แปรรูปสินค้าเกษตร
เศษกิ่งไม้ ใบไผ่ และวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการถูกทิ้งหรือกำจัดเสมอไป เพราะหากรู้จักนำมาใช้ประโยชน์ ก็สามารถแปรรูปเป็นทรัพยากรที่ช่วยสนับสนุนการจัดการดินได้ หนึ่งในนั้นคือ ถ่านไบโอชาร์ หรือถ่านชีวภาพ วัสดุคาร์บอนที่ผลิตจากชีวมวลและสามารถนำไปใช้ปรับปรุงดินได้ตามความเหมาะสม จึงเป็นอีกทางเลือกในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ ภายในงาน เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 มีการจัดเวิร์กช็อป ‘การผลิตถ่านไบโอชาร์จากไผ่ (จัดการเศษวัสดุ คืนชีวิตให้ดิน)’ โดย ประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีประสบการณ์ดูแลสวนไผ่กว่า 100 ไร่ มาถ่ายทอดความรู้จากการศึกษาและทดลองด้วยตัวเอง พร้อมสาธิตแนวทางนำเศษไผ่มาแปรรูปเป็นถ่านไบโอชาร์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จากปัญหาเศษไผ่ในสวน สู่การเรียนรู้ที่นำไปต่อยอดได้ จุดเริ่มต้นของประสานมาจากปัญหาที่พบในสวนของตัวเอง เมื่อการปลูกไผ่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้มีเศษกิ่ง ใบ รวมถึงวัสดุเหลือใช้เกิดขึ้นจำนวนมาก เขาจึงเริ่มมองหาวิธีจัดการวัสดุเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ ก่อนศึกษาเรื่อ
ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มอ่านเนื้อหา อยากให้ลองลุกไปเดินสำรวจรอบบ้านกันก่อนสักรอบ ลองมองดูสิว่า มีกิ่งก้านใบไม้หรือพืชสมุนไพรตัวไหนขึ้นอยู่รอบรั้วบ้านเราบ้าง เชื่อไหมว่าสิ่งที่เราเห็นจนชินตาพวกนี้ จริงๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้สบายมาก หลายคนอาจสงสัยใช่ไหมว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าพืชสมุนไพรตัวไหนบ้างที่ตลาดรับซื้อและขายได้จริง คำตอบคือมีเยอะมากจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แต่ติดอยู่เรื่องเดียวที่ทำให้หลายคนปวดหัว ก็คือเรื่อง ‘เทคนิคการตาก’ เพราะตากทีไรใบไม้สีหมอง ขึ้นราง่าย พอเอาไปส่งขายก็ถูกกดราคาหรือไม่ก็โดนตีกลับมาทุกที เรื่องนี้แหละที่เป็นโจทย์ใหญ่ซึ่งคนทำเกษตรเจอกันเยอะ ทาง เทคโนโลยีชาวบ้าน เลยจับมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานสัมมนา เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE ‘เกษตรไม่เหมือนเดิม’ ขึ้นมา เพื่อขนเอาความรู้และวิธีแก้ปัญหามาบอกกันแบบยกชุด ทั้งเวทีเสวนา บูธสินค้าเกษตร และกิจกรรมเวิร์กชอปอัปสกิลอาชีพ โดยเฉพาะเวิร์กชอปเด็ดที่มีผู้ให้ความสนใจกันจำนวนมากจนโต๊ะเต็มในเวลาอันรวดเร็ว จนต้องเปิดให้ร่วมกิจกรรมถึง 2 รอบ นั่นคือหัวข้อ เปลี่ยน ‘ใบไ
ปัจจุบันเทรนด์รักสุขภาพมาแรง ทำให้ “โกโก้” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งพระเอกคนใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก สำหรับเมืองไทยเอง โกโก้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่ง ที่เกษตรกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และแพร่ กำลังนิยมปลูกอย่างแพร่หลายเพราะโกโก้เติบโตง่าย เหมาะกับระบบปลูกผสม (agroforestry) ใต้ร่มไม้ใหญ่ เช่น กาแฟ แมคคาเดเมีย และวานิลา. สู่การสร้างป่า สร้างรายได้ เก็บกินหรือเก็บขายกันได้ทั้งปี ทุกวันนี้ โกโก้ไทย มีจุดแข็งที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติได้ทั่วโลก สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ไม่ยาก จุดเด่นของโก้โก้ไทยอยู่ที่รสชาติหลากหลายตามแหล่งปลูก เช่น โกโก้ที่ปลูกภาคเหนือ ให้รสชาติขม มัน หอมเปรี้ยวฝาดปลายนุ่มแบบผลไม้และดอกไม้เมืองเหนือ ส่วนโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ให้กลิ่นรสเข้มคล้ายคาราเมลและผลไม้สุก นอกจากนี้ โกโก้ไทยส่วนใหญ่ยังมีเรื่องราว (Storytelling) ที่ทรงพลัง แต่ละชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี “ โกโก้ดอย”  
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” ต่อยอดมะปี๊ด ผลไม้ตระกูลส้มที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากจังหวัดจันทบุรี สู่ผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเสน่ห์ของผลไม้พื้นถิ่นไทยในรูปแบบใหม่ พร้อมสะท้อนแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำให้การดูแล เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากชุมชนสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดผู้บริโภค “มะปี๊ด” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ส้มจี๊ด” เป็นผลไม้ตระกูลส้มขนาดเล็ก เมื่อสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวจัดจ้าน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับชาวจันทบุรี มะปี๊ดเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทในวิถีอาหารท้องถิ่น โดยนิยมนำมาใช้ปรุงรสอาหารแทนมะนาว อาทิ น้ำพริกเกลือ (น้ำจิ้มซีฟู๊ด) อาหารทะเล เครื่องดื่มที่ต้องการรสเปรี้ยวหอมเป็นพิเศษ ดอยคำ จึงนำเอกลักษณ์ของมะปี๊ดมาต่อยอดเป็น “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” โดยรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำดูแล เพื่อนำมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มโอกาสให้ผลไม้พื้นถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แนวทางดังกล่าวสะท้อนกา
ทุกวันนี้ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นดูแลสุขภาพเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับปริมาณสารอาหารให้เหมาะสมกับวัยและโรค เช่น ลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดโซเดียม และเป็นอาหารที่ปรุงง่าย เคี้ยวง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและกลืน นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประเภทนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์, นมพร่องมันเนย, น้ำผลไม้สกัดเย็น รวมทั้ง น้ำสมุนไพร เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม น้ำอัญชัน น้ำขิง น้ำตะไคร้ ฯลฯ ก็เป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน วิธีเพิ่มมูลค่า “ ตะไคร้ ” หากใครปลูกตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ขอแนะนำวิธีเพิ่มมูลค่า ตะไคร้พืชสวนครัว สู่ชาดอกไม้บาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสำหรับเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นผลงานของ นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ และ นางสาวกนกกานต์ บุญประสพ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบ
นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา ได้นำวัตถุดิบเหลือใช้จากการขายน้ำเต้าหู้ของกลุ่มเพื่อนในห้องเรียนมาคิดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบเหลือใช้ โดยนำกากถั่วเหลืองมาพัฒนาทำเป็นน้ำพริกเพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารและเป็นการสร้างนวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากถั่วเหลืองมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ จากการศึกษาวิจัยพบว่า “ถั่วเหลือง” เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและหลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน มีไขมันชนิดดีสูง มีเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินและเกลือแร่สูง มีสรรพคุณช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด โปรตีนในถั่วเหลือง ถือเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี มีโปรตีนสูงเทียบเท่ากับนมวัว (แต่มีแคลเซียมน้อยกว่า เพียง 1 ใน 5 ของนมวัวเท่านั้น) สามารถใช้ทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่หลายชนิดในปริมาณที่สมดุลมากกว่าถั่วชนิดอื่น ถั่วเหลืองมีไขมันสูง โดยมีปริมาณน้ำมันถึงร้อยละ 12-20 น้ำมันจากถั่วเหลืองมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัวอยู่หลายชนิด ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กและทารก ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้
ตลาดโปรตีนจากพืชเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน คนไทยไม่ควรมองข้าม “เทมเป้ (Tempeh)” เป็นโปรตีนทางเลือกจากพืชคือ ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าดาวรุ่ง Product Champion ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะเป็น “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นที่นิยมบริโภคในกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์ จับตา “เทมเป้ ” สินค้าดาวรุ่งในเวทีตลาดโลก ข้อมูล OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034 ระบุว่า ผู้คนทั่วโลกที่รักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มหันมาบริโภคโปรตีนทางเลือกจากพืช Plant-Based อาหารแห่งอนาคต ที่มี Clean Label ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเต็มตัว เช่น เทมเป้ จากอาหารพื้นบ้านที่มีจุดแข็งด้านโภชนาการ สุขภาพ ในรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ได้ยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านมาตรฐานสากลคือ Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ของ Codex Alimentarius (FAO/WHO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า เทมเป้คือโอกาสของผู้ประกอบ
ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ “ ซูริมิ” (Surimi) หรือเนื้อปลาบดแช่เยือกแข็งมานานกว่า 40 ปี สินค้าซูริมิของไทยได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี เป็นวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมผลิตอาหารพร้อมบริโภค ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเนื้อปูเทียม ลูกชิ้นปลา ไส้กรอก ปลาเส้น เนื้อปลาบดชุบขนมปังป่น ฯลฯ อุตสาหกรรมซูริมิในประเทศไทยใช้ปลาทะเลเนื้อขาวเป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งเป็นโปรตีนไมโอไฟบริลเข้มข้นที่มีเสถียรภาพ เป็นอาหารทะเลที่มีราคาถูก และมีปริมาณไขมันต่ำ จัดเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ขณะที่ซูริมิ ในตลาดโลกมีมูลค่า 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ย 5.9% ต่อปี จนถึงปี ค.ศ. 2032 แต่ข้อจำกัดด้านอุปทานและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศทำให้จำเป็นต้องค้นหาสายพันธุ์ทางเลือกอื่นเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ปลาหมอคางดำ วัตถุดิบทางเลือกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมซูริมิ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการรุกรานทางน้ำของปลาหมอคางดำ ซึ่งแพร่กระจายไปยัง 19 จังหวัด ปลาชนิดนี้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการแย่งอาหารกับสัตว์พื้นถิ่น โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ภ
ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับดูแลสุขภาพมากขึ้น หลายคนเลือกใช้อาหารเป็นยา ซึ่งการบริโภคเห็ดหอมเป็นหนึ่งในอาหารทางเลือกได้รับความนิยมบริโภคในบ้านเรือน ร้านอาหาร ภัตตาคาร แม้กระทั่งในโรงพยาบาล เพราะเห็ดหอมอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีสรรพคุณทางยา ทำให้เห็ดหอมกลายเป็นสินค้าขายดีตลอดทั้งปี เวลาพ่อครัวแม่ครัวนำเห็ดหอมไปทำอาหาร จะนิยมเอาส่วนที่เป็นหมวกของเห็ดมาทำอาหาร โดยตัดส่วนที่เป็นก้านเห็ดออก เพราะไม่เป็นที่นิยมนำมาประกอบอาหารรับประทาน เนื่องจากก้านเห็ดมีเนื้อสัมผัสเหนียว เคี้ยวลำบากสำหรับเด็กและผู้สูงวัย ก้านเห็ดจึงกลายเป็นขยะเหลือทิ้งในห้องครัว น้องจ๋า – นางสาวจารุณี ชาญชัยพิทักษ์สิน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในขณะนั้น (ปี 2561) ได้ฝึกงานที่แผนกอาหารของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งพบว่า ในแต่ละวันจะมีก้านเห็ดหอมที่ต้องทิ้งมากถึง 20 กิโลกรัม หากสามารถนำก้านเห็ดหอมเหล่านี้มาทำประโยชน์ได้ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะก้านเห็ดหอมล้วนอุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารมากมาย น้องจ๋าไม่สนใจนำก้านเห็ดหอมไปแปรรูปเป็นข้าวเกรียบเพราะมี
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหาร โดยเฉพาะเนื้อโคที่ต้องมีทั้งรสชาติ ความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทำให้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” กลายเป็นหัวใจสำคัญของเกษตรยุคใหม่ เฮียสูง-อรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ เจ้าของ เอ็น.วี.เค. ฟาร์ม คือหนึ่งในเกษตรกรที่หยิบแนวคิดนี้มาขับเคลื่อนธุรกิจโคเนื้ออย่างจริงจัง ด้วยการเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ลูกผสมแองกัสเพื่อสร้างเป็น “โคขุนคุณภาพสูง” ป้อนสู่ตลาดที่ต้องการเฉพาะกลุ่ม ทั้งร้านสเต๊ก ร้านชาบู โรงแรม รวมถึงลูกค้าทั่วไปที่นิยมเนื้อเกรดพรีเมียม จากการจัดการที่เข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยง การคัดแยก การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ฟาร์มของเฮียสูงจึงสามารถเพิ่มมูลค่าของโคขุนแต่ละตัวได้สูงถึงหลักแสนบาท พร้อมทั้งตอบโจทย์ตลาดเนื้อคุณภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ปรับการเลี้ยงโคเนื้อ จากสิ่งที่ชอบ ให้ตรงตามความต้องการของตลาด เฮียสูง เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อ พอมีโอกาสจึงเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมรายได้ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เมื่อการเลี้ยงเริ่มประสบผลสำเร็จมากข
