กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการเปิดการเสวนา ในหัวข้อ “Future Thailand : อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการศึกษา วิจัยและนวัตกรรม พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การศึกษาและการวิจัย กับอนาคตใหม่ของประเทศไทย ในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ด้วยพลังสหวิทยาการ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้การต้อนรับ ซึ่งมีผู้บริหาร นักวิจัย แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังการเสวนาดังกล่าว ณ ห้องประชุม MR208 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึง การศึกษาและการวิจัย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตามนโยบายของ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งนโยบาย ‘เรียนดี มีความสุข มีรายได้R
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ชวนปลดล็อกขีดจำกัดงานวิจัย แสดงศักยภาพคนไทยด้วยเทคโนโลยีซินโครตรอน ภายในงาน “อว. แฟร์” ระหว่างวันที่ 22-28 ก.ค. 67 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชูผลงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของภาคอุตสาหกรรมและ SMEs และชวนเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากงานวิจัยขึ้นหิ้งสู่การใช้ประโยชน์ได้ พร้อมยกทัพทีมนักวิจัยร่วมตอบโจทย์อุตสาหกรรมในการอบรม SATI16 สำหรับภาคอุตสาหกรรม พลาดไม่ได้กับผลงานต้นแบบแม่เหล็กไฟฟ้าฝีมือคนไทยสำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3 GeV เครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนสำหรับรักษามะเร็ง และเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรสำหรับชิ้นส่วนทางวิศวกรรมของการสำรวจปิโตรเลียม … แล้วพบกันที่โซน F กรุงเทพมหานคร – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน “อว. แฟร์ : Science Power for Future Thailand” ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้ร่วมจัดนิทรรศการภายในงานดังกล่าว ภายใต้ธีม “Synchrotron: Science, Wisdo
วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมประชาสัมพันธ์งาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ โดยในส่วนงานต่างๆของ วช. ที่เข้าร่วมกิจกรรม อว.แฟร์ มีกิจกรรมหลักจากผลการดำเนินงานและองค์ความรู้โดดเด่นจากศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) ที่เข้าร่วมจัดแสดงในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND ทั้งนี้ การแถลงข่าวของ วช. จัดขึ้น ณ ห้องโถงศูนย์สารสนเทศการวิจัยกลาง ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8 ดร.วิภารัตน์ อ่องดี ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงาน อว.แฟร์: SCI POWER FOR FUTURE THAILAND เป็นงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จากการรวมพลังของหน่วยงานภายใต้ อว. พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และการจัดงาน อว.แฟร์ ครั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) ร่วมมือกับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) นำเทคโนโลยีฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร (Diamond-Like Carbon) หรือฟิล์ม DLC ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดย สซ. มาประยุกต์ใช้กับชิ้นส่วนวิศวกรรมที่ใช้งานในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดย สซ. ได้จัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เจ้าหน้าที่ ปตท.สผ. เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้งานได้จริง นครราชสีมา – ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร สซ. กล่าวว่า “สถาบันฯ จัดการอบรม Workshop on Diamond-Like Carbon (DLC) Technology for Petroleum Industry ให้แก่ทีมวิศวกรและนักวิจัยของ ปตท.สผ. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของสถาบันฯ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชน โดยมีนักวิจัยและวิศวกรของสถาบันฯ เป็นวิทยากรทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรภายนอก ผศ.ดร.พิษณุ พูลเจริญศิลป์ และ ผศ.ดร.อาทิตย์ ฉิ่งสูงเนิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเคลือบฟิล์มบางจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ร่วมบรรยายให้
เมื่อไม่กี่ปีมานี้อุตสาหกรรมน้ำปลาร้าไทยได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวข้ามจากวัตถุดิบในครัวเรือน สู่สินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 200 แบรนด์ ส่งผลให้ตลาดน้ำปลาร้ามีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และมีมูลค่าส่งออกกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิความนัวนี้ สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปคือ ของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งอาจกลายเป็นทั้งวิกฤตต่อสิ่งแวดล้อมหรือโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และการจัดการของผู้ประกอบการ ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณกากปลาร้าซึ่งเป็นเศษเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำปลาร้าอย่างน้อย 680 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกำจัดโดยการฝังกลบ หากปล่อยไว้เช่นนี้ กากปลาร้าที่มีความเค็มและกลิ่นรุนแรงอาจรั่วไหลลงสู่ดินและแหล่งน้ำ ก่อปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการกากปลาร้าอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดมลพิษ แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับผู้ประกอบการอีกด้วย บริษัท เพชรดำฟู๊ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ธุรกิจน้ำปลาร้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่หลายคนอาจคุ้นเคยภายใต้แบรนด์ “แม่บุญล้ำ” ได้ตระหนักถึงป
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) นำทีมนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์มหาวิทยาลัยลงพื้นที่ ตำบลตูม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หารืองานวิจัยต่อยอดให้แก่ วิสาหกิจชุมชน (วสช.) ภูชีวกะ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชนด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวง อว. นำโดย ดร.กาญจนา ธรรมนู ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ และ ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช พร้อมด้วย ดร.วีรวัตร นามานุศาสตร์ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจ และเวลเนสซิตี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ลงพื้นที่ ตำบลตูม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อหารืองานวิจัยร่วมกับ นางสาวชลธิชา ชัยณวัฒน์ ประธานวิสาหกิจชุมชน (วสช.) ภูชีวกะ พร้อมด้วย นายภูเดช ลาชมภู ที่ปรึกษาด้านพลังงานและโครงการ และร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชนด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน สำหรับวิสาหกิจชุมชน ภูชีวกะ
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดศูนย์วิจัยจีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS – NRCT CCS) พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “50 ปี มิตรภาพแบบครอบครัวเดียวกันสู่ความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างไทย-จีน” โดยมี นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวแสดงความยินดี Professor WANG Changlin Vice President of Chinese Academy of Social Sciences (CASS) และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ Mr. WU Zhiwu อัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย รายงานความร่วมมือและกล่าวเปิดศูนย์วิจัยจีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS – NRCT CCS) ณ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ปีหน้า จะครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน ที่มีความสัมพันธ์ไทย-จีน ยาวนานกว่า 2,000 ปี ภายใต้คำขวัญ “ไทย-จีนพี่น้องกัน” บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความร่วมมือซึ่
“ศุภมาส” ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ชมความก้าวหน้าและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีซินโครตรอนเพื่องานวิจัย ประทับใจงานวิจัยการแปรรูปอาหารและการเกษตร อาทิ การยกระดับอาราบิก้าไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก การแปรรูปผักสู่อาหารขบเคี้ยว การยืดอายุทุเรียนเพื่อส่งออกด้วยการแช่เยือกแข็ง พร้อมหนุนการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3 GeV เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จังหวัดนครราชสีมา – นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร อว. เยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สังกัดกระทรวง อว. โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ ในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และผู้บริหารสถาบันฯ ให้การต้อนรับ ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) อำเภอเมือง จังหงัดนครราชสีมา โอกาสนี้ รมว.อว. ได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสยาม และ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะรับประทาน “แตงโม” เพื่อช่วยคลายร้อน คลายความเครียด ด้วยคุณสมบัติอุดมด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ รักษาแผลให้หายเร็ว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ในสภาวะที่มีแรงกดดันมากมายในยุคปัจจุบัน การรับประทานแตงโมสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะสารโพแทสเซียมในแตงโมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ แตงโมยังมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ “ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” เพราะการดื่มน้ำแตงโมจะช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างวิตามินเอ หากร่างกายมีวิตามินเอในปริมาณมากๆ จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย “ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น” แตงโมมีสารซิตรัลลีน (citrulline) อยู่มาก โดยสารนี้จะไปช่วยในการรั
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงผลงาน 3 เดือน พร้อมวางแนวทางอนาคตของ อว. ในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ในงาน “Future Thailand” ร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหาร อว. และนักวิจัย กว่า 800 คน ที่อาคารสามย่านมิตรทาวน์ นางสาวศุภมาส กล่าวว่า “ในช่วง 3 เดือนแรก ที่มาบริหารกระทรวง อว. ได้วางแนวทางและขับเคลื่อนแผนงานสำคัญหลายอย่าง ที่ตรงกับความต้องการของนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ และประชาชน โดยเฉพาะที่เป็นรูปธรรมชัดเจนคือการยกเว้นค่าสมัครทีแคสเข้ามหาวิทยาลัยในรอบแอดมิชชั่นทั้ง 10 อันดับ และการจัดส่งดาวเทียมธีออส-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ซึ่งทำให้คนรู้จักกระทรวง อว. อย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีผลงานการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมในมหาวิทยาลัยสู่เชิงพาณิชย์ การเริ่มจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคตเพื่อเยาวชนไทยสู่สากล (Futurium) การสนับสนุนสตาร์ทอัพ รถไฟต้นแบบที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย การพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับรถยนต์ไฟฟ้า EV สู่อุตสาหกรรม รวมทั้งการขยายผล AI เพื่อคนไทย หรือ “โอเพ่นไทยจีพีที” และ
