ข่าววันนี้
แม้จะเป็นที่คาดกันว่าเจเนอเรชั่นแรกที่เกิดในยุคดิจิทัล น่าจะมีแนวโน้มการซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า แต่ผลการศึกษาล่าสุดโดยไอบีเอ็ม และสหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation : NRF) ของสหรัฐอเมริกา กลับพบว่า ชาวเจเนอเรชั่น Z 98 เปอร์เซ็นต์ชื่นชอบการซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าการซื้อออนไลน์ โดยร้อยละ 66 จะเลือกร้านที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพ และมีของพร้อมขายเสมอ ขณะที่ร้อยละ 65 ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าที่ได้รับ นอกจากนั้น ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นอีกว่า ร้อยละ 52 ของผู้บริโภคเจน Z พร้อมจะเปลี่ยนความจงรักภักดีจากแบรนด์หนึ่งไปอีกแบรนด์หนึ่ง หากคุณภาพของแบรนด์ไม่ได้มาตรฐาน จากการศึกษา “Uniquely Gen Z” โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute of Business Value) เป็นการสำรวจกลุ่มเจน Z ช่วงอายุ 13-21 ปี มากกว่า 15,000 คน ใน 16 ประเทศ โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้เกิดในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และ 2000 ถือเป็นกลุ่มที่เกิดในยุคดิจิทัล และเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยรู้จักกับโลกในยุคก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ เจน Z จึงมีกำลังซื้อถึง 154,000 ล้านบาท โดยร้อ
โรงงานในสหรัฐฯ แห่งนี้สามารถผลิตขวดแก้วได้ถึง 3 ล้านขวดในหนึ่งวัน โดยขั้นตอนแรกนำขวดแก้วที่ใช้แล้วมาทุบให้แตก และใส่มันลงในเครื่องผสม ที่ต้องผสมส่วนประกอบสำคัญอีก 3 อย่างคือ ทราย หินปูน และโซเดียมคาร์บอเนต ส่วนขั้นตอนต่อมาจะเป็นอย่างไรนั้น ชมคลิป
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2559 ฉบับแก้ไข ของบีโอไอ มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือใหม่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่ไทยต้องการ โดยมีสาระสำคัญ ตือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 13 ปี สำหรับกิจการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา(อาร์แอนดี) จากเดิมที่เคยได้รับการยกเว้นสูงสุดไม่เกิน 8 ปี โดยยืนยันว่าไม่ได้ทุกกิจการ นอกจากนี้มีการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราไม่เกิน 50% ของอัตราปกติ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี สำหรับกิจการที่ควรได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้แทนการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล นางหิรัญญากล่าวว่า บีโอไอยังให้สิทธิแก่ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้สามารถหักเงินที่ใช้ไปในการลงทุนในการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากกำไรสุทธิได้ เป็นเครื่องมือใหม่ที่บีโอไอไม่เคยใช้มาก่อน และการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่ผู้ได้รับการส่งเสริมฯนำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการทดสอบที่เกี่ยวข้อง
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) ได้มีการประชุมพิจารณาแผนการนำเข้าไก่ไข่พันธุ์ ปี 2560 โดยที่ประชุมได้กำหนดปริมาณนำเข้าปู่-ย่าพันธุ์ไก่ไข่ (จี.พี.) 6,000 ตัว และการนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ (พี.เอส) 600,000 ตัว และกำหนดปริมาณพี.เอส.ปีนี้ให้คงปริมาณเท่าปี 2559 พร้อมทั้งให้แต่ละบริษัทจัดทำแผนการนำเข้าและรายงานให้กรมปศุสัตว์ทราบ ส่วนปริมาณนำเข้าจี.พี.ให้กำหนดสอดคล้องกับปริมาณพี.เอส.ที่ใช้ในประเทศตามแผนปริมาณปี 2559 นายธีรภัทร กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการ กำกับดูแลการเลี้ยงไก่ไข่พันธ์ ปี 2560 และข้อตกลงการเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ คือ 1.ผู้เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ต้องขึ้นทะเบียนฟาร์มไก่ไข่พันธุ์กับกรมปศุสัตว์ 2.ไก่ไข่พันธุ์ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ 3.แสดงข้อมูลการนำลูกไก่ไข่พันธุ์เข้าเลี้ยงตรงตามข้อเท็จจริง 4.ให้คณะทำงานตรวจสอบปริมาณการเลี้ยงฟาร์มไก่ไข่พันธุ์เข้าตรวจฟาร์มตามระยะเวลาที่กำหนด 5.ปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด และ6. มีมาตรการควบคุมและลงโทษสำหรับผู้เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ที่ไม่ปฏิบัติตา
นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะประชุมในวันที่ 30 มกราคมนี้ จะมีการพิจารณาตัดโควตาบุคคลที่นำสลากไปขายรวมชุด และจำหน่ายราคาเกิน 80 บาท/ใบ หลังจากพบพฤติกรรมแล้วกว่า 100 ราย ทั้งในโควตาของบุคคลธรรมดา และโควตาองค์กรการกุศล พร้อมกันนี้จะพิจารณาออกระเบียบการขายรวมชุด ที่จะกำหนดบทลงโทษขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่ขึ้นบัญชีดำ(แบล็กลิส) จนถูกตัดโควตาตลอดชีวิต ไม่ให้เป็นคนขายสลากฯ อีก หากมีการทำผิดซ้ำถึง 3 ครั้ง โดยจะนำโควตาที่ยึดคืนมาออกขายให้แก่บุคคลทั่วไปผ่านระบบการสั่งซื้อสั่งจองทางตู้เอทีเอ็ม ที่ปัจจุบันนี้มียอดโควตาเพิ่มให้จากเดิม 60,000 คู่ เป็น 90,000 คู่แล้ว เพื่อทำให้ระบบเข้าสู่สมดุล “ตามกำหนดราคาสลากฯขายคู่ละ 80 บาท แต่ยอมรับว่าบางงวด ที่มีเลขเด็ด อาจมีราคาสูงขึ้น เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความตกลงร่วมกัน ถือเป็นเรื่องปกติ ในบางงวด ถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ในส่วนของการรวมชุดสลากฯนั้น ถือว่าราคายังสูงเกินไป ซึ่งสำนักงานฯไม่มีกฎหมายห้ามการรวมชุด แต่ปัจจุบันเริ่มมากขึ้นและมีการร้องเรียนมา แม้สถานการณ์การรวมชุดเริ่มดีขึ้น หลังจากที
นางชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เปิดเผยถึงความพร้อมของน้องน้ำตาลล่าสุดว่า น้องมีความพร้อมมากๆ ค่ะ ได้คุยกับน้องน้ำตาลน้องไม่มีความกังวลใดๆ และยังฝากขอบคุณไปยังคนไทยและแฟนนางงามทุกคนที่เป็นกำลังใจในการประกวดครั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้มองแค่ว่าน้องน้ำตาลเข้ารอบกี่คน แต่ความพร้อมของน้องสามารถไปถึงรางวัลสูงสุด นั่นก็คือมิสยูนิเวิร์ส 2016 เพราะพัฒนาการของน้องไปไกลมาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าจะเลือกใคร ในส่วนของภาษาอังกฤษที่ต้องใช้สื่อสารนั้น ถ้าเทียบกับตัวเก็งทั้งหมด น้องน้ำตาลถือว่าพูดได้ดีกว่าหลายๆ คน และในวันพรุ่งนี้อยากให้คนไทยช่วยกันโหวตเพื่อเชียร์น้ำตาลในรอบตัดสินที่มีขึ้นในเช้าวันที่ 30 ม.ค. ด้วยค่ะ ขณะที่ นายประเสริฐ เจิมจุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญการประกวดนางงาม เปิดเผยถึงความโดดเด่นของน้องน้ำตาลว่า น้องมีความโดดเด่นแบบเอเชีย มีความสวยในแบบไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ประกอบกับมีทีมงานเบื้องหลังที่ดีเยี่ยม เห็นได้จากปีนี้กองประกวดจัดให้มีบุ๊กลุค เพื่อให้นางงามได้แต่งตัวในกิจกรรมต่างๆ จากการติดตามการประกวด น้องน้ำตาลถือได้ว่ามีความโดดเด่นมาก ดูเป
“เหมียวก๋วยเตี๋ยวเรือแซบ” ขวัญใจเด็ก คนใช้แรงงานและขวัญใจคนจน เน้นคุณภาพเครื่องปรุง ปริมาณที่อิ่มได้และความอร่อย ราคาเพียงชามละ 10 บาท เท่านั้น มีลูกค้าเพียบตลอดทั้งวัน ยอดขายในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 500 ถ้วย ผู้สื่อข่าวเดินทางเพื่อสำรวจร้านจำหน่ายอาหารในตัวเมืองตรัง ซึ่งมีร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวเรือและอาหารตามสั่งที่เป็นจุดเด่นคือมีลูกค้าแน่นร้านทุกวันมีทั้งเด็กนักเรียน คนใช้แรงงาน และเกือบทุกสาขาอาชีพเข้าไปใช้บริการแน่นร้าน อยู่ในย่านถนนเลียบรางรถไฟ ตลาดท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ชื่อว่าร้านเหมียวก๋วยเตี๋ยวเรือแซบ ซึ่งคุณทัศนีวัลย์ กันตังกุล หรือ เหมียว อายุ 40 ปี เป็นเจ้าของร้าน คุณเหมียวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเปิดร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งเข้าปีที่ 9 แล้ว และเริ่มทำก๋วยเตี๋ยวเรือชาม 10 บาท มาได้ 2 ปี แล้ว เนื่องจากสงสารเด็กนักเรียนและผู้ใช้แรงงานซึ่งค่อนข้างมีรายได้น้อยอยากให้ทุกคนได้รับประทานของอร่อยเหมือนๆ กัน ซึ่งทางร้านจะจำหน่ายอาหารเน้นความสด สะอาด และน้ำซุปที่รสชาติเข้มข้นเครื่องปรุงครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ตับ ลูกชิ้น เน้นปริมาณ ซึ่งในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้า
นายกฯ กำชับสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูเต็มที่ ด้านโฆษกรัฐบาล เผย สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย เหลือเพียง 5 จว. ต้องเร่งระบายน้ำ ควบคู่แผนสำรองน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง เมื่อวันที่ 29 มกราคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายลงและมีจังหวัดที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง กระบี่ ตรัง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา และนราธิวาส แต่ยังคงมีพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเพียง 5 จังหวัด 9 อำเภอ โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ใช้ช่วงเวลานี้เร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำออกสู่ทะเล ควบคู่ไปกับการสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพื่อให้มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ “ในช่วงวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าภาคใต้จะมีฝนลดลงและไม่มีฝนตกหนัก ดังนั้นจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังและส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช 3 อำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี 2 อำเภอ จ.สงขลา 1 อำเภอ จ.พัทลุง 2 อำเภอ และ จ.ปัตตานี 1 อำเภอ จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อเข้าสู่การฟื้นฟูหลังน้ำลด” พล.ท.สรรเสริญกล่
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันเสาร์ (28 ม.ค.) ว่า กูเกิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้เรียกทีมงานของตนที่เป็นชาวต่างชาติราว 100 คน ให้กลับมายังสหรัฐทันที หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารออกมาตรการห้ามผู้อพยพชาวซีเรียเข้าประเทศ และยังห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมที่น่าห่วงกังวลเข้ามายังสหรัฐเป็นการชั่วคราว เพื่อหวังป้องกันกลุ่มหัวรุนแรงชาวมุสลิมเข้ามาก่อภัยคุกคามในประเทศ โดยกูเกิลเปิดเผยกับบีบีซีว่า เหตุที่ทางกูเกิลเรียกทีมงานกลับมาจากต่างประเทศ เนื่องจากกังวลว่าคำสั่งผู้บริหารและมาตรการต่างๆที่รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์บังคับใช้ อาจทำให้บุคลากรที่มีทักษะพรสวรรค์ของบริษัทตน ไม่สามารถเดินทางเข้ามายังสหรัฐได้ ขณะที่มีรายงานว่า จากการออกคำสั่งผู้บริหารดังกล่าวได้ก่อผลกระทบต่อพลเมืองที่อยู่ในกลุ่ม 7 ประเทศที่ถูกรัฐบาลสหรัฐประกาศห้ามเข้าประเทศสหรัฐเป็นการชั่วคราวแล้ว โดยมีผู้โดยสารชาวอิรักหลายคนและชาวเยเมน 1 คน ถูกห้ามขึ้นเครื่องบินจากสนามบินในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพื่อเดินทางมายังนครนิวยอร์กของสหรัฐ ทั้งๆที่ผู้โดยสารเหล่านั้
เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 29 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ต้องแบกรับเลี้ยงดูคนในครอบครัวรวม 4 ชีวิต ทั้งแม่ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจและโรคลมชัก และเณรน้องชายป่วยโรคปอดติดเชื้อที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลบ้านโป่ง และน้องชายฝาแฝดอีก 2 คน จึงรุดตรวจสอบ เมื่อไปถึงภายในห้องผู้ป่วยรวมแผนกอายุกรรมหญิง พบ ด.ญ.สุดารัตน์ รุ่งโรจน์พีรพัฒน์ หรือ น้องลูกหมี อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 8 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง กำลังดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับ น.ส.กนกภรณ์ ท่าผา อายุ 44 ปี ผู้เป็นแม่ ที่กำลังป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคธาลัสซีเมีย และโรคลมชัก จากนั้นเมื่อดูแลแม่แล้วเสร็จ ด.ญ.สุดารัตน์ ได้เดินไปยังตึกสงฆ์อาพาธ เพื่อไปดูแล ด.ช.ธวัชชัย รุ่งโรจน์พีรพัฒน์ อายุ 10 ขวบ น้องชายที่บวชเป็นสามเณร และกำลังป่วยด้วยโรคปอดติดเชื้อ โดย ด.ญ.สุดารัตน์ ได้เปิดเผยถึงประวัติครอบครัวว่า ตั้งแต่ตนเอง 7 ขวบ พ่อกับแม่ได้แยกทางกัน แม่จึงหอบหิ้ว ตน น้องชาย และน้องฝาแฝดที่อยู่ในท้อง มาพักอาศัยอยู่ที่บ้านตาและยาย และได้กู้เงินญาติมาสร้างบ้านเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท แล้วแม่ก็ออกทำงานรับจ้างทั่วไป ส่วนตนเองเรียนอยู่ที่โ
