ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ช้อปปี้ (Shopee) ได้จัดงาน Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมมุ่งสู่การเป็นสะพานดิจิทัล และประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ผลักดันเศรษฐกิจการค้าไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ จนสามารถผลักดันยอดขายให้ผู้ประกอบการไทยบน Landing Page “สุขใจซื้อของไทย” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางกรมฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ ช้อปปี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับให้มีโอกาสเข้าถึง องค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือทางการตลาด ด้าน คุณฮันดิกา จาห์จา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เผยว่า “ตลอดเวลากว่าทศวรรษ ช้อปปี้ ได้เข้ามาเปลี่ยนการช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยให้สะดวกและเข้าถึงง่าย โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ครบครัน ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า พร้อมดีลพิเศษและแคมเปญใหญ่ตลอดปี รวมถึงระบบการชำระเงินและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุ
LINE MAN ตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีอันดับ 1 ของไทยในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ด้วยผลตอบรับที่แรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดโครงการ ล่าสุดเผยยอดออร์เดอร์สะสมทะลุ 2 ล้านออร์เดอร์ภายใน 5 วัน จากผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และมีร้านอาหารเข้าร่วมบนแพลตฟอร์มแล้วมากกว่า 40,000 ร้านค้า ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเกือบ 300 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. ที่ระบุว่า ยอดใช้จ่ายสะสมผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรีในโครงการคนละครึ่งพลัสอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดย LINE MAN มียอดขาย 249.74 ล้านบาท ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดในกลุ่มดีลิเวอรี สะท้อนถึงการใช้งานจริงจากประชาชนทั่วประเทศที่เลือกใช้สิทธิผ่าน LINE MAN อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดให้ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN กระแสการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งจากฝั่งร้านอาหารและผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นด้านระบบที่ใช้งานง่าย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทย และมอบประสบการณ์สั่งอาหารที่สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่า ขณะเดียวกัน LINE MAN ยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ แมท จำกัด เดินหน้าต่อยอดกิจกรรมแกะ ล้าง เก็บ โดยการนำกล่องยูเอชทีกลับมาใช้ใหม่ หรืออัปไซคลิง (Upcycling) พัฒนาผลิตภัณฑ์แผงกั้นจราจร (แบริเออร์) ขึ้นมาใหม่ โดยการส่งมอบในครั้งนี้ มีนางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการรับมอบสิ่งของบริจาค นางชนันนัทธ์ พลปัถพี รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านขายและการตลาด) บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ดอยคำ เป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้พร้อมดื่มบรรจุกล่อง แต่ละปีมีการผลิตน้ำผลไม้จากกล่องยูเอชทีเป็นจำนวนมาก โดยกล่องยูเอชทีไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากมีส่วนผสมหลายชนิดซ้อนกันกว่า 6 ชั้น ได้แก่ กระดาษ พลาสติก และอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นประโยชน์ในการรักษาคุณภาพ และอายุสินค้าได้ดี จึงเล็งเห็นถึงปัญหาการจัดการขยะแบบถูกวิธี จนเกิดการจัดโครงการ แกะ ล้าง เก็บ เพื่อนำกล่องที่ใช้แล้วไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท แอดวานซ์ แมท จำกัด ในการอัปไซคลิงจากกล่องยูเอชที เป็นเม็ดพลาสติก เพื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่เห็น
คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน เคยให้ข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เรียกได้ว่าเริ่มจากศูนย์อย่างแท้จริง เพราะครอบครัวเป็นลูกหลานชาวจีน คุณแม่มีอาชีพเป็นช่างเสื้อ จึงคลุกคลีกับการทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นเขาเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบบรรยากาศการทำงาน และอยากเจริญรอยตามญาติที่เป็นสถาปนิก “จุดที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจเรื่องการทำเสื้อผ้าอย่างจริงจัง มาจากการทำละครเวที ที่จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกัน และผมจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเสื้อผ้านักแสดง มาตั้งแต่ปี 1 ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ที่บ้านเรามีร้านตัดเสื้อ เพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ชุดต่างๆ ต้องออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ฝ่ายออกแบบจะวาดรูปมาให้ แล้วเอาไปตัดที่ร้านแม่ ผมเลยได้ลองจับๆ ทำๆ จนซึมซับความรู้ด้านการตัดเย็บทุกอย่างมาจากแม่ และกลายเป็นความสนใจในด้านนี้” คุณฌอน กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม และเล่าต่อ คุณแม่ของเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าลูกโตมาจะมาทำเสื้อผ้าขาย เพราะสำหรับแม่ การเป็นช่างเสื้อกับการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์นั้น
ข่าวจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ MK GROUP แจ้งว่า หลังจาก MK ส่งบุฟเฟต์ลุยตลาด ทั้ง “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet” ส่งผลให้ยอดขายรวม ไตรมาส 3 ปี 2568 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเทรนด์การเติบโตขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสตั้งแต่ต้นปี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของกลุ่มในปีนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมจะชะลอตัว แต่ไตรมาส 3 ยังสามารถดันยอดขายรวมอยู่ที่ 3,884 ล้านบาท เติบโต 5.5% จากปีก่อนหน้า และยังสามารถทำยอดขายรวมได้สูงกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของปีอีกด้วย ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้กว่า 72% มาจากแบรนด์ MK Restaurants โดยมี “MK บุฟเฟต์” เป็นตัวผลักดันสำคัญของการเติบโต ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 5.4% สะท้อนพลังของแบรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ได้มีการปรับเป็นเวอร์ชัน 2 เพิ่มเมนูใหม่ และยังสามารถเพิ่มเมนูกุ้งสด MK ได้ด้วย ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมในเดือนกันยายน เติบโตสูงถึง 12% ขณะเดียวกัน โบนัส สุกี้ แบรนด์สุกี้น้องใหม่ในเค
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยอินไซต์นักช้อปไทยจากมหกรรม ‘ลาซาด้า 11.11 เซลใหญ่แห่งปี’ กับปรากฏการณ์ช้อปออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ตอกย้ำบัลลังก์ผู้บุกเบิก 11.11 ด้วยยอดขายบน LazMall เติบโตสูงกว่า 55 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สะท้อนนักช้อปรอคอยแคมเปญใหญ่และเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ดังส่งท้ายปี สอดคล้องกับเม็ดเงินลงทุนกว่า 810 ล้านบาท (25 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่ลาซาด้า ทุ่มจัดหนักเพื่อขับเคลื่อนแคมเปญนี้ทั่วภูมิภาค สำหรับ หมวดหมู่สินค้ามาแรงในช่วง 6 ชั่วโมงแรก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และแกดเจ็ต สะท้อนเทรนด์นักช้อปเตรียมอัปเกรดอุปกรณ์ช่วงปลายปี ทั้งเพื่อป็นการให้รางวัลตัวเองและรอการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่จากหลายแบรนด์ดัง พร้อมคว้าโอกาสรับดีลเด็ดจากแพลตฟอร์ม ที่จัดเต็มด้วยคูปองส่วนลด LazMall มูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาท โปรโมชันเครื่องเก่าแลกใหม่ และบริการผ่อน 0% ทำให้สินค้ากลุ่มพรีเมียมราคาสูงเข้าถึงง่ายขึ้น และช่วยให้นักช้อปตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วน เทรนด์สินค้ายอดนิยม ครองใจนักช้อปไทย ได้แก่ คนไทยไม่ยอมหยุดสวย หมว
เรียกได้ว่ากระแสมัทฉะปีนี้มาแรงอย่างมาก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคสายรักสุขภาพหันมาสนใจดื่มกัน รวมไปถึงผู้ประกอบการหลายรายต่างนำช่องว่างทางการตลาดนี้มาเปิดเป็นร้านมัทฉะเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค แต่กระแสยังคงมีมาให้ได้เห็นอยู่ตลอดๆ ล่าสุดผู้ใช้งาน X รายหนึ่งได้กล่าวถึงร้านมัทฉะเจ้าหนึ่งในแอปดีลิเวอรี โดยโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า “Xึงงงง เห็นคนแชร์มัทฉะร้านนึงมาในแอพมา ตัวถูกสุดน่าจะแก้วละ 320฿ (ถ้าดูไม่ผิดนะ) แต่!!… แต่ตัวแพงสุดคือ 3,900฿ 👁️🫦👁️คือนึกว่าขายทั้งกระปุก รู้แหละว่าใช้ชาตัวไหน ราคามันแรงจริงช่วงนี่ แต่นี่ก็… ใครไหวไปก่อนเลยจ้าาา นู๋ขอนั่งรออยู่ตีนดอยมัทฉะต่อละกัน👀” ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์ช่อง feelatz ผู้ติดตามกว่า 757.4 k ได้ออกมาทำคลิป เผยแพร่ผ่านช่องทางติ๊กต็อก เป็นการรีวิวร้านมัทฉะดังกล่าว โดยเมนูที่ได้ซื้อมาอยู่ในราคา 3,900 บาทจริง (ชื่อเมนู SEIJYU CLASSIC LATTE ) เนื้อหาในคลิปกล่าวว่า “มัทฉะมีรสชาติออกเค็ม และมีความขมอยู่ในคอ แต่โดยรวมมีความอร่อย ซึ่งคล้ายๆ ร้านที่เคยกินที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ได้ว้าว เพราะแยกไม่ออก” หลังจา
หากพูดถึงร้านอาหารอีสาน ชื่อของ “นิตยาไก่ย่าง” คงเป็นหนึ่งในร้านที่หลายคนนึกถึงทันที เพราะเปิดให้บริการมายาวนาน 25 ปี และยังสามารถครองใจลูกค้าจนถึงปัจจุบัน ด้วยการเป็นร้านอาหารไทย-อีสานที่มาพร้อมจุดยืน “อาหารไทยอีสาน COMFORT FOOD รสชาติมหาชน” โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะหลักพันล้านบาท คุณรวีรัตน์ ลักษณวิสิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง ร้านนิตยาไก่ย่าง เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของนิตยาไก่ย่างมาจากความรักในการทานอาหารไทยอีสานซึ่งเป็นอาหารที่ใครๆ ก็รัก เราจึงพัฒนารสชาติที่ถึงเครื่องกลมกล่อม เข้าถึงง่าย ทานได้ทุกคน แล้วพบว่ามีคนจำนวนมากชอบรสชาติแบบนี้เหมือนกัน จนกลายเป็น Comfort Food ที่ทุกคนสามารถทานร่วมกันได้ภายในโต๊ะเดียวกัน ภายใต้แนวคิดว่า วัตถุดิบที่สด หใม่ สะอาด ผ่านกระบวนการปรุง โดยผู้ชำนาญอย่างพิถีพิถัน คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจในรสชาติของอาหารที่เป็นหนึ่ง และมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเราติดไว้บนฝาผนังของร้านนิตยาไก่ย่าง เพื่อเตือนใจถึงความตั้งใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกจนมาถึงปีที่ 25” คุณภเดช กันตจินดา กรรมการบริหารร้านนิตยาไก่ย่าง เล่าเสริมว่า “ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รายได้ของนิตยาไก่ย่างเติบโตอย่
“คอนเทนต์ของผมทำให้คนกล้าเข้าครัวมากขึ้น ผู้ติดตามรู้สึกง่ายและสนุกมากขึ้นเมื่อเข้าครัว ถือว่าเราได้สร้างทั้งความสุขและแรงบันดาลใจให้ผู้คน” นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า เชฟเคน-ปรัตถกร เตชะธรรมนุกูล แห่งช่องติ๊กต๊อก paratt_ คิดว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็น 1 ใน 3 อินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารที่ได้รับรางวัล Best Foodie Influencer Award จากงาน Thailand Influencer Awards 2025 และกับรางวัลล่าสุด Food Creator of the Year จากงาน TikTok Awards เชฟเคน นับเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการนี้แค่ไม่นาน เพราะเขาเพิ่งปักหลักเป็นอินฟลูเอนเซอร์หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) เมื่อ 3 ปีก่อนเท่านั้น แต่แค่ไม่กี่ขวบปีเขามียอดผู้ติดตามมากกว่า 440,000 คน แถมยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังเอ่ยมาข้างต้นด้วย เชฟเคน ย้อนให้ฟังว่า อันที่จริงเขาไม่เคยคิดจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาก่อนเลย แต่ก็จับพลัดจับผลูได้ยึดอินฟลูเอนเซอร์เป็น “อาชีพ” โดยไม่ได้ตั้งใจ “ตอนผมเรียนจบจากวิทยาลัยดุสิตธานี ใหม่ๆ เคยไปทำงานร้านอาหารแ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนหันมาแสวงหาพลังศรัทธาเพื่อค้ำจุนจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น การดูดวง การสวมเครื่องรางของขลัง หรือการเลือกสีและเลขมงคล กระแสแฟชั่นสายมูมงคลจึงกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยและทั่วโลก สะท้อนผ่านการใช้เครื่องราง กำไล เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์มงคลแฝงอยู่ แฟชั่นสายมูไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และเรื่องราวดึงดูดใจ สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะยกระดับแฟชั่นสายมูมงคลให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างแท้จริง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” (DIPROM) จึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ผสานความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับแฟชั่นสายมูไทยไปสู่ระดับโลก เมื่อความเชื่อกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน ข้อมูลจากกองข้อมูลธุรกิจผลิตภัณฑ์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า คนไทยกว่า 14.81% มีความเชื่อเรื่องมูเตลูอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อีก 29.4% มีความเชื่อในระดับพอสมควร รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรไทยให้ความสำคัญกับเรื่องมงคลและความศักดิ์สิทธิ์ ท
