดิน ชอบชีวิตชนบท น้ำ-รพีภัทร ที่ตอนนี้มีละคร มือเหนือเมฆ ออกอากาศ กำลังเข้มข้น เปิดบ้านและชีวิตแบบลูกทุ่งชนบท ที่ จ.นครนายก ที่เจ้าตัวประกาศว่าเป็นที่สุดท้ายที่จะใช้ชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงบั้นปลายหลังเกษียณ โดยบ้านเพิ่งปลูกเสร็จ มีที่ดินบริเวณกว้าง พร้อมฟาร์มไก่ชนที่เจ้าตัวรัก พยายามส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน รวมทั้งมีบ่อเลี้ยงปลา และเตรียมศึกษาที่จะทำนาด้วย ตอนนี้ก็ไปๆมาๆกับกรุงเทพฯ ส่วนลูกชายก็กำลังจะหาที่เรียนแถวๆ บ้าน cr.ที่นี่หมอชิต
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพน้ำเน่าเสีย บริเวณชายหาดพัทยาและท่าเทียบเรือเก่าพัทยาใต้ ปากทางเข้าวอล์กกิงสตรีท หลังสถานีสูบน้ำโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยทางเมืองพัทยาได้นำกำลังลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน พร้อมระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากน้ำฝนที่ไหลบ่ามาจากทิศตะวันออกของเมืองพัทยา ไหลเข้ามารวมในระบบระบายน้ำซึ่งมีปริมาณน้ำเสียค้างท่ออยู่จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะถูกระบายลงสู่ทะเลส่งผลให้เกิดภาพที่สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว กระทั่งต่อมากรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อให้เร่งวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียโดยด่วน เนื่องจากพบว่ามีความชำรุดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถานีสูบทำให้มีปัญหาน้ำเสียค้างท่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากปล่อยไว้ก็อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลในระยะยาวได้ วันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณชายหาดพัทยาและท่าเทียบเรือเก่าพัทยาใต้ หลังเกิดพายุฝนซัดกระหน่ำอย่างหนักในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าสภาพน้ำบริเวณนี้ยังคงมีปัญหาสกปรก ลักษณะขุ่นดำเป็นตะกอนจากสิ่งปฏิกูลที่ไหลมาตามท่อระบบระบายเดิมที่รอการแก้ไข
นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ต่อภาคเกษตรไทยเบื้องต้นของศูนย์ฯ พบว่า แรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบ หรือยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนทั้งระบบ มีประมาณ 1 ล้านราย ในจำนวนนี้มีแรงงานต่างด้าวในภาคเกษตร (เกษตร ปศุสัตว์ และประมง) ที่อยู่นอกระบบ ประมาณ 17% หรือคิดเป็นจำนวน 1.7 แสนราย ดังนั้นการผ่อนผันหลังประกาศพ.ร.บ.แรงงานต่างด้าวฯ ออกไป 6 เดือน ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวภาคเกษตรที่อยู่นอกระบบเดินทางกลับประเทศ หรือ ย้ายกลับถิ่นฐานเดิมของตนเอง ศูนย์ประเมินผลกระทบไว้ 3 กรณี คือ 1. แรงงานต่างด้าวในภาคเกษตรที่อยู่นอกระบบหายไป 5% หรือคิดเป็น 8,500 ราย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร สินค้าพืช จำนวน 434.31 ล้านบาท รองลงมา คือ สาขาประมง 244.80 ล้านบาท และสาขาปศุสัตว์ 174.42 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 853.53 ล้านบาท 2.แรงงานต่างด้าวในภาคเกษตรหายไป 10% หรือ 17,000 ราย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร สินค้าพืช จำนวน 868.62 ล้านบาท รองลงมา คือ สาขาประมง 489.60 ล
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คใช้ชื่อว่า Phakit Chotsombatsakul ได้โพสต์รูปภาพใบเสร็จรับเงินค่าปรับข้อหาใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ (ดูกูเกิ้ล) จำนวน 200 บาท ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี (สภ.เมืองอุดรธานี) พร้อมกับโพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ Youlike (คลิปเด็ด) ข้อความว่า “ดู google map ขณะขับรถโดนจับนะห่ะ เพิ่งรู้ พ.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม คนจับ” จนกระทั่งมีผู้ใช้โซเซี่ยลมีเดียเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประมาณ 10.00 น. ตนได้เข้าเวรทำงานเป็นพนักงานสอบสวนคอยควบคุมการออกใบสั่งในพื้นที่เขตรับผิดชอบสภ.เมืองอุดรธานี ก็ได้ดำเนินการเซ็นต์ใบสั่งดังกล่าวภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดได้ทำการจับกุมชายคนนึง ระหว่างที่ได้มีการเซ็นต์ใบสั่งตามที่ปรากฏดังกล่าวนั้น ทางลูกน้องก็ได้มีการอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้น เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์เล่นไลน์หรือโปรแกรมต่างๆ ในมือถือก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายมีโทษ 400 บาท เพราะห้ามใช้โทรศัพท์โดยเด็ดขาด “แม้กระทั่
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนายฮิโระคิ มิสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เข้าพบว่า เจโทรแจ้งให้ทราบเบื้องต้นถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่น ที่มาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตัวเลขความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมองไปในครึ่งปีหลังนี้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ต้องรอให้ทางเจโทรแถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคเศรษฐกิจจริงจะดีขึ้นจริงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ทั้งการส่งออก การลงทุน ราคาสินค้า การใช้จ่าย และรายได้ของคนมีรายได้น้อย ขณะนี้ทุกคนทราบดีว่าโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไม่ใช่ปัญหา สามารถเดินได้แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องช่วยให้คนมีรายได้น้อยอยู่ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กำลังดูเรื่องนี้อยู่ เช่น การท่องเที่ยวจะต้องไม่กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวปีละ 30 ล้านคน หากกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ จะช่วยให้คนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้น ที่จะมาดูแลเรื่องนี้ กระทรวงอื่น เช่น กระทรวงคมนาคม ก็ต้องเข้ามาช่วยดูแล อำนวยความสะดวกใ
