โควิด ตัวเร่งตลาดอีคอมเมิร์ซ โตกระฉูด-แข่งขันเดือด พ่อค้าแม่ขาย ต้องรับมือยังไง?


บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มม
ใครที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือเป็นสายครีเอเตอร์ที่ถนัดในการเจนภาพ AI วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีวิธีสร้างรายได้เสริมผ่านช่องทางออนไลน์มาแนะนำกัน โดยจะเป็นการขายภาพบน Adobe Stock หรือ แพลตฟอร์มขายภาพชื่อดัง ขั้นตอนการสมัครสมาชิก 1. กดเข้าที่เว็บไซต์ https://stock.adobe.com/th 2. มองหาและกดที่เมนู “ขาย” บริเวณแถบด้านบน 3. ระบบจะพาไปอีกหน้าจอหนึ่ง ให้กดปุ่ม “เข้าร่วมเลย” 4. หน้าจอจะแสดงหน้าต่าง “สร้างบัญชี” 5. ขั้นตอนที่ 1 : กรอกอีเมล พร้อมตั้งรหัสผ่าน จากนั้นกด “ดำเนินการต่อ” 6. ขั้นตอนที่ 2 : กรอกชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษตรงตามบัตรประชาชน) และใส่วันเดือนปีเกิด (เน้นย้ำว่าเป็นปี ค.ศ.) เสร็จแล้วกด “สร้างบัญชี” 7. เข้าไปเช็กกล่องข้อความในอีเมลที่สมัครไว้ กดลิงก์ที่ระบบส่งมาเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อขึ้นข้อความ “Your email has been verified!” ให้กด “Continue” เพื่อเข้าสู่ระบบและเริ่มใช้งานได้เลย ขั้นตอนการอัปโหลดรูปภาพเพื่อวางขาย 1. กดปุ่ม อัปโหลด (Upload) ภาพที่ต้องการ โดยสามารถเลือกรูปได้จากในอัลบั้มหรือถ่ายจากกล้องได้เลย (สามารถกดเลือกได้มากกว่า 1 ภาพ) 2. เมื่อเลือกรูปเสร็จเรียบร้อย
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ที่เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยนอกจากใช้สิทธิในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีได้อีกด้วย โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 เงื่อนไขสำหรับประชาน แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่เข้าร่วม เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ วิธีสมัครร้านค้าถุงเงิน การเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วิธีลงทะเบียนร้านค้าในแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี หมายเหตุ : กรณีร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ไม่เห็นแบนเนอร์สมัครใช้งานฟู้ดดีลิเวอรีให้อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรือตรวจสอบ “ประเภทร้านค้า” ในแอปฯ ถุงเงิน โดยกดเมนู ตั้งค่า > ข้อมูลแอปพลิเคชัน (ร้านที่มีสิทธิเห็นแบนเนอร์สมัครฟู้ดดีลิเวอรี จะต้องได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประเภท อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเท่านั้น) อ้างอิงข้อมูลจาก https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-6
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อที่เปราะบาง “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกำลังซื้อ เอสเอ็มอี ภาคเกษตร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT TALK ครั้งที่ 25 “Food Economy: เมื่ออาหารกลายเป็นแรงขับเศรษฐกิจไทย” ระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ Food Economy ในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากผู้บริโภคสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า หมวดร้านอาหารยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยอดใช้จ่ายหมวดร้านอาหารเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนครั้งการใช้จ่ายต่อสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนว่าอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น “ในมุมของเคทีซี อาหารคือมากกว่ากา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจัดพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่เชิดชูเกียรติ “DBD SHINING Star Award 2026” ให้ผู้ประกอบการที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดัน SME ไทยก้าวสู่ยุค AI-First Commerce สอดรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทยในโลกการค้ายุคใหม่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่ากรมฯ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ปรับตัวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และขยายช่องทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ของตนเอง เพื่อสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการใช้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด การสร้างคอนเทนต์ และการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การโ
เทศบาลนครรังสิต เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองสวัสดิการสังคม ได้ดำเนินการจัด “โครงการส่งเสริมอาชีพประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569” มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพระยะสั้นในหลักสูตรภูมิปัญญาไทยชั้นสูง “การทำขนมไทยชาววัง” ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารเทศบาลนครรังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ นำไปต่อยอดประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเปิดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายทรงสิทธิ์ ฐานุกิจอนันท์ รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งร่วมพบปะให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยมี จ่าเอกวีรภัทร ผลบูรณ์ รองปลัดเทศบาล รักษาการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน ซึ่งการอบรมตลอดทั้งสองวันประกอบไปด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเมนูขนมไทยยอดนิยมและขนมมงคล ได้แก่ ทองหยิบ, ทองหยอด, เม็ดขนุน และลูกชุบ ตั
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026” สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยในปีแห่งความท้าทายว่า ถึงแม้ SME ส่วนใหญ่จะเร่งปรับตัวในหลายด้าน ทั้งด้านดิจิทัล การวางแผนธุรกิจ และใช้ AI แต่ยังไม่สามารถ “ปลดล็อกไปสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ” ได้ ธนาคารจึงเดินหน้าสู่การเป็น “Growth Navigator” สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ นายพีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า SMEs เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย โดยครองสัดส่วนใหญ่สุด 90% และมีการจ้างงานมากถึง 70% หรือกว่า 13.6 ล้านคนของตลาดแรงงานทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP เพราะต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจไทย พบว่า GDP ไทยที่โตเพียง 2-3% และหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของ GDP อีกทั้งยังมีการแข่งขันจากต่างชาติ จากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนจนเกิด Over Supply มีสินค้าและบริการมากกว่ากำลังซื้อ รวมทั้งปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างสงครามและการกีดกันทางการค้า และต้นทุนหลายอย่างสูงขึ้นทั้งพลังงานและโลจิสติกส์ รวมทั้งราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ค่าแรงสูงขึ้น และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ผู
