ข่าววันนี้

แกร็บเตรียมปล่อยสินเชื่อ! “Grab Quick Cash” เจาะกลุ่มผู้ใช้งานแอปฯ วงเงินสูงสุด 20,000 บาท ผ่อนได้ 6 เดือน

แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” โดยยังคงรักษาสมดุลของอีโคซิสเต็ม พร้อมสานต่อกลยุทธ์ “Barbell Strategy” นำเสนอบริการที่หลากหลายในราคาเข้าถึงได้ เพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นอีกปีที่แกร็บสามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาด อันเป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลก รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ 

อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด ทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดดีลิเวอรีในประเทศไทย โดยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ รักษาคุณภาพและมาตรฐานของการให้บริการ พร้อมปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

“โดยเราต้องการให้ราคาของแกร็บเข้าถึงผู้บริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็น การส่งแบบ Saver หรือ Grab Bike Saver ที่ราคาเริ่มต้น 19 บาท ซึ่งส่งผลให้มียอดความถี่ในการสั่งออร์เดอร์โตขึ้น 19% ทำให้ผู้ใช้หนึ่งคน ใช้แกร็บมากขึ้น 8% และคนที่ใช้แกร็บทุกวันมีการเติบโตถึง 37% ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนกลยุทธ์เมื่อปี 2568 Every Day Low Prices”

ปีที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จอย่างมากกับการขยายบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับราคา ในยุคที่ทุกคนต้องรัดเข็มขัด โดยมีอัตราการใช้บริการที่เติบโตสูงขึ้นกว่า 250% หรือ 3.5 เท่า สะท้อนกับกลยุทธ์ Barbell Strategy เป็นการยกน้ำหนักที่บาลานซ์ระหว่างความคุ้มค่ากับคุณภาพ 

สำหรับธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี เรานำเสนอความคุ้มค่าผ่านการทำแคมเปญและโปรโมชันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ดีลลดแรงทุกวัน (Hot Deals) บริการส่งแบบประหยัด (SAVER Delivery) การทำแคมเปญประจำสัปดาห์-เดือน มีการเติบโตถึง 77% รวมถึงแคมเปญใหญ่อย่าง Mega Sale ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 6.9 พันล้านบาท

ขณะเดียวกันเรายังคงรักษาฐานลูกค้าในกลุ่มพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความหลากหลายของร้านอาหารผ่านแฟลกชิปแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp และ Only at Grab โดยปัจจุบันมีร้านอาหารในกลุ่มนี้มากกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการสนับสนุน ‘โครงการคนละครึ่งพลัส’ ของรัฐบาล ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงสร้างรายได้ให้กับไรเดอร์และผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยมีร้านที่เข้าร่วมโครงการกับแกร็บ 39,000 ร้าน และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านเหล่านั้นได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า โดยแกร็บเผยว่าร้านที่ขายดีที่สุดในช่วงโครงการ คือ ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ ที่สร้างยอดขายถึง 1.64 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 (e-Conomy SEA 2025) โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดดีลิเวอรี ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา 

ขณะที่รายงานด้านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดดีลิเวอรีในประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22% โดยทุกๆ วันนี้มีคนออร์เดอร์ฟู้ดดีลิเวอรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงถึง 9.5 ล้านออร์เดอร์ เฉลี่ยต่อวัน แกร็บเป็นมาร์เก็ตแชร์ที่มากกว่า

ในปี 2569 แกร็บมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมายภายใต้แนวคิด ‘Winning with Purpose Together’ โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 มิติหลัก นั่นคือ 

1. การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth) 

2. การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) 

3. การสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย

ในด้านธุรกิจ เราจะยังเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 ซึ่งตอนนี้ทางแกร็บมี Friend of Grab ที่เด็กที่สุดตั้งแต่แกร็บมีมา นั่นคือ ‘น้องเกล’ ที่มาช่วยโปรโมตแคมเปญ ถูกกว่าชัวร์ ซึ่งมียอดผู้เข้าใช้งานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Group Ride ที่ช่วยให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น ชวนผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังเมนูเด็ดในฐานะ Eatfluencer เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์และช่วยเพิ่มการมองเห็น

ของร้านอาหารต่างๆ รวมถึงฟีเจอร์ Basket Builder ตัวช่วยด้านการช้อปปิ้งที่ทำให้การเติมสต๊อกสินค้าประจำวันผ่าน GrabMart เป็นเรื่องง่ายขึ้นเพียงแค่พิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการได้ในตะกร้าสินค้า

นอกจากนี้ แกร็บยังรุกตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ อย่างกลุ่มคนนอนดึก โดยเลือก สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ยูทูบเบอร์คนดังเจ้าของช่อง Antihero Thailand มาร่วมเป็นครอบครัว Friend of Grab คนล่าสุดเพื่อจับกลุ่มคอบอล การส่งแพ็กเกจ GrabForStudent ที่มัดรวมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี 

รวมถึงการทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งถือเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาทและผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน“สำหรับสินเชื่อGrab Quick Cash จะไม่ได้ให้ทุกคน โดยจะพิจารณาจากคุณสมบัติ ดังนี้ อย่างแรกต้องมีอายุมากกว่า 20 ปี รวมถึงใช้แกร็บมาอย่างน้อย 3 เดือน และมี Credit Scoring ที่ดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยจะเปิดตัวประมาณเดือนเมษายน”

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
รู้จัก Food Economy อาหารหนึ่งจาน สร้างมูลค่ามากกว่าที่คิด เชื่อมเกษตรกร เอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปั้น SME ไทยสู่ AI-First Commerce ยกระดับผู้ประกอบการไทยแข่งขันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
เทศบาลนครรังสิต จัดอบรมขนมไทยชาววัง สร้างอาชีพสู่ชุมชน
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026”