ข่าววันนี้
แซนด์วิชเปลี่ยนชีวิต “Subway” ธุรกิจของเด็กวัย 17 ที่หาเงินเรียน สู่แฟรนไชส์ระดับโลก Subway (ซับเวย์) แบรนด์อาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดดเด่นในเรื่องของแซนด์วิชและสลัด ด้วยที่ลูกค้าสามารถออกแบบแซนด์วิชเองได้ มีเมนูที่หลากหลาย และตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ จึงทำให้ Subway เป็นแบรนด์ยอดนิยม ทุกคนคงได้ยินชื่อแบรนด์อาหารอย่าง Subway มาหนาหูพอสมควร แต่รู้หรือไม่ว่า การเริ่มต้นของแบรนด์ระดับโลกนี้ เกิดขึ้นมาจากเด็กชายวัย 17 ปีเท่านั้น แต่อะไรเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาแม้จะมีอายุน้อย แต่กลับปั้นแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเปิดประวัติแบรนด์ Subway จุดเริ่มต้น ก่อกำเนิดแบรนด์ Subway จากเด็กวัย 17 ปี Subway ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2508 โดยเป็นหุ้นส่วนระหว่าง Fred DeLuca วัย 17 ปี ที่ต้องการหาเงินเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และ Peter Buck ที่เป็นเพื่อนในครอบครัว ด้าน Peter Buck ได้ให้เงินกู้จำนวน 1,000 ดอลลาร์ เพื่อมาเปิดร้านแซนด์วิชในรัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐอเมริกา โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า “Pete’s Super Submarines” และในปี พ.ศ. 2511 ชื่อร้านอาหารก็เปลี่ยนเป็น
Snack ไทย มาแรง ส่งออก 8 เดือน พุ่ง 583 ล้านดอลล์ ครองแชมป์ตลาดอาเซียน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สินค้ากลุ่มอาหารว่างและของทานเล่น อาทิ เบเกอรี่ ขนมอบ ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว และขนมหวาน ถือเป็นสินค้าดาวเด่นที่น่าจับตามอง เพราะตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว จึงหันมาบริโภคของทานเล่นเป็นอาหารรองท้องระหว่างมื้อมากขึ้น โดยช่วง 8 เดือน (ม.ค. – ส.ค. 2567) ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารว่างและของทานเล่นไปตลาดโลก มูลค่า 583 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว สัดส่วน 69% ของการส่งออกอาหารว่างทั้งหมด ขนมที่ทำจากน้ำตาล สัดส่วน 20% และขนมปรุงแต่งจากโกโก้ สัดส่วน 11% โดยอาเซียนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 สัดส่วนการส่งออกสินค้าอาหารว่างของไทยไปอาเซียนรวมกันถึง 36% ของการส่งออกสินค้าอาหารว่างทั้งหมด ตลาดส่งออกหลักในอาเซียน ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ตามด้วยสหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น อธิบดีกรมเจรจ
ชนะเลิศ นวัตกรรมข้าวไทย “เยลลี่จากข้าวให้ความชุ่มชื้นในช่องปาก” ข่าวแจ้งว่า สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยขึ้น เป็นประจําทุกปี เพื่อยกย่องผู้คิดค้นและผลักดันนวัตกรรมข้าวไทย ให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ข้าวไทยที่เพิ่มมูลค่า ตลอดจนสามารถผลิตออกไปในเชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและพัฒนาความใฝ่รู้ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมไทย โดยรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ หนึ่ง ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม และ สอง ประเภทกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และในปีนี้มีผู้ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2567 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์เยลลี่จากข้าวให้ความชุ่มชื้นในช่องปาก โดย รศ.ดร.ทพญ.ศรัญญา ตันเจริญ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน ข้าวแท่ง Rice Bar by NSL โดยบริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จํากัด (มหาชน) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน วัสดุอ้างอิงรับรองสําหรับการวัด
สรุปดราม่า! ซับเวย์ ชี้แจง สาขาถูกยกเลิกแฟรนไชส์กว่า 100 แห่ง สะท้อนถึงมาตรฐานแฟรนไชส์ ที่กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา มีประเด็นดราม่าอย่างหนัก เกี่ยวกับ Subway (ซับเวย์) ร้านแซนด์วิช-สลัดชื่อดัง สัญชาติอเมริกัน ที่เป็นร้านโปรดใครหลายคน โดยเรื่องราวนี้เกิดจากการที่มีลูกค้าหลายคนได้ไปใช้บริการและพบกับปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพอาหาร จนเกิดการคอมเพลนอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งทางแบรนด์ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับดราม่าเหล่านี้ว่า จริงๆ แล้วสาขาที่ถูกร้องเรียนนั้น เป็นสาขาที่โดนยกเลิกแฟรนไชส์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่ก็ยังเปิดให้บริการต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ลูกค้าได้รับผลกระทบเกี่ยวกับคุณภาพอาหาร โดยทางเพจเฟซบุ๊ก Subway Thailand ได้มาโพสต์ชี้แจง หลังลูกค้าหลายรายร้องเรียนคุณภาพอาหาร ระบุว่า “เนื่องจากตอนนี้เราได้รับข้อร้องเรียนเรื่องคุณภาพอาหาร, วัตถุดิบขาด, กระดาษห่อ ไม่มีพิมพ์ลาย Subway, กระดาษห่อลาย Subway สีเลอะติดอาหาร ขนมปังไม่ใช่ของ Subway และอื่นๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า ลูกค้าไปใช้บริการจากร้าน Subway ที่ถูกยกเลิกสิทธิ Franch
ค้าปลีกใหญ่ พร้อมเปย์ เติมความรู้ SMEs สู่ความสำเร็จไปด้วยกัน คุณจุฑามาศ วิภากรวิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์ศูนย์การค้าและการพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ “SMEs มีดี 30 ปี โลตัส พร้อมเปย์” ว่า เนื่องในโอกาสที่โลตัสมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมายาวนานถึง 30 ปี จึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าว ภายใต้แนวคิด โลตัสครบรอบ 30 ปี ขอบคุณจากใจ โดยเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเติมความรู้เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการรอบทิศ ในรูปแบบเชิงปฏิบัติการและเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้นจำนวน 30 ชั่วโมง ประกอบด้วย เทคนิคการบริหาร การตลาดเชิงรุก การบัญชี การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ ด้วยทัพวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายสาขา โครงการ SMEs มีดี 30 ปี โลตัส พร้อมเปย์ นี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 131 กิจการ และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 กิจการ ซึ่งกระบวนการในการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ คณะกรรมการได้พิจารณา
นิวเจน ไอเดียเจ๋ง รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ต่อยอดเป็น เครื่องดักจับคาร์บอน ตามที่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดโครงการ e-Waste HACK BKK 2024 ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัท เอสเค เทส ไทยแลนด์ จำกัด โดยเป็นโครงการระดมสมอง “นวัตกร” รุ่นใหม่ แฮ็กไอเดีย สร้างมูลค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ รีไซเคิลชิ้นส่วน e-Waste ต่อยอดเป็นนวัตกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯให้ดีขึ้น ตอบโจทย์ความท้าทาย ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสาธารณสุข ซึ่งแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ 2. ระดับอุดมศึกษา มีการเชิญชวนเยาวชนไทยเข้าร่วมปฏิบัติการ พลิกฟื้นขยะ e-Waste ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ชิงทุนการศึกษา รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ทีม One Day Miracle plus+ จากโรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี คือผู้พิชิตรา
สะเทือนทั้งวงการ ซูเปอร์ฯ ใหญ่ ต้องปักป้าย ผลไม้ตรวจสารแล้ว จากกรณีข่าวการตรวจพบสารพิษตกค้างใน “องุ่นไชน์มัสแคท” สร้างความตระหนกให้กับผู้บริโภคเป็นวงกว้าง กระทั่งส่งผลให้ผลไม้ดังกล่าว ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถึงกับ “ขายไม่ออก” บรรดาพ่อค้า-แม่ขาย ถึงกับโอดครวญ และออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุให้ชัด ว่าล็อตที่มีปัญหานั้น นำเข้ามาจากประเทศใดกันแน่ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ลดราคาเกินครึ่งก็แทบขายไม่ได้! ลูกค้าสั่งเอาออกจากกระเช้าด่วน วอนแจ้งให้ชัด แหล่งผลิตมีปัญหาจากที่ไหน สำหรับสถานการณ์ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานว่า น่าจะกำลังบานปลาย กระทบไปถึงผลไม้ชนิดอื่น เห็นได้จากล่าสุดที่ทาง “ท็อปส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ สาขาย่านรามอินทรา ต้องถึงกับปรับวิธีการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ด้วยการนำป้ายมาติดที่มุมผลไม้ โดยระบุข้อความทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ “ผักผลไม้ ปลอดภัย ผ่านการตรวจสารแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีการนำ “องุ่นไชน์มัสแคท” มาจัดโปรโมชัน ชนิด ซื้อ 1 แถม 1 กันเลยทีเดียว แต่จากการสังเกต แทบไม่พบมีลูกค้าหยิบจับแม้แต่รายเดียว
ผ่านไปอย่างงดงาม น่าประทับใจ สำหรับงาน “SENTANGSEDTEE TASTE TALKS” กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ที่เต็มอิ่มไปด้วยการแลกเปลี่ยนแนวคิดจากกูรูตัวจริง ในวงการธุรกิจ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยโบราณที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ต.ค. โดย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สื่อกลางในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตบนเส้นทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เครือมติชน ร่วมกับ ร.ศ. ๑๒๗ “ในข้าวมีคำ” ร้านอาหารไทยระดับไฟน์ไดนิง โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด (ตลาดสี่มุมเมือง) และซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ ภายในงาน ผู้บริหารเครือมติชน นำโดย คุณสุรพล พิทยาสกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาด ให้การต้อนรับวิทยากรและแขกผู้เข้าร่วมงาน อาทิ คุณกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) คุณระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี คุณวราลี จิรชัยศรี Head of corporate communication AIS ดร.ชนะชาย นิมิตรพงศ์ศักดิ์ นายกสมาคมผู้ปร
เด็กไทยเจ๋ง สร้าง AI Chatbot รวบรวมคลังความรู้ ตอบคำถาม SMEs ความเป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด หรือ Digital Native น่าจะถือเป็น “อาวุธสำคัญ” ของเหล่าเยาวชนในยุคปัจจุบัน ที่สามารถเรียนรู้และสร้างสรรค์ไอเดียการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่การแก้ปัญหาในวงการต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับน้องๆ Tech Talent ระดับ ม.ปลาย อาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1-2 จากค่าย Creative AI Camp by CP All ครั้งที่ 7 ที่แม้ในค่ายปีนี้ จะได้โจทย์การสร้างสรรค์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ค่อนข้างเฉพาะทาง อาทิ กลุ่มตรวจจับความผิดปกติ (Anomaly Detection) กลุ่ม Computer Vision กลุ่ม Data Visualization กลุ่มการพยากรณ์ (Forecasting) กลุ่มการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานสุดท้าทายที่แก้ Pain Point จริงให้ภาคธุรกิจ แต่หลังจากผ่านการเรียนรู้และทำงานร่วมกับ Mentor, Junior Mentor และ ตัวแทน BU ต่างๆ และพันธมิตรอย่างเข้มข้น น้องๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานสุดว้าวออกมาได้ สำหรับผลงานที่โดนใจคณะกรรมการทั้งไทย จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และคว้าชัยชนะในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กับทีม AI for Budget For
ฉุดไม่อยู่! “จาง อี้หมิง” เจ้าของ TikTok ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 1 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน จากความนิยมของ TikTok (ติ๊กต็อก) แพลตฟอร์มที่ให้ทุกคนแชร์วิดีโอสั้นผ่านทางออนไลน์ ปัจจุบันมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก ทำให้ Zhang Yiming (จาง อี้หมิง) ผู้ก่อตั้ง ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กลายมาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน จาง อี้หมิง อายุ 41 ปี ได้ลงจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ByteDance ในปี 2021 แต่รายงานระบุว่า เขายังคงถือหุ้นของบริษัทประมาณ 20% ตามรายชื่อมหาเศรษฐีที่จัดทำโดยสถาบันวิจัย Hurun (ฮูรุน) ระบุว่า จาง อี้หมิง มีทรัพย์สินอยู่ที่ 49.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.66 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปี 2023 ต่อมา TikTok ได้กลายเป็นหนึ่งในแอปโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนก็ตาม แต่สหรัฐอเมริกา ตั้งใจจะแบน TikTok ในเดือนมกราคม 2025 เว้นแต่ ByteDance จะขายบริษัท และถึงแม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในสหรัฐอเมริกา แต่กำไรทั่วโลกของ ByteDance เพิ่มขึ้น 60% ในปีที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าทรัพย
