ข่าววันนี้
ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักร้านอาหารตามสั่งที่กำลังถูกพูดถึงและโด่งดังในโลกโซเชียลอย่างร้าน เจ๊บุ๋ม กะเพราถาดยักษ์ ที่จังหวัดชลบุรี เห็นแล้วต้องอึ้งและกลืนน้ำลายไปตามๆกัน เพราะอาหารตามสั่งร้านนี้มีความแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ยกเมนูที่คนไทยแสนคุ้นเคยอย่างผัดกะเพรามาเสริฟใส่ถาด แถมอัดแน่นทั้งปริมาณและเด็ดทั้งรสชาติ ไม่แปลกที่จะมีลูกค้าอยากมาลิ้มลองให้จุกกันไปข้าง ข่าวสดอิ่มอร่อย เดินทางไปที่ร้านอาหารตามสั่ง เจ๊บุ๋ม กะเพราถาดยักษ์ เมื่อไปถึงก็ได้กลิ่นผัดกะเพราหอมคละคลุ้งไปทั่วทั้งร้าน และพบกับลูกค้าที่แน่นขนัดรอลิ้มรสความอร่อยจนเต็มร้าน ถึงขั้นมีลูกค้าบางส่วนยืนต่อคิวเพื่อรอทานเลยทีเดียว น.ส.สุพิศ เทาศิริ หรือเจ๊บุ๋ม อายุ 28 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า ร้านกะเพราถาดยักษ์เปิดมาได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น เดิมตนเป็นสาวโรงงาน แต่ด้วยความใจรักในการทำอาหารเลยมาเปิดร้านอาหารตามสั่ง ที่เน้นเรื่องรสชาติและปริมาณ แต่อยากหาจุดเด่นให้ลูกค้าสนใจ แว๊บแรกคิดได้ขึ้นมาว่าเมื่อตอนตนเป็นเด็กใช้จานข้าวสังกะสีเป็นภาชนะในการทาน เลยยกความคิดนี้ขึ้นมา นำถาดสังกะสีมาเป็นภาชนะแทนจานพลาสติก และเอาใบตองมารองถาด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. แจกคูปองดิจิตอลทีวีล็อตใหม่จำนวนทั้งสิ้น 3,984,662 ใบ ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.- 2 ก.ย. 2560 สำหรับครัวเรือน 4 กลุ่ม ที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองในล็อตนี้ ได้แก่ 1.ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แจกคูปองครั้งแรก แต่ไม่ได้รับคูปองดังกล่าว (เฉพาะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งคืนสำนักงาน กสทช.) 2.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและมีเจ้าบ้านซึ่งมีขึ้นภายหลังวันที่ 16 ก.ย. 2557 3.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ที่มีผู้อยู่อาศัย แต่ไม่มีเจ้าบ้าน 4.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว และมีเจ้าบ้าน การแจกคูปองครั้งนี้ กสทช. ได้เปลี่ยนแปลงการแจกคูปองดิจิตอลทีวีเป็นระบบใหม่ โดยใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดเท่านั้นในการตรวจสอบและใช้สิทธิ์แลกรับกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ หรือใช้เป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่สามารถรับสัญญาณดิจิตอลในตัว หรือใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อกล่องไฮบริด ณ จุดให้บริการ โดยบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดจะเป็นตัวเชื่อมต่อกับร
พาชมโรงงานต้นแบบ ผลิตหมอนยางพารา สหกรณ์บึงกาฬ อีกหนึ่งตัวอย่างแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง โดยการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า คืออีกหนึ่งวิธีการลดความเสี่ยง และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เช่นที่ จ.บึงกาฬ ที่มีการรวมกลุ่มสหกรณ์โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัด และแกนนำท้องถิ่น ก่อให้เกิดโรงงานผลิตหมอนต้นแบบยางพาราที่ได้มาตรฐานแห่งแรกของบึงกาฬและภาค อีสาน จะเป็นอย่างไรนั้นทีมข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์ พาชมการผลิตจากโรงงานต้นแบบได้ในคลิปนี้
เอกซ์ตรีมเทครายงานว่า แอปเปิ้ล ผู้พัฒนาไอแพด แท็บเล็ตชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เตรียมเปิดตัวไอแพดที่จะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ หรือราวไตรมาสที่ 2 โดยข่าวลือนี้มาจากเว็บไซต์ แม็ก โอตากะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมักมีความถูกต้องสูง โดยไอแพดรุ่นใหม่ ได้แก่ ไอแพด มินิ (7.9 นิ้ว) และโปร (9.7 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว) รวมทั้งไอแพดรุ่นพิเศษที่ยังไม่เปิดเผยขนาด 10.5 นิ้ว พร้อมความละเอียดหน้าจอที่มากขึ้น โดยจุดประสงค์ของการรีเฟรชครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตลาดแท็บเล็ตที่เริ่มเสื่อมความนิยม หลายแบรนด์ไม่เว้นแม้แต่แอปเปิ้ลมียอดจำหน่ายแท็บเล็ตลดลงต่อเนื่อง และผู้บริโภคเริ่มไม่สนใจอัพเกรดรุ่นแท็บเล็ตของตัวเอง
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในงานแสดงการเงินการลงทุนยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ปีที่ 2 หรืองานMoney 360องศา XPO 2017 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถึงการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย หรือลงทะเบียนคนจน เพื่อจะได้รับสิทธิประสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากรัฐ ว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ในวันที่ 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2560 นี้ โดยเปิดลงทะเบียนเพิ่ม 2 ช่องทาง ผ่านคลังจังหวัด และสำนักงานเขตในกรุงเทพฯ จากที่ผ่านมาเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเพียงธนาคารของรัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วในรอบแรก ก็ต้องมาลงทะเบียนใหม่ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยก็สามารถมาลงทะเบียนในรอบดังกล่าวได้ โดยคุณสมบัติของรายได้ยังเหมือนเดิม ขณะเดียวกันผู้พิการและผู้สูงอายุก็ต้องมาลงทะเบียนเช่นกัน ซึ่งจะประสานผ่านกระทรวงมหาดไทย “เมื่อมาลงทะเบียนแล้ว จะมีการออกบัตรประจำตัวให้กับผู้มีรายได้น้อย หลังจากลงทะเบียนจะใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนแล้วจึงจะออกบัตรให้ ขณะนี้กำลังคุยกับธนาคารกรุงไทยที่จะทำบัตรดังกล่าว ส่วนค่าธรรมเนียมนั้นมองว่าไม่อยากให้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 มีร้านขายสเต็กแห่งหนึ่ง ขายในราคาเพียง 29 บาทเท่านั้น ทำให้มีลูกค้าแห่เข้ามาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก โดยร้านดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนชยางกูร เลขที่ 512 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ร้านอยู่ด้านข้างห้างสรรพสินค้าสุนีย์ทาวเวอร์นั้นเอง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นห้องแถวชั้นเดียว เปิดหน้าร้านให้ลูกค้านั่งได้ โดยติดป้ายชื่อร้านลิ้นจี่สเต็กไว้ที่หน้าร้าน จากการสอบถามนางสาวถกลกาญจน์ เกิดสิริ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน ทราบว่า เปิดร้านมานานกว่า 10 ปีแล้ว และขายในราคาปกติทั่วไป โดยเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้ไปร่วมทำความดีถวายพ่อหลวง โดยนำเอาสเต็กไปให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ทาน ซึ่งตนทำเป็นชิ้นเล็กแบ่งใส่จานเพื่อให้ทั่วถึงทุกคน และตนก็เห็นว่า ทุกคนที่นำไปรับประทาน ก็อิ่มพอดี จึงมีความคิดพร้อมกลับมาปรับราคาสเต็กที่ร้านลดลงและทำชิ้นสเต็ก จากเดิมใช้เนื้อชิ้นใหญ่ ก็หั่นให้เป็นลูกเต๋า ก่อนเสิร์ฟลูกค้าและก็ได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งมีทั้งนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป หากถามว่าได้กำไรไหม ก็พอได้บ้าง อาจจะน้อย แต่ก็อยู่รอดได้อย่างสบาย สำหรับร้านลิ้นจี่สเต
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2560) นางยศธร ชินรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ประจำปี 2559 พร้อมทั้งเปิดการอบรมและทดสอบฯ ประจำปี 2560 รุ่นที่ 1 เพื่อประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 ณ ห้องเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี อาคารสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่ในการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประชาชนผู้ประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า ซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีความจำเป็นต้องมีทักษะความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันอันตรายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงาน อีกทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายช่วยดูแลระบบไฟฟ้าในชุมชนได้อย่างทันท่วงที จึงได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร (วัดธาตุทอง) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดการอบรมทดสอบและสัมภาษณ์ เพื่อประเมินขอหนังสือรับ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยโครงการ วิลเลจ ทู เดอะ เวิลด์ ซึ่งเป็นไอเดียใหม่ของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยกลุ่มบริษัทต่างๆ มีการเชิญหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาร่วมกิจกรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในกิจกรรมคือ การเรียนรู้การทำน้ำตาลที่หมู่บ้านริมคลองผีหลอก หมู่ที่ 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านริมคลองโฮมสเตย์ นายสมชาย สมุทรทองคำ ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 71 ปี กล่าวว่า ขั้นตอนการทำน้ำตาล เริ่มจากการเก็บน้ำตาลมะพร้าวจากงวง แล้วกรองเศษไม้ออก จากนั้นตั้งกระทะเคี่ยวให้เดือด ช้อนฟองออก ใช่เวลาเคี่ยวราว 1 ชม. จากนั้น กระทุ้งน้ำตาลที่งวดได้ที่ เพื่อลดอุณหภูมิ ตามด้วยการหยอดลงแม่พิมพ์ให้ได้รูปตามต้องการ นานสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ในอดีต ชาวบ้านแถบนี้ หากจะส่งลูกเรียนจบ ต้องทำน้ำตาลถึง 10 ตัน ราคาเฉลี่ยในยุคนั้นตกราว กก.ละ 3 บาท สำหรับปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ กก.ละ 120 บาท “ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือ กลัวจะไม่มีคนสืบทอด เพราะเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านพอเรียนหนังสือจบ นิยมไปทำงานที่กรุงเทพฯโรงเรียนในชุมชนก็ไม่ส่งเด็กมาเรียนรู้
นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ เผยว่า ได้จัดประชุมภายใต้หัวข้อ ‘นวัตกรรมเพื่อชุมชน สู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน’ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ซึ่งมีผลงานการวิจัยและนวัตกรรมจำนวนมาก โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องอาชีพของชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไฮไลต์ของปีนี้คือ การนำเสนอหนอนแม่โจ้ (BSF) ที่เป็นโปรตีนจากแมลงเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับคนและสัตว์ “หนอนที่ว่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการกำจัดขยะอินทรีย์พวกเศษพืชผัก ผลไม้ ซึ่งมีโปรตีนสูงและมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่ผ่านมามีผลงานวิจัยออกมาแล้ว โดยนำไปเลี้ยงสัตว์ที่เน้นสีสวยงาม อย่างเช่น ปลา และไก่ชน ปรากฏว่าให้สีที่สวยงาม ปัจจุบัน มีฟาร์มเลี้ยงหนอนชนิดนี้แห่งแรกอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมี อบต. หลายแห่งสนใจนำไปเลี้ยง ส่วนกรณีที่จะใช้เป็นอาหารของคนนั้นกำลังทำงานวิจัยอยู่ จะเน้นในรูปของการแปรรูปมากกว่า ไม่ใช่ทานเป็นตัวๆ แบ
วันที่ 24 ก.พ. ที่บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร
