อุซเบกิสถาน ตะลึงผ้าไหมไทยสวยเกินต้าน พร้อมต่อยอดภูมิปัญญา 2 แผ่นดิน
เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ชญณา ศิริภิรมย์ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง แบรนด์ Chayanna Silk ผ้าไหมไทย Craftsmanship พรีเมียม ร่วมกับ ดร.ฉันฑิต สว่างเนตร นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ได้นำชุดผ้าไหมมัดหมี่พรีเมียม ไปจัดแสดงในงาน “Tashkent International Biennale of Contemporary Art 2024 ครั้งที่ 10” ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน
ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นถิ่น Silk City ตามคำเชิญของสถานทูตอุซเบกิสถานประจำประเทศไทย งานดังกล่าว จัดโดย Academic of Arts ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล Uzbekistan ภายใต้ Theme “Arts & World โดยมีศิลปินนานาชาติเข้าร่วมงาน ถึง 40 ประเทศ
ดร.ชญณา กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสพบกับ มร.ฟาคริดดิน สุลต่านอฟ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอุซเบกิสถานประจำประเทศไทย ในการประชุมงานหนังสือเมนูอาหารนานาชาติของทูตประเทศต่างๆ ซึ่งในวันดังกล่าว ดร.ชญณา ได้สวมชุดผ้าไหมธรรมชาติ ที่ออกแบบตัดเย็บเป็นเอกลักษณ์ไปร่วมงาน ท่านกงสุลใหญ่ฯ ได้เห็นแล้วเข้ามาทักทายและชื่นชมว่าเป็นผ้าไหมที่งดงาม
ยิ่งเมื่อทราบว่าเป็นผ้าไหมมัดหมี่ ท่านยิ่งชอบ เนื่องจากอุซเบกิสถาน เป็นประเทศที่ทำผ้าไหมมากว่า 2,000 ปี เส้นทางสายไหมอันยาวนาน ทำให้ผ้าไหมของอุซเบกิสถาน ได้รับการยอมรับในระดับโลก ท่านกงสุลใหญ่ฯ จึงชักชวนให้มาร่วมออกงานในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้หารือกันถึงการออกแบบลวดลาย รวมถึงการตัดเย็บ ที่จะผสมผสานผ้ามัดหมี่ของไทยกับของอุซเบกิสถาน โดยเชื่อมความสัมพันธ์ 2 แผ่นดินในรูปแบบของผ้าไหมต่อยอด ซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 ประเทศ
ดร.ชญณา กล่าวว่า ผลงานชุดผ้าไหมที่นำไปแสดงในครั้งนี้ ออกแบบตัดเย็บเป็นชุดมวยไทย โดยได้แรงบันดาลใจจากพิธีไหว้ครูมวยไทยโลกที่จัดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายขนมต้ม ครูมวยแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนมวยไทยทั่วโลกกว่า 70 ประเทศกว่า 1,800 คน เข้าร่วมพิธี ที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความเข้มขลัง ของประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทย เมื่อนำมาผนวกรวมกับคอนเซ็ปต์ความยั่งยืน โดยใช้ผ้าไหมเก่าสะสมของคุณแม่และใช้ผ้าไหมสีธรรมชาติของแบรนด์ Chayanna มาสร้างเป็นผลงานร่วมสมัย จึงทำให้ชุดผ้าไหมมวยไทย เต็มไปด้วยเรื่องราว และความงดงาม ที่ทั่วโลกไม่มี
ด้าน ดร.ฉันฑิต กล่าวว่า นิทรรศการครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเผยแพร่ผ้าไหมไทย ในอารยธรรมเส้นทางสายไหมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ ศรัทธาดั้งเดิมและการเติบโตของศิลปะและวัฒนธรรม เป็นเหมือนภาษาสากล ระหว่างศิลปิน สืบสานและส่งเสริมให้ผ้าไหมมีคุณค่า มูลค่า และยั่งยืน นับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของทั้ง 2 ประเทศ ที่ได้สื่อสารผ่านผ้าไหมได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ดร.ชญณา และ ดร.ฉันฑิต ยังได้มีโอกาสได้พบกับดีไซเนอร์ชั้นนำ และพาไปชมแหล่งผลิตผ้าไหมดั้งเดิมที่ Fergana Velley รวมทั้งได้หารือกันว่า จะประสานความร่วมมือเพื่อนำผ้าไหมของทั้ง 2 ประเทศ มาออกแบบตัดเย็บให้เป็นสไตล์ผสมผสาน เพราะอุซเบกิสถาน อยู่ใกล้ทวีปยุโรป มีวัตถุดิบมาก เชื่อว่าจะเป็นการขยายผลที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาไทยในระดับโลกได้อีกด้วย
สำหรับแบรนด์ Chayanna เป็นผ้าไหมสัญชาติไทย ที่ ดร.ชญณา อดีต CEO บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ก่อตั้งขึ้นมา จากความหลงใหลในผ้าไหมสะสมของคุณแม่ จนเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตและทำแบรนด์ผ้าไหมรวมทั้งงานศิลปะที่เกี่ยวกับผ้าไหม มีผลงานไปโชว์ในต่างประเทศมากมาย เน้นสร้างสรรค์งานสีธรรมชาติงานฝีมือที่หายาก
