ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามหลวงว่า หลังวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นจำนวนมากจนบางคนต้องรอไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ปรากฏว่าในวันที่ 4 มกราคม หลังจากประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเริ่มต้นวันทำงานตามปกติเป็นวันแรก ปรากฏว่าแถวของประชาชนที่มารอเคารพพระบรมศพไม่มากเหมือนช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้ผู้มากราบพระบรมศพหลายคนมาเข้าแถวกราบพระบรมศพรอบ 2 นางศุภิสรา คงกล่อม ชาวกระบี่ ที่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ตลิ่งชันกับครอบครัว บอกว่าเดินทางมาถวายความเคารพพระบรมศพมาแล้ว 15 ครั้ง เฉพาะปีนี้ก็มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งแรกมาในวันที่ 2 มกราคมพร้อมกับสามี ตั้งใจมากราบพระองค์ แม้จะต้องรอกว่า 12 ชั่วโมงก็ไม่รู้สึกว่านานเลย เพราะใจจดจ่ออยู่ที่จะได้มากราบพระบรมศพ เช้าวันนี้มารอตั้งแต่ 06.00 น. ราว 2 ชั่วโมงครึ่งก็ได้ได้เข้า พอกราบเสร็จเห็นแถวสั้นเลยมารอกราบพระบรมศพอีกรอบหนึ่ง “มาบ่อยเพราะรักพระองค์ท่านมาก บางครั้งกราบเสร็จก็ไปช่วยเป็นจิตอาสา ทำข้าวพอเพียง วันนี้ก็อยากไปช่วยทำดอกไม้จันทน์ ช่วงไหนว่างก็มาเรื่อยๆ เพราะพ่อยังอยู่
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจ ปี 2560 จะเป็นปีที่ “ยังคงย่ำแย่และซึมต่อเนื่อง” จากปี 2559 การทึ่รัฐบาลพยายามจะขายฝันว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโต 4-5 % ได้ตามศักยภาพ เท่ากับยอมรับว่าที่ผ่านมา 2 ปีกว่า ที่เศรษฐกิจไทยโต 0.7%, 2.8% และ ปี 2559 ที่โตประมาณ 3.3% เป็นการเสียโอกาสของประเทศในการพัฒนาไปอย่างมาก และโอกาสปีนี้ที่จะโต 4-5% ก็เป็นไปแทบไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศไม่เอื้ออำนวย ภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก สหรัฐมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าดูนโยบายอเมริกามาก่อนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร ยุโรปยังคงย่ำแย่และอาจจะมีบางประเทศที่จะแยกตัวออกจากอียูเพิ่มเติมจากอังกฤษ ญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นดี และจีนก็มีแนวโน้มไม่ค่อยดีนักจากภาวะหนี้เสียจำนวนมากในภาคธนาคาร อาเซียนยังคงดีอยู่โดยมีไทยที่จะโตต่ำสุดอีกปีหนึ่ง หันมามองในประเทศ การส่งออกปี 2560 ไม่น่าจะเพิ่มได้ 3% ตามที่รัฐบาลบอก ปีที่แล้วบอกส่งออกจะโต 5% ก็ไม่โตเลย ทั้งนี้เพราะไม่มีการลงทุนใหม่เพื่อขยายการส่งออกมา 2 ปีแล้ว และปีนี้การล
รายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง เปิดเรื่องราวของ ด.ญ.นภัสสร วงหรีด หรือน้องยุ วัย 7 ขวบ นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนวัดกุ่มโคก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ฝันว่าอยากเป็นพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเรียนไปถึงฝันหรือไม่ ลำพังเพียงอยู่อาศัยทุกวันนี้ก็ไม่แน่นอน เพราะไม่รู้จะถูกไล่ที่เมื่อไหร่ น้องยุวัย 7 ขวบจึงขอช่วยเหลือครอบครัวอีกแรงด้วยสองมือเล็กๆของตัวเอง น้องยุ เล่าว่า แต่ละวันต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่ทำงานคือการเก็บเห็ดที่ปลูกเอาไว้ แล้วค่อยไปเรียน กลับมาก็ต้องช่วยแม่ขายเห็ด ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็จะไปขายเห็ดกับพี่สาวไปตามหมู่บ้านต่างๆ ราคาถุงละ 20 บาท ด้วยไม่มีต้นทุนทำกิน แม้แต่ที่ทำกินก็ไม่มี พ่อแม่ของน้องยุจึงขยันเพื่อลูกสาวทั้ง 2 คน นอกจากการปลูกเห็ดแล้ว ทั้งสองยังทำอาชีพรับจ้างทั่วไปและรับขุดบ่อน้ำ ที่ดินที่ทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ก็ติดจำนองซึ่งไม่รู้จะถูกไล่ออกเมื่อใด น้องยุกล่าวว่า “ไม่ขยันไม่ได้ค่ะ ไม่งั้นเราก็จะไม่มีเงินค่ะ ถ้าเราไม่ช่วยกันทำงานก็จะไม่มีเงินไปซื้อข้าวสาร” น้องยุฝันจะเป็นพยาบาลขอเป็นความหวังให้ครอบครัวในอนาคต ขอบคุณ รายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง และ Payai TV
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้กรมสรรพากรจัดทำโครงการนำร่องสำหรับโครงการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์(e –tax) เป็นหนึ่งในโครงการอีเพย์เมนต์ โดยจะนำร่องกับบริษัทขนาดใหญ่ 100 แห่ง มียอดขายมากว่า 500 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อเริ่มทอลองใช้ระบบรับ-ส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์(e-tax invoice) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ไม่ต้องพิมพ์ใบกำกับภาษี และไม่ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษี บางบริษัทต้องเช่าโกดังขนาดใหญ่ในการจัดเก็บใบกำกับภาษี เพื่อเอาไว้ตรวจสอบเป็นเวลาถึง 10 ปี มีค่าใช้จ่ายเช่าโกดังเก็บเอกสารปีละถึง 10 ล้านบาท “ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดต้นทุน จากปัจจุบันเมื่อผู้ประกอบการ ขายสินค้าได้ ก็จะออกใบเสร็จ ต้องทำสำเนา 3 ฉบับ ,ฉบับแรกให้กับผู้ซื้อเก็บไว้,ฉบับที่สองให้ฝ่ายการเงินของบริษัทเก็บไว้ และฉบับสุดท้าย เพื่อเป็นหลักฐานการรายงานภาษีขาย กับกรมสรรพากร และภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปต้องรวบรวมภาษีซื้อและภาษีขาย เพื่อยื่นกรมสรรพากร ว่าจะการขอคืนภาษีหรือจ่ายภาษีเพิ่มเติม”นายประสงค์ กล่าว นายประสงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีจำนวนนิติบุคคลประมาณ 6 แสนราย บริษัท
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ติดตามฝูงช้างในพื้นที่ พบว่าเมื่อช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม แม่ช้างที่กำลังตั้งท้องตัวหนึ่งได้คลอดลูกช้าง จำนวน 1 ตัว “เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้ติดตามช้างฝูงนี้มาโดยตลอด พบว่า มีแม่ช้างใกล้คลอดอาศัยอยู่ในฝูง ซึ่งเดินอยู่บริเวณโป่งกวางใกล้กับถนน แม่ช้างใกล้คลอดอยู่ในอาการเครียด เนื่องจากเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนหนึ่ง ตอนแรกเกรงว่าแม่ช้างอาจจะแท้งลูกได้ เจ้าหน้าที่จึงอำนวยความสะดวกต้อนฝูงช้างกลุ่มนี้มุ่งหน้าไปยังป่าทึบเส้นทางไปปราจีนบุรี เพื่อป้องกันแม่ช้างไม่ให้หงุดหงิด กระทั่งวันต่อมาพบว่า แม่ช้างใกล้คลอดตัวนั้นได้คลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย โดยเดินออกมาจากป่าพร้อมลูกช้าง 1 ตัว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเพศได้ เนื่องจากพ่อและแม่ช้างและตัวอื่นๆ ในฝูง ยังกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ฝูงช้างอาจหวงลูกช้าง” นสพ.ภัทรพล กล่าว นอกจากนี้ ยังพบช้างวัยรุ่นหลายตัวบ
วันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุรถตู้สาย กทม.-จันบุรี ชนรถกระบะ ตายหมู่หลายศพ ที่ถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 25 ศพ และยังมีการเปิดคลิปเหตุการณ์ขณะไฟกำลังไหม้รถทั้งสองคัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ระบุว่า มีเด็กอายุประมาณ 1-2 ขวบ อยู่ในรถคันที่เกิดเหตุด้วย ขอบคุณคลิปจาก Noo Roong
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ บริเวณท้องสนามหลวงว่า เนื่องจากสำนักพระราชวังหยุดให้เข้ากราบสักการะ 1 วัน ในวันที่ 1 ม.ค. ทำให้ในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมากราบสักการะเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากเป็นวันแรกของปี พ.ศ. 2560 ที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ประชาชนจึงอยากมากราบพระบรมศพอย่างใกล้ชิดเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยแถวของประชาชนล้นออกจากเต้นท์ที่ตั้งจุดรอคิวในท้องสนามหลวง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวให้ประชาชนเข้าคิวบนถนนที่บริเวญหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยแบ่งเป็นมื้อเช้า เวลา 07.00 น. ประกอบด้วย ข้าวต้มกระดูกแก้ว 1,500 ถ้วย, กาแฟสด 2,500 แก้
เมื่อ 2 ม.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนชาวญี่ปุ่นกว่า 58,600 คนเดินทางมายังพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เพื่อชื่นชมพระบารมีสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 83 พรรษา ซึ่งเสด็จออกสู่ระเบียงด้านหน้าพระราชวังเพื่อพระราชทานพรเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่แก่พสกนิกร ท่ามกลางเสียงตะโกนคำว่า “บันไซ” ขอให้องค์จักรพรรดิทรงมีพระชนมายุยืนนานหมื่นปี เอเอฟพี จักรพรรดิอากิฮิโตะตรัสว่า จากวันเริ่มต้นปีใหม่ปีนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาให้ความสุข และสันติจงมีแก่ประชาชนทุกคน ทั้งในประเทศของเรา และทั่วโลก จากนั้นทรงโบกพระหัตถ์และแย้มสรวลทักทายประชาชน เช่นเดียวกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ อัครมเหสี พร้อมด้วยเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายา เอเอฟพี การรวมตัวหน้าพระราชวังอิมพีเรียลในครั้งนี้ถือเป็นจำนวนมากที่สุด หลังประชาชนกว่า 33,000 คน เพิ่งเข้าเฝ้าถวายพระพรองค์จักรพรรดิเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา เมื่อปลายเดือนธ.ค. และภายหลังจากทรงมีพระราชดำรัสถึงการจะสละราชบัลลังก์ เพราะพระพลานามัยไม่เอื้ออำนวยแก่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เอเอฟพี
เอสแอนด์พี ร้านอาหาร-เบเกอรี่แบรนด์ไทย ลั่น 10 ปีผงาดระดับโลก เผยตอนนี้เร่งขยายสาขาในกลุ่มเพื่อนบ้าน ก่อนรุกเข้าสู่อาเซียน+6 พร้อมสร้างแบรนด์ในไทยให้แกร่งขึ้นสู้กับคู่แข่งที่ เปิดตัวออกมาหลายยี่ห้อ นายวิฑูร ศิลาอ่อน รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธุรกิจอาหาร ในประเทศ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในแผนการสร้างแบรนด์เอสแอนด์พีให้เป็นแบรนด์ระดับภูมิภาคอาเซียน โดยขยายตลาดไปยังประเทศในอาเซียนแล้ว เริ่มจากประเทศกัมพูชาเปิดเอสแอนด์พี 2 สาขา และกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับคู่ค้าในประเทศพม่าในช่วงนี้จะขยายสาขาและเข้าไปตั้งสำนักงานในประเทศแถบ ลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ก่อน จากนั้นจะขยายไปประเทศอาเซียน+6 และมีความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าควบคู่ไปกับแผนการสร้างแบรนด์สู่ระดับโลก โดยทั้งหมดน่าจะชัดเจนในอีก 10 ปี นายวิฑูรกล่าวอีกว่า แบรนด์เอสแอนด์พีเป็นแบรนด์ระดับประเทศที่ได้รับการยอมรับและรู้จักเป็นอย่างดีของผู้บริโภคคนไทยแล้ว ดังนั้น แผนงานต่อไปคือการก้าวไปสู่แบรนด์ระดับภูมิภาค ที่ต้องให้ผู้บริโภคในประเทศแถบอาเซียนยอมรับ โดยในขณะนี้เตรียมสร้างความพร้อมไว้อย่างเต็มที่ ด้ว
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสทท. ระบุว่า ช่วงปี 2560 จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นเสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เข้มแข็งได้ต่อไป ผ่านกลยุทธ์ต่างๆ คือ 1. เดินหน้านโยบายพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณตามมาตรฐานสากล ให้เพียงพอต่อต้องการของตลาด 2. พัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในชุมชน ด้วยการเข้าไปช่วยส่งเสริมการตลาดสู่ชุมชน และ3. การจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งเรื่องมัคคุเทศก์ มาตรการการบริการ มาตรฐานของโรงแรมที่พัก เป็นต้น ทั้งนี้ โจทย์ใหญ่ของ ประเทศไทย ในการพัฒนามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเทียบระดับโลก เพื่อผลักดันรายได้ท่องเที่ยว ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องถกเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะต้องยอมรับว่า หลายแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมไปมาก ต้องรับเข้าไปพัฒนาคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานสากล จึงจะสามารถขยับราคาบริการอย่างสมเหตุผล อีกเรื่องที่สำคัญ คือ เมืองไทยก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 แต่ยังมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวอีกมาก ยังไม่มีช่องทางเพิ่มความรู้ พัฒนาการทำตลาดของตัวเอง สทท. จะ
