ข่าววันนี้
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเทรนด์วัฒนธรรมใหม่ของคนไทย ที่ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พากันปรับตัวกันอย่างกว้างขวาง ไว้อย่างน่าสนใจ “TGM Research ระบุว่า กว่า 70% ของครัวเรือนไทยมีสัตว์เลี้ยง สอดคล้องกับผลสำรวจของ CRC Voice Share ที่พบว่า กว่า 65% ของคนที่เลี้ยงสัตว์ มองว่าสัตว์เลี้ยง คือสมาชิกในครอบครัว ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นภาพการท่องเที่ยวที่มีสัตว์เลี้ยงออกเดินทางไปพร้อมกับเจ้าของเพิ่มมากขึ้น เทรนด์นี้สะท้อนวัฒนธรรมใหม่ของคนไทยที่มองว่าสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สิ่งที่เลี้ยงเอาไว้” แต่คือ “สมาชิกในครอบครัว” โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เริ่มใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงในฐานะครอบครัว หลายคนเลือกไม่แต่งงาน หรือยังไม่อยากมีลูก แต่กลับทุ่มเทเวลาและเงินให้กับสัตว์เลี้ยงแทน ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการปรับตัว เปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Pet-Friendly ตั้งแต่ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยง รีสอร์ตที่เปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เชิญชวนทุกคนมาเติมความสุขรับลมหนาว ท่ามกลางความงดงามของ ทุ่งดอกทานตะวันบานสะพรั่งกว่า 5 ไร่ ในงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 45 นาที! งานนี้ เข้าชมฟรีทุกวัน! ภายในงาน ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับทุ่งทานตะวันสีเหลืองสดใส โซนจัดแสดงพืชผักและไม้ดอกหลากหลายชนิด ฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร และโซนสินค้าชุมชนคุณภาพดีให้เลือกช้อปอย่างเพลิดเพลิน งานนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินรับลมหนาวที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว คนรัก และกลุ่มเพื่อนสายคอนเทนต์ที่ชอบเก็บภาพ เพราะทุกมุมของงานอบอวลไปด้วยความสดชื่นและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พิเศษ! ผู้เข้าชมยังสามารถรับ ต้นกล้าผักและไม้ดอกหลากหลายพันธุ์ฟรี เพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้าน เสริมพื้นที่สีเขียว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาด! นอกจากจะได้รูปสวยๆ ท่ามกลางทุ่งทานตะวันแล้ว
จากการแถลงข่าว โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เรื่อง “โครงการสร้างอาชีพและต่อยอดภูมิปัญญาวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 13 สาขา” นายโสวัฒน์ อยู่คงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น มุ่งส่งเสริมพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ให้สามารถพึ่งพาตนเอง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ ทั้งนี้ ในการส่งเสริมและพัฒนากองทุนหมู่บ้านในแต่ละพื้นที่ มีกลไกในการบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามวิถีและภูมิปัญญาตนเองของชุมชน เพื่อลดความไม่เสมอภาคในการกระจายรายได้ และการพัฒนาเมืองให้มีความน่าอยู่ยั่งยืน พร้อมรับมือและปรับตัวท่ามกลางสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ที่เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความรู้และการเสริมทักษะที่สำคัญ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหา
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า ตั้งฮั่วเส็ง แบรนด์ค้าปลีกสรรพสินค้าของไทย ประกาศผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Tang Hua Seng Group โดยระบุว่า “วันนี้ (20 พ.ย. 2568) ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู เปิดบริการวันสุดท้าย ขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุน” ทั้งนี้ แอดมินของเพจ ตอบคอมเมนต์หนึ่งที่สอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงของอาคารหลังเลิกกิจการ โดยระบุว่า อาคารดังกล่าวถูกขายให้กับเจ้าของใหม่แล้ว ยังไม่ทราบว่าจะทำอะไรต่อ ขณะที่สินค้าในแผนกงานฝีมือ จะเปิดให้สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (24 พ.ย. 2568) สำหรับ ตั้งฮั่วเส็ง ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2505 เปิดให้บริการกว่า 63 ปี ถือกำเนิดมาจากร้านห้องแถวเล็กๆ ในย่านบางลำพู เป็นร้านขายเครื่องเย็บปักถักร้อย อุปกรณ์การทำงานฝีมือ ด้วยจุดเด่นที่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ จนกลายเป็นเจ้าแห่งเรื่องเย็บปักถักร้อยในยุคนั้น เดิมชื่อ “ห่วงเส็ง” (ปี พ.ศ. 2497) ช่วงแรกๆ เปิดเป็นร้านขายถ้วยชาม แต่ตอนหลังเปลี่ยนมาเป็นขายเครื่องเย็บปักถักร้อย และเป็นร้านแรกในย่านบางลำพู เมื่อกิจการ “ห่วงเส็ง” เจริญรุ่งเรือง “อุดม จุนประทีปทอง” และลุงเขยก็ช่วยกันขยับขยายกิจก
นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย ติง นายเอกนิติ เรื่องการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 8.5% ในปี 2571 และเป็น 10% ในปี 2573 ซึ่งตนไม่คัดค้าน เพียงแต่ให้ทบทวนการปรับขึ้นในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนภายในประเทศเป็นวงกว้าง และจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงได้ เช่น ภาคธุรกิจร้านอาหาร และสินค้าบริโภค จำพวกอาหาร เป็นต้น ในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่นก็ตาม รัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่แตกต่างกันไป เช่น ประเทศในยุโรปภาษีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 20% แต่สำหรับร้านอาหารและอาหารจะอยู่ที่ 9-13% เพื่อไม่ให้กระทบการบริโภคของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งร้านอาหาร SMEs ที่อยู่ในระบบ จะไม่ค่อยมีภาษีมูลค่าเพิ่มขาซื้อ เพราะวัตถุดิบสินค้าการเกษตรและของสดไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ร้านอาหารจะไม่มี VAT นำไปหักลบกับ VAT ขายได้เลย จึงทำให้ทุกวันนี้สภาวะการแบกต้นทุน ภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจร้านอาหารสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมภาษีต่างๆ ในแต่ละปีอีก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม
จากสถานการณ์น้ำท่วมสูง สร้างความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ ล่าสุด ร้านอาหารดังริมน้ำ อย่าง “บ้านท่าน้ำนนท์” ซึ่งตั้งอยู๋เลขที่ 370 ม.5 ซอยพิบูลสงคราม 21 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ถึงกับทนไม่ไหว ต้องส่งข้อความผ่านทางไลน์ถึงลูกค้า มีข้อความว่า “ประกาศต้องการลูกค้าด่วน ถึงด่วนที่สุด เพราะเดือนนี้ “บ้านท่าน้ำนนท์” ปิดไปหลายวัน จากสถานการณ์น้ำท่วมสูง มาเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าแรงลูกน้องแล้วค่ะ ที่ดีคือ ตอนนี้ชั้นสอง ระเบียงสวย ลมเย็นสบาย ร่มรื่นนั่งได้ทั้งวัน การเดินทางมาจอดรถสะดวก ไม่มีน้ำท่วม ทางเดินสามารถเข้ามาใช้บริการโดยไม่ต้องลุยน้ำ เพราะว่าทำสะพานให้ทุกท่านสะดวกเดินถึงชั้นสองแบบสบายสบายค่ะ” พร้อมทั้งแนบภาพถ่ายบริเวณร้านชั้นสอง ที่สามารถรองรับลูกค้าได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกท่าน ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ได้โดยเร็ว
“ตลาดบิวตี้ไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น LINE ประเทศไทย จัดงาน LINE BEAUTY TECH 2025 เวทีเสวนาเปิดโลกธุรกิจความงามในมุมมองใหม่ รวมผู้นำจากวงการความงามระดับโลกและไทย ร่วมถอดบทเรียนและอัปเดตเทรนด์สำคัญแห่งปี ตลาดความงามไทยแตะ 1.7 แสนล้าน คุณเปรียว คเนจร ณ อยุธยา หัวหน้าทีมที่ปรึกษาธุรกิจ Personal Care, LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ข้อมูลจาก Custom Market Insight ตลาดความงามของไทยในปีนี้มีมูลค่าอยู่ที่กว่า 170,000 ล้านบาท และคาดจะเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2034 ในอัตรา 5.45% ต่อปี โดยแบรนด์ต้องเผชิญการแข่งขันที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้บริโภค ขณะที่เทรนด์ Health & Self-Care ทำให้ผู้บริโภคทั้งชายหญิงและในหลากหลายช่วงอายุหันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิม จนแบรนด์ต้องหันมาแข่งขันกันที่ “ความเข้าใจ” เพื่อสร้าง “ความสัมพันธ์” การทำ CRM จึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่แบรนด์ควรใส่ใจอ
บอส คอฟฟี่ กาแฟพร้อมดื่ม ภายใต้เครื่องหมายการค้า บอส (BOSS) โดยบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เอาใจคอกาแฟสายเข้ม เปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุด “บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ” (BOSS Coffee Double Espresso) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ เข้มขั้นสุด สมูทแบบมีระดับ ของการดื่มด่ำความเข้ม x2 จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ของกาแฟพร้อมดื่มในประเทศญี่ปุ่น(1) ผลิตด้วยเทคนิคการสกัดแบบชงร้อนและล็อกเย็นผ่านกรรมวิธี แฟลช บริว (Flash Brew) ซึ่งจะช่วยสกัดความเข้มข้น รสชาติละมุน และล็อกความหอมกรุ่นจากกาแฟไว้ได้อย่างลงตัว มอบรสสัมผัสที่นุ่มลื่น ดื่มง่าย และกลมกล่อมในทุกอณู เพื่อคอกาแฟที่หลงใหลในรสชาติเอสเพรสโซแท้ พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของวันให้พร้อมอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่เร่งรีบ ก่อนประชุมสำคัญ หรือช่วงบ่ายที่ต้องการเติมพลัง บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ คือเพื่อนคู่ใจที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกช่วงเวลาสำคัญในทุกๆ วัน ร่วมสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์เอสเพรสโซจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี กับ บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ ได้แล้
เพราะเราเชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นจาก “คน” บ้านปู ร่วมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ด้วยพลังของการโค้ชชิ่งเชิงลึก สู่การปลดล็อกศักยภาพ “เพลินไพร” ธุรกิจชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสมุนไพรและแนวคิดเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างแบรนด์ให้เติบโตไปพร้อมชุมชนได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ไม่ได้เพียงบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมในระยะเริ่มต้น (Incubation Program) เท่านั้น แต่ยังเน้น “เร่งศักยภาพการเติบโต” ของผู้ประกอบการในระยะขยายผล (Acceleration Program) ให้สามารถยกระดับการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่กว้างขวางและยั่งยืนยิ่งขึ้น ในปีนี้ โครงการฯ ได้ปรับรูปแบบ Acceleration Program จากกิจกรรมที่เน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุน มาสู่การพัฒนา “คุณภาพการเติบโต” ของกิจการในเชิงลึก ผ่านแนวทาง โค้ชชิ่งเชิงลึก (Precision Coaching) หรือการ “โค้ชแบบเฉพาะบุคคล” ที่ออกแบบกระบวนการให้เหมาะกับแต่ละกิจการ โดยอาศัยการวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา พร้อมการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการ เพื่อค้นห
#NEWSUPDATE กับแวดวงธุรกิจสมุนไพรไทยมูลค่านับแสนล้าน ล่าสุด คุณสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยาดมสมุนไพร ที่สุ่มเก็บตัวอย่างพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในรายการ Total Aerobic Microbial Count, Total Combined Yeasts and Mould Count และ Clostridium spp. ซึ่งมีปริมาณเกินกว่าค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564 ว่า ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านสมุนไพรเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากปกติผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เครื่องสำอาง อาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสี ซึ่งปัจจุบันเครื่องฉายรังสีในประเทศไทย มีอยู่จำนวน 10 เครื่อง ในขณะที่ตลาดสมุนไพรในประเทศไทย เติบโตอย่างมาก และได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ ทำให้ความต้องการใช้บริการเครื่องมีมากกว่าจำนวนเครื่อง ดังนั้น ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม จึงจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการรวบรวมผู้ให้บริการเครื่องฉายรังส
