ข่าววันนี้
เทศกาลกินเจ 2567 เริ่มต้นวันไหน ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และห้ามกินอะไรบ้าง เทศกาลกินเจ หรือบางแห่ง เรียกว่าประเพณีถือศีลกินผัก เป็นประเพณีที่กำหนดตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 มีจุดเริ่มต้นโดยชาวเปอรานากัน ในประเทศมาเลเซียและทางภาคใต้ของประเทศไทย ไม่ใช่ของชาวจีนโพ้นทะเลทั้งหมด ปัจจุบันเทศกาลกินเจถูกจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะเรียวในอินโดนีเซีย และอาจมีในบางประเทศเอเชียด้วยเช่นกัน เทศกาลกินเจ กำหนดเอาตามวันตามจันทรคติคือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ซึ่งในปี 2567 นี้ ตรงกับวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567 รวม 9 วันเต็ม ซึ่งคุณสามารถเริ่มล้างท้อง ทานได้ตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม ในมื้อเย็น รวมเป็น 10 วัน ก็สามารถทำได้ ทำไมต้องล้างท้อง การล้างท้องหมายถึง เริ่มกินเจก่อนถึงวันเริ่มต้นเทศกาลจริง 1-2 วันเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสภาพ และทำความคุ้นเคยกับการกินเจได้ดียิ่งขึ้น เตรียมตัวอย่างไร ห้ามกินผักที่มีกลิ่นฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง เพราะจะทำให้ร่างกายและพลังธ
วางแผนการเงินให้ปัง! รู้จักดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท ฉบับเข้าใจง่าย ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้เงิน ปัจจุบันในการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยและโปร่งใสถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินสดด่วน การทำความเข้าใจประเภทของดอกเบี้ยสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง จะช่วยให้ผู้กู้สามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภาระดอกเบี้ยทบต้นที่สูงขึ้นในอนาคต ดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท ที่ได้รับความนิยมและเหมาะสมกับผู้ที่กำลังพิจารณาขอสินเชื่อประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจำนำทะเบียนรถ การจำนองโฉนดที่ดิน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล การทำความเข้าใจกับดอกเบี้ยทั้ง 3 ประเภทนี้ก่อนการตัดสินใจจะสามารถเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมและตอบโจทย์กับความต้องการและสอดคล้องกับภาระการชำระหนี้ได้อย่างไม่ผิดพลาด 1. อัตราดอกเบี้ยประเภทลดต้นลดดอก (Effective Rate) อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เป็นประเภทดอกเบี้ยที่ผู้กู้หลายคนคุ้นเคย ซึ่งดอกเบี้ยประเภทนี้จะคำนวณตามเงินต้นที่เหลืออยู่ โดยเมื่อมีการชำระเงินต้นในแต่ละงวด อัตราดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงตามเงินต้นที่ลดลงด้
ข่าวดี ธ.ก.ส. เดินหน้าพักหนี้ ระยะที่ 2 ช่วยลูกหนี้รายย่อย เปิดแจ้งความประสงค์ 1 ต.ค. นี้ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ลูกหนี้รายย่อย ในระยะที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ยังไม่ฟื้นตัวและบรรเทาภาระด้านหนี้สินให้แก่ลูกหนี้ โดยผลการดำเนินงานมาตรการฯ ในระยะที่ 1 มีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้งสิ้น 1.41 ล้านราย ต้นเงินคงเป็นหนี้ 210,191 ล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. เปิดรับแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมมาตรการฯ ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 31 มกราคม 2568 เพียงนำบัตรประชาชนมาใช้ในการยืนยันตัวตน ได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ใช้บริการ เพื่อให้พนักงานตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงสอบทานข้อมูลและประเมินศักยภาพการชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข จะได้รับการพักชำระหนี้ในระยะที่ 2 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้
เวที “รังสรรค์จาน สร้างสรรค์โลก” ยก พิซซ่า ข้าวยำ อาหารเพื่อความยั่งยืน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด “สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า” บนเวที SX Talk Stage มีการเสวนาในหัวข้อ “รังสรรค์จาน สร้างสรรค์โลก” โดยวิทยากรรับเชิญ ได้แก่ คุณอรุษ นวราช ผู้ก่อตั้งสวนสามพรานโมเดล และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA) และ Chef Rick Dingen แห่ง Jampa ร้านอาหารเจ้าของรางวัลชนะเลิศ มิชลิน กรีน สตาร์ 2024 คุณอรุษ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนทำงานกับชาวนาอินทรีย์มาประมาณ 15 ปีแล้ว โดยพยายามเข้าไปเปลี่ยนการปลูกพืชแบบดั้งเดิมมาเป็นเกษตรอินทรีย์ ซึ่งภาพในปัจจุบัน เห็นว่าผู้บริโภคมีความตระหนักรู้มากขึ้น มากกว่า 15 ปีก่อน ทุกวันนี้ หลายคนอยากเรียนรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนกันมากขึ้น “เราต้องบอกผู้บริโภคว่า ผลผลิตอินทรีย์ วัตถุดิบออร์แกนิก นั้น เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ แต่จะมีกี่คนที่จะเห็นว่าพวกมันยังผลิตคาร์บอนต่ำและดีต่อสังคม และทุกครั้งที่เราบริโภคผลผลิตออร์แกนิก เรายังได้ไปสนับ
มัดรวมสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ในงาน ‘SX 2024’ มหกรรมความยั่งยืนแห่งปีที่ห้ามพลาด! กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน SUSTAINABILITY EXPO 2024 (SX 2024) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ (Sufficiency for Sustainability) เต็มอิ่มจุใจตลอด 10 วัน กับ 10 โซนกิจกรรม และสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมายที่ห้ามพลาด ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจของงาน SX 2024 คือ การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ได้มัดรวมสุดยอดเทคโนโลยีสุดไฮเทคไว้ในงานนี้ที่เดียว ซึ่งทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและยั่งยืน นับเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งเราได้มัดรวมนวัตกรรมสุดไฮเทคส่วนหนึ่งของงานนี้ไว้แล้ว จะมีอะไรบ้างไปดูกัน! เริ่มต้นกันด้วย ‘หุ่นยนต์ดินสอ’ ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยลดความเสี่ยงในบ้านที่มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่
ไทยเบฟ รวมใจต้านภัยหนาว ก้าวสู่ปีที่ 25 พร้อมสานต่อปณิธานแห่งการ “ให้” “มากกว่าความอบอุ่น คือสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน” จากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งภัยพิบัติรุนแรงหลายรูปแบบที่ต้องเผชิญในยุคของ Global Boiling (สภาวะโลกเดือด) กระทบต่อหลายพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยในแถบภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่หุบเขา ยอดดอยสูง ซึ่งมีความห่างไกลเดินทางเข้าถึงยาก และทุรกันดาร ทำให้ผู้ประสบภัยหนาว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วย ต้องดำรงชีพท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นและประสบภัยพิบัติ ที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อ และการเสียชีวิต ทำให้ทุกภาคส่วนมีนโยบายการลงพื้นที่ช่วยเหลือ และเตรียมขับเคลื่อนแผนงานด้านการฟื้นฟูในทุกมิติ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และยังคงมุ่งมั่น ที่จะสานต่อปณิธานแห่งการ “ให้” ภายใต้ โครงการ “ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ที่ได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยหนาวมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 ตอกย้ำแนวคิด (BEYOND THE GREEN BLANKET… A SUSTAINABLE COMMUNITY OF GIVING) “มากกว่าความอบอุ่น คือสังค
แพลตฟอร์มยักษ์ หนุน SMEs ไทย เผย จัดแคมเปญเพิ่มยอดขายได้ 50 เท่า คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย ให้ส้มภาษณ์ถึงบทบาทการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพผู้ขายไทยว่า ด้วยพันธกิจในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ลาซาด้า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันการตลาด เพื่อสนับสนุนผู้ขายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ โดยเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยี AI นำมาใช้บนแพลตฟอร์มเรา เช่น ใช้ AI ช่วยแต่งรูปภาพ เพราะผู้ขายบางทีถ่ายรูปมา อาจจะช่วยกันแต่งรูปภาพให้น่าสนใจมากขึ้น การช่วยเขียนคำอธิบายใต้รูปภาพให้ผู้ซื้อเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และการใช้ AI ใน Chat Bot เพื่อตอบ Chat ตอบคำถามข้อสงสัยผู้ซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น การใช้ AI เข้ามาช่วยผู้ขาย ดังกล่าว ส่งผลให้อัตราการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ลาซาด้า ยังนำเสนอโปรแกรมสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับร้านค้าในทุกกลุ่มและทุกก้าวของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังพัฒนาบริการเสริมที่จะช่วยให้ผู้ขายนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ผสานกับออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น บริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์
หนุนใช้ทั่วประเทศ “Mobile ID” ยืนยันตัวตนด้วยมือถือ แทนบัตรประชาชน คุณพูลศิริ นิลกิจศรานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ให้เงินสนับสนุนผู้ชนะรางวัลโครงการประกวดนวัตกรรมใหม่ในการนำบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์โทรศัพท์เคลื่อนที่ (แทนบัตร) ไปใช้งาน Mobile ID ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ ใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน หรือยืนยันตัวตนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศสู่สังคมดิจิทัลที่ก้าวหน้าและทันสมัย สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 สำหรับบริษัทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ บริษัท นายเน็ต จำกัด ขณะนี้ได้เริ่มใช้ Mobile ID กับคลินิกทันตกรรม โรงแรม ที่พัก และรีสอร์ต และ บริษัท เออเบิ้น รูม จำกัด และผู้ที่ได
กูรู แนะ ยั่งยืนแบบไหน ให้ คนสุข โลกดี ธุรกิจมีกำไร ไปพร้อมกัน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หน่วยงานของรัฐในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินการจัดทำรายงานสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของงานวิจัย องค์ความรู้ และสำรวจสถานการณ์ด้านคุณธรรม เพื่อมุ่งเน้นนำเสนอประเด็นด้านคุณธรรม วิธีการแก้ไขปัญหา และปรากฏการณ์ด้านบวกและลบ ทั้งระดับปัจเจก ระดับชุมชน และสังคม เพื่อรณรงค์ปลูกฝังด้านจิตสำนึกแก่ประชาชน โดยเชื่อมโยงกับคุณธรรม 5 ด้าน ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ กตัญญู และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยสถานการณ์คุณธรรมปี 2567 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เผยว่า ปัจจุบันได้มีการสำรวจ สถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย ประจำปี 2567 ด้วย 2 เครื่องมือ คือดัชนีชี้วัดคุณธรรมและทุนชีวิต ในกลุ่มคนไทย 3 ช่วงวัยคือ อายุ 13-24 ปี อายุ 25-40 ปี และ อายุ 41 ปีขึ้นไป รวม 29,432 คน ใน 6 ภูมิภาคคือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ พบผลสำรวจที่น่าสนใจคือ ดัชนีชี้วัดคุณธรรมภาพรวม 3 ช่วงวัยอยู่ในระดับพอใช้ อยู่ที่ค่าเฉลี่
กลไกการจ่ายค่าตอบแทนในยุค 2020s : One-man Show หรือ Teamwork Job Hopping หรือการเปลี่ยนงานไปมาเป็นประจำ กำลังเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้มากขึ้นอย่างชัดเจนในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาชวนปวดหัวให้แก่ผู้ว่าจ้างในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ เนื่องจากการจ้างงานใหม่เพื่อทดแทนตำแหน่งเดิมย่อมมีต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงกว่า ยกตัวอย่างเช่น การปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานปัจจุบันเพียง 5% อาจเพียงพอที่จะจูงใจให้พนักงานทำงานอยู่กับบริษัทต่อไป โดยที่การทำงานยังมีความต่อเนื่องอีกด้วย แต่การจ้างพนักงานรายใหม่ที่เข้ามาทดแทนตำแหน่งเดิมอาจสร้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 10-15% โดยเฉลี่ย รวมถึงบริษัทยังมีความเสี่ยงที่พนักงานใหม่อาจมีทัศนคติหรือวิธีการทำงานที่ไม่เข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรที่มีอยู่ และส่งผลกระทบเชิงลบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอีกด้วย ดังนั้น หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารขององค์กรทุกแห่งต้องพิจารณาและวางระบบอย่างรอบคอบ คือ การรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร (Talent Retention) ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการสร้างความสำเร็จอย่า
