ข่าววันนี้
ชุดพยัคฆ์ไพร พร้อมด้วย ทหาร และดีเอสไอ ตรวจโครงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศหรูบนเขาเกาะสมุย เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เวลา11.00น. ที่ห้องประชุมกองกำลังรักษาความสงบพื้นที่เกาะสมุย กองทัพภาคที่ 4 พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองเม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ ชุดพยัคฆ์ไพร หน่วยจัดการต้นน้ำเกาะสมุย กรมสอบสวนดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ. ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย เจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.บ่อผุด และเจ้าท่าเกาะสมุย ร่วนประชุมวางแนวทางการจัดระเบียบสังคมบนพื้นที่เกาะสมุย โดยวางกรอบระยะไว้เวลา 45 วัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมประชุมวางแผนในการบังคับใช้กฏหมายกับผู้ที่บุกรุกที่ดินป่าต้นน้ำบนเกาะสมุย ด้วยการบุกรุกแผ้วถางป่า เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย สร้างรีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศบนที่ดินที่เอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้องทั้งเกาะสมุย โดยเริ่มตรวจสอบในพื้นที่ ม.3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย และที่ดิน 7 แปลง ที่ได้ตรวจสอบพบความผิดไปแล้วก่อนหน้านี้ ต่อมาเวลา 13.00น. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร พร้อมด้วย ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่เกาะสมุย กองทัพภาคที่ 4 หน่วยจัดก
นิตยสาร Grazia ของประเทศอังกฤษ ได้จัดอันดับเจ้าหญิงจากราชวงศ์ต่างๆ จากทั่วโลกที่มีสไตล์มากที่สุดผ่านเว็บไซต์ lifestyle.one/grazia ซึ่ง “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” ทรงได้รับการจัดอันดับให้เป็น “เจ้าหญิงที่มีสไตล์มากที่สุด” เป็นอันดับ 1 นิตยสาร Grazia UK ได้ระบุว่า “ถ้าจะมีการมอบรางวัลให้กับแฟชั่นนิสต้าที่ดูมาแรงสุดๆ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จากประเทศไทย เป็นเจ้าหญิงที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีสไตล์มากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่พระองค์ทรงเป็นนักออกแบบแถวหน้าของวงการแฟชั่น และการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ อย่างแชแนล บัลแมง และแอร์เมส พระองค์ทรงไม่กลัวที่จะลองใส่อะไรใหม่ๆ ซึ่งถือได้ว่าพระองค์คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่แฟชั่นในราชวงศ์” ส่วนลำดับที่สอง ได้แก่ เจ้าหญิงแมรี มกุฎราชกุมารีแห่งเดนมาร์ก ลำดับที่สาม คือ เจ้าหญิงมาเรีย-โอลิมเปีย แห่งกรีซ ลำดับสี่ คือ เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ คาซิรากี้ แห่งโมนาโก ลำดับห้า คือ เจ้าหญิงวิคเตอเรีย มกุฏราชกุมารีสวีเดน เป็นต้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อน
คุณ N’Namfon Wipapun ได้โพสต์คลิปบรรยากาศการรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่รุ่นพี่กำลังร้องเพลง กิ่งก้านใบ โดยให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งไปเต้นต่อหน้าเพื่อนๆ ซึ่งทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่สาวคนหนึ่งที่ทำให้เพลงธรรมดาๆ อย่าง กิ่งก้านใบ กลายเป็นเพลงรับน้องที่มีท่าเต้นฮาที่สุดในโซเชียลขณะนี้
โลกออนไลน์ มีการแชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kamol Taveeratana เป็นคลิปเล่าเรื่องการเดินทางไปเข้าห้องน้ำตามป้ายของห้างดังแห่งหนึ่ง ที่ต้องเดินเลี้ยว 6 ครั้ง ถึงจะเจอ โดยเลี้ยวแรก คือเมื่อเห็นป้ายบนชั้น 4 แล้วเดินเข้าไป โดยทางเดินยาวเกือบ20เมตร ก็จะเจอเลี้ยวที่สอง ให้เลี้ยวไปทางซ้าย จากนั้นเดินตามทางไปมากกว่าสิบเมตร จะเจอป้ายให้เลี้ยวซ้ายครั้งเป็นครั้งที่สาม ต่อด้วยป้ายเลี้ยวขวา เป็นครั้งที่สี่ เดินมาอีกนิดหน่อย จะเป็นเลี้ยวขวา ครั้งที่ 5 จากนั้นจะเจอลิฟต์ ให้เลี้ยวซ้าย เป็นครั้งที่ 6 เดินตรงไปอีกหน่อย ก็จะเป็นห้องน้ำ โดยโลกออนไลน์มีการชมและแชร์ต่อจำนวนมาก บางคนแซวว่า หากเป็นคนที่ท้องเสีย มีหวังอั้นไม่อยู่แน่ๆ https://www.facebook.com/kamol.taveeratana/videos/1499755873377846/ ที่มา : มติชนออนไลน์
U DRINK I DRIVE (ยูดริงก์ ไอไดรฟ์) คือ ธุรกิจให้บริการ “พนักงานขับรถ” คอยทำหน้าที่ขับ “รถของลูกค้า”กลับให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก อยู่ที่ “”นักดื่ม” ทั้งชาย-หญิง สำหรับจุดเริ่มต้นของกิจการนี้ เกิดจากแนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นนักธุรกิจไฟแรง ที่ตระหนักตรงกันถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย จึงเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิต หวังลดจำนวนอุบัติเหตุที่ เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่จากสถิติพบว่าประเทศไทยนั้น มีอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก คุณพีท – จิรายุ พิริยะเมธา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE วัยยี่สิบเศษ พกพาบุคลิกมั่นใจสไตล์คนรุ่นใหม่ มาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยอ่อนน้อมเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า เจ้าของแนวคิดการทำธุรกิจในแบบ U DRINK I DRIVE คือ คุณสิ – สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ เพื่อนวัยไล่เลี่ยกันแต่ต่างสถาบัน โดยตัวเขานั้นจบการศึกษาปริญญาตรีด้านการบริหารเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ การบริการรถลีมูซีนให้กับหน่วยงา
เรื่องนี้โพสต์โดยคุณ Mint Wiphawan โพสต์เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะโดยสารรถบัสปรับอากาศที่ขอนแก่นไปนครราชสีมา แต่กลับว่าต้องยืนตลอดทาง และไม่ได้ยืนเพียงคนเดียว มีคนยืนบนรถบัสคันนี้อีกหลายคน ผู้โพสต์ระบุว่า “ตอนนี้เราขึ้นรถอยู่ขอนแก่น แต่เป็นสายอุดร-ราชสีมา ก่อนขึ้นเขาบอกว่าว่างอีกสองคน ก็กำลังจะไปซื้อ เลยมีคนมาซื้อก่อนเราไปสองที่ เราเลยว่าจะไม่ซื้อเลยมีผู้หญิงเดินมาถามว่าหนูจะลงไหน เราเลยบอกไปว่าโคราช แกเลยบอกว่าซื้อตั๋วเลย เราเลยพูดว่ามีคนซื้อไปแล้วที่ว่าว่างสองที่ แกเลยบอกมีที่นั่งอยู่ เดี๋ยวมีคนจัดให้ เราเลยซื้อ พอเราขึ้นรถไปก็เห็นคนยืนเต็มรถ คือก็งงอะไรวะ ไหนบอกมีที่นั่ง ละสุดท้ายกูได้ยืน เหมือนโดนหลอกให้ซื้อตั๋วอะ สงสารทั้งตัวเองและผู้โดยสารคนอื่นๆ จ่ายก็จ่ายนะ เข้าใจว่าขึ้นรถกลางทาง แต่ได้ยืน รอบนี้รอบสองแล้ว ก็ยังงงว่ามาโง่ขึ้นอีกทำไม คนขายตั๋วก็พูดจาไม่เพราะ ไม่รู้นะว่ายืนแบบนี้มันได้หรือผิดอะไรไปรึเปล่า ถ้าเราเข้าใจอะไรผิดหรือโพสต์ไม่ถูกต้องก็ขอโทษด้วยเลยค่ะ จ่ายเงินเกินก็มาตะคอกแล้วทำหน้าใส่อีก *ผู้ชาย* ขอพูดเลยกูคงไม่มาขึ้นรถสายนี้อีก ขอนแก่นโคราชบ่แมนใกล้ๆเด้อวะ ฝากบอก
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากกรณีที่ราคาสับปะรดตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตเพิ่มขึ้นและออกสู่ตลาดพร้อมกัน เกินความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรชาวสวนต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นางทุเรียน รุ่งอรุณเนตร อายุ 51 ปี เจ้าของสวนส้มโอลุงจก ใน ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสวนส้มโอรายใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชาวไร่สับปะรด ประกอบกับที่ผ่านมาเคยประสบความสำเร็จกับการย่างทุเรียนหมอนทองขาย จึงทดลองนำสับปะรดที่มีรสชาติเปรี้ยวไม่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด มาย่างบนเตาถ่าน ก็พบว่าให้รสชาติดี กลิ่นหอมหวาน แถมอร่อยและน่ารับประทาน อีกทั้งยังช่วยลดความเปรี้ยว จึงหันมาย่างสับปะรดขาย พร้อมกับส้มโอ และทุเรียน ที่บริเวณตลาดนัดวัดคริตส์ ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะมาซื้อสับปะรดย่างกันจำนวนมาก ทำให้สับปะรด 1 คันรถปิกอัพ หมดในเวลารวดเร็ว นางทุเรียนเปิดเผยว่า ตนเป็นเกษตรกรชาวสวนส้มโอ เข้าใจหัวอกเกษตรกรด้วยกัน เมื่อทราบปัญหาราคาสับปะรดของชาวไร่ราคาตกต่ำ ตั้งใจอยากช่วยเหลือ จึงใช้ประสบการณ์ในการย่างทุเรียนมาทดลองย่างสับปะรด ก็พบว่ามีกลิ่นหอม
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังเจ้าของฉายานอสตราดามุสเมืองไทย กล่าวถึงข้อซักถามกรณีที่ช่วงนี้คนดังในแวดวงบันเทิงเกิดการเสียชีวิตหลายรายว่าในทางโหรศาสตร์มีอะไรผิดปกติหรือไม่ ว่า ในทางโหรศาสตร์แล้วมีดวงดาวสำคัญคือดาวพฤหัส ซึ่งตอนนี้อยู่ในราศีสิงห์และกำลังจะย้ายเข้าราศีตุลย์ ซึ่งดาวพฤหัสเล็งลัคนาของบ้านเมืองก็คือราศีเมษ อีกทั้งดาวพฤหัสยังเล็งกับดาวมฤตยูจรที่อยู่ในราศีเมษ ทำให้อาจมีผลกระทบกับคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม เพราะดาวพฤหัสเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและอาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ดาวพฤหัสจะย้ายเข้าราศีตุลย์ตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ และอยู่ต่อไปอีก 1 ปี หรือประมาณเดือน ก.ค. 2561 จึงทำให้อาจจะมีผลกระทบกับบุคคลดังหรือบุคคลสำคัญ “ดาวพฤหัสจะเกี่ยวกับคนที่มีความสามารถ รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ทั่วไป และนักการเมือง ซึ่งหมายถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง ดังแบบดังสุด ๆ เป็นที่รู้จักกันมานาน ซึ่งอาจจะไม่ได้เน้นเรื่องของแวดวงดาราบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงนักการเมือง หรืออื่น ๆ ด้วย” นายโสรัจจะ กล่าว หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เปิดเ
กลายเป็นเรื่องราวเตือนใจของสาวๆ ในทันที สำหรับกรณีการเสริมหน้าอกของ ฐิญา-สริณฐิญา แสงประทุม ดาราน้องใหม่ที่กำลังถ่ายทำละครผีฟอร์มยักษ์ “เสน่หานางครวญ” ทางช่อง 8 อยู่ในขณะนี้ ล่าสุด! กำลังเตรียมดำเนินคดีกับคลินิกความงามแห่งหนึ่ง ย่านงามวงศ์วาน ซึ่งอ้างสรรพคุณการรักษาด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์เกินจริง โดยระบุกับคนไข้ว่าจะใช้ไขมันส่วนเกินจากช่วงขา สกัดเป็นไขมันตัวใหม่มาฉีดให้ที่หน้าอก แบบสวยธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ศัลยกรรมแบบซิลิโคน แต่ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนสูงในราคา 4 แสนบาท แม้งานนี้ดาราสาวจะยอมเสียเงินจำนวนค่อนข้างสูง เพื่อแลกกับความงามแบบธรรมชาติ แต่แล้วผลลัพธ์กลับไม่เป็นตามคาด ขนาดหน้าอกไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ครั้นต้องการสอบถามกับหมอเจ้าของเคส กลับไม่ได้รับคำตอบที่เป็นธรรม หลบเลี่ยงการเผชิญหน้า และไม่ยอมคืนค่ารักษาที่ไม่เห็นผลคืนให้ ทำให้เจ้าตัวถึงกับเครียดที่หาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้ ขอเป็นกระบอกเสียงเตือนภัยสาวๆ ที่มักโดนคลินิกความงามหลอกอ้างการรักษาเกินจริง โดย ‘ฐิญา’ เปิดใจถึงกรณีดังกล่าวว่า “ความจริงเราเองก็ไม่ได้อยากจะทำศัลยกรรมด้านนี้ แต่มีความจำเป็นจริงๆ ในเรื่อง
ในอนาคตอันใกล้การเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ด้วยรถยนต์ น่าจะเริ่มคล่องตัวมากขึ้น หลังรัฐลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท สร้างมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง เชื่อมภาคอีสานตะวันตกและตะวันออก ได้แก่ บางปะอิน-โคราช, พัทยา-มาบตาพุด และบางใหญ่-กาญจนบุรี ขณะที่ “กทพ.-การทางพิเศษแห่งประเทศไทย” กำลังเร่งศึกษาทางด่วนสายใหม่รับการเดินทางไปเหนือและอีสาน “จิรุตม์ วิศาลจิตร” ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงกล่าวว่า กทพ. กำลังรออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการทางด่วนสายใหม่ 2 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุน 112,020 ล้านบาท ประกอบด้วย สายฉลองรัช- นครนายก-สระบุรี 104.7 กม. มูลค่าโครงการ 80,594.31 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเวนคืน 7,395.42 ล้านบาท และค่าก่อสร้างและคุมงาน 73,198.89 ล้านบาท รูปแบบเป็นทางยกระดับ 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อทางด่วนฉลองรัชที่ด่านเก็บค่าผ่านทางจตุโชติ บริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) แล้วมุ่งไปทางทิศตะวันออกตัดผ่านถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ จากนั้นเลี้ยวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือตัดผ่านถนนลำลูกกากม. 22+500 และทางหลวงชนบท นย. 3001 ผ่
