News
ไทยพร้อมก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลาง Longevity” เปิดเวทีประวัติศาสตร์ “Longevity Economic Forum 2026” บูรณาการภูมิปัญญาไทย-อินเดีย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน พลิกโฉมประเทศด้วยมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท กรุงเทพฯ – ท่ามกลางวิกฤตระบบสาธารณสุขทั่วโลกที่ต้องแบกรับภาระจากโครงสร้างสังคมสูงวัย ประเทศไทยก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ล่าสุด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท แมนดาล่า โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวที “LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026” พร้อมร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ รัฐบาลอินเดีย โดยกระทรวงอายุรเวท โยคะ และการแพทย์ทางเลือก (AYUSH) มุ่งผสานศาสตร์อายุรเวทและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเกษตรอาหารปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยี Wellness เตรียมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้าง New S-Curve สู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ พลิกวิกฤต Sick Care สู่ขุมทรัพย์ 3 ล้านล้านบาท นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) และอดีตรัฐมน
มีบางเรื่องที่เมื่อมองเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์” อาจเห็นเพียงสินค้าเกษตรหนึ่งชนิด แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงองค์ความรู้ คนทำงาน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง จะพบว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรื่องของ 4KINGS เป็นหนึ่งในกรณีเช่นนั้น สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า 4KINGS เป็นผลิตภัณฑ์อะไร แต่คือคำถามว่า อะไรทำให้งานวิจัยด้านจุลินทรีย์สามารถเดินทางออกจากห้องปฏิบัติการ ไปถึงแปลงเกษตร และพัฒนาเป็นธุรกิจที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้จริง คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่การทำงานอย่างต่อเนื่องของ ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง ซึ่งได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องทุกเดือนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน และมีส่วนร่วมเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ สามทศวรรษของการเดินทางและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไม่ได้สร้างเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ค่อย ๆ สะสมเป็นเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน เกษตรกร และผู้ประกอบการในหลายประเทศ ซึ่งกำลังมีบทบาทมากขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และการเปลี
กรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569” หรือ CD DAY 2026 ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายนนี้ ภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion – Innovation – Sustainability : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ ยั่งยืน” รวมผลสำเร็จงานพัฒนาชุมชนจากทั่วประเทศ เชิดชูคนทำงาน เปิดพื้นที่เรียนรู้ นวัตกรรมและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมส่งต่อสู่ทิศทางการทำงานปี 2570 ภายใต้ “From Policy to Practice : นโยบายชัด ขับเคลื่อนจริง เห็นผลในพื้นที่” วันนี้ (4 กันยายน 2569) ณ ห้องสัมมนา 3003 กรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวความพร้อมการจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 15 (15th Community Development DAY 2026)” ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของงานพัฒนาชุมชนต่อสาธารณชน พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่ายชุมชน และบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งนำเสนอทิศทางการพัฒนาสำหรับปีงบประมาณ 2570 นายวรงค์ แสงเมือง เปิดเผยว่า งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion –
กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2569 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เปิดเวทีนานาชาติภายใต้แนวคิด FROM LAB TO LIFE ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือด้านเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ โดยวันที่ 4 กันยายน มีเวทีเสวนาระดับนานาชาติเรื่อง “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” พร้อมกิจกรรมร่วมลงนามใน “ปฏิญญาสากลว่าด้วยการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” โดยมีประเทศเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ 15 ประเทศ และคาดว่าจะมีประเทศเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนครั้งนี้มี ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง เป็นหนึ่งในผู้นำและเป็นบุคคลสำคัญที่ทำงานด้านการส่งเสริมการลดหรือหยุดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ศ.ดร.เกษมได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปเผยแพร่ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมแนวทางการลดหรือหยุดการพึ่งพาสารเคมีในการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนมาจนถึงปัจจุบัน จากการดำเนินงานดังกล่าว ศ.ดร.เกษมมีส่วนร่วมและเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศแล้ว ไม่
ภาพรวมการผลิตสัตว์น้ำของไทยกำลังเติบโตไม่หยุด โดยเฉพาะธุรกิจสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงระบบปิด ควบคุมคุณภาพ จับตามองตลาดปลากะพงขาวโตแรงทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ ในช่วง 3 ปีหลัง(พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เกิดจากการยกระดับสายพันธุ์ปลานิลให้ทนโรค โตเร็ว และเนื้อแน่น ประกอบกับเกษตรกรหันมานิยมเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแหล่งน้ำไหลและในบ่อดินด้วยระบบปิดอัจฉริยะ (Sma
กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เปิดบริการ ซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรฟรี เพื่อฟื้นฟูเครื่องมือทำกิน ลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิต พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องจักรกลกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้โดยเร็ว โดยกำหนดพื้นที่ให้บริการระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน ตั้งเป้าซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง นางสาวปิยะรัชฐย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดน่านช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ่อเกลือ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพของเกษตรกร เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในฤดูกาลใหม่ การที่เครื่องจักรกลได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
วันนี้ 3 ก.ย.69 ที่ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ — นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กยท. กรณีพิเศษ โดยมี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล กรรมการ กยท. รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วย นายศันสนะ สุริยะโยธิน, นายวรสัณฑ์ บูรณากาญจน์, นายชุติวัต ชัยดรุน, นายนพชัย ภู่จิรเกษม, นางรุ้งพร ภักดีพันดอน, นายนวนิตย์ พลเคน ในฐานะ กรรมการ กยท. เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม รวมเป็นวงเงิน 7.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมการจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลก” จังหวัดอุดรธานีซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะข้อห่วงใยเรื่องกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่กระชั้นชิด พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับถึงความปลอดภัยต่างๆ และขอให้เตรียมการรับมือ กรณีหากมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทั้งระหว่างก่อสร้างและระหว่างการจัดงาน เพื่อลดความเสี่ยงกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ภายหลังการประชุม นายเบญจพล เปิดเผยว่า บอร์ด กยท. ยินดีจะสนับสนุนงานทุก
ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงข่าวทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางานค้างจ่ายมากว่า 10 เดือน พร้อมย้ำทำทุกอย่าง เพื่อให้โครงการ e-WorkPermit เดินหน้าต่อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และป้องกันการทุจริต นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในงานแถลงข่าว ความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชน “ขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว” (e-WorkPermit) วันที่ 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรม ดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพ ว่าหลังจาก “ฟิวร์เจอร์ สกาย” เริ่มดำเนินการรับขึ้นทะเบียนเพื่อออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-WorkPermit แทนการขึ้นทะเบียนในระบบเดิม ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 นั้น สามารถออกบัตรได้แล้วประมาณ 1,600,000 ใบ สามารถนำส่งเงินสะสมจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กับกรมการจัดหางาน ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมยอดเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางาน ค้างจ่าย “ฟิวร์เจอร์ สกาย” สะสม ประมาณ 715 ล้านบาท “เราทำงานมากว่า 10 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว และกรมการจัดหางานเอง ทั้งๆ ที่เราเจรจา หารือ และ
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – สมาคมส่งออกถั่วเหลืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USSEC) และ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) (BKP) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความยั่งยืน ขยายแนวทางการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนสำหรับถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ของ BKP โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ฌอน โอนีลล์ และคุณบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ต่อยอดจากความร่วมมือที่บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส และ USSEC ที่เริ่มขึ้นในปี 2566 สานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ BKP ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่โปร่งใส และยั่งยืนตลอดขบวนการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของ ทั้ง BKP และ USSEC ในการขับเคลื่อนความร
คำว่า “คาร์บอนเครดิต” อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร เกิดจากไหน แล้วถ้าเกิดการซื้อขายขึ้นมาจริงๆ จะเกี่ยวข้องกับภาคเกษตรได้อย่างไรบ้าง จริงๆ แล้ว ภาคเกษตรกรรมมีศักยภาพสูงมาก ในการสร้างคาร์บอนเครดิต ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนมากสนใจอยากเข้าร่วมโครงการ แต่ยัง “กล้าๆ กลัวๆ” เพราะยังไม่เห็นภาพตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่รู้ราคาซื้อขายในตลาด และที่สำคัญคือ…คนซื้อกับคนขายยังหากันไม่เจอ เทคโนโลยีชาวบ้าน เลยขอพาทุกคนมาไขข้อข้องใจ เปิดผลการศึกษาล่าสุดจาก TGO (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก) ในเรื่อง “ราคาอ้างอิงและการตีมูลค่าคาร์บอนเครดิต” เพื่อดูว่าหมุดหมายใหม่นี้ จะช่วยวางรากฐานและยกระดับตลาดคาร์บอนภาคเกษตรไทยให้จับต้องได้จริงได้อย่างไรบ้าง โดยปัญหาใหญ่ที่ทำให้ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตทั้งในและต่างประเทศยังไม่เติบโตเท่าที่ควร คือภาวะ “คนซื้อกับคนขายยังหากันไม่เจอ” และไม่มีราคากลางที่ชัดเจน ฝั่งผู้พัฒนาโครงการหรือเกษตรกรที่ลงแรงปลูกป่าทำเกษตรยั่งยืนต่างต้องการขายได้ราคาสูงและมีความแน่นอนเรื่องรายได้ ในขณะที่ฝั่งผู้ซื้อภาคธุรกิจก็ไม่อยากจ่ายแพงเกินจริง และต้อง
วันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าว “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2570” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นักวิจัย นักประดิษฐ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วม ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8 ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2570 วช. เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป เสนอผลงานใน 4 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และผลงานประดิษฐ์คิดค้น ใน 12 สาขาวิชาการ อาทิ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สาขาสังคมวิทยา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ เป็นต้น สำหรับรางวัลประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น วช. ได้เปิดโอกาสให้ผลงานจากสาขาวิชาการต่างๆ เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่ผลงาน และให้กรรมการได้พิจารณาประเมินการให้รางวัล โดยผลงานที่ไ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมสนับสนุนโครงการ Green Wave Share for Care : Can to Care มอบผลิตภัณฑ์ดอยคำ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วประเทศ ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงการสนับสนุนเกษตรกรเข้ากับการสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม ในการนี้ คุณชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร เป็นผู้แทนบริษัท มอบผลิตภัณฑ์ โดยมี “ดีเจพี่อ้อย” – คุณนภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ผู้แทนจาก Green Wave และ ดร.นฤมล ล้อมทอง กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมรับมอบ ณ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด สำนักงานใหญ่ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ในภารกิจของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ต่างๆ โดยความร่วมมือระหว่างดอยคำ Green Wave และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ เป็นอีกหนึ่งการประสานการทำงานระห
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกระแส Preventive Healthcare, Healthy Ageing และ Longevity ที่ทำให้ผู้บริโภคทุกช่วงวัยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ขณะที่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทั่วโลกยิ่งเร่งความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์” เตรียมจัดงาน Vitafoods Asia 2026 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชั้นนำของเอเชีย ระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 1–3 และ 5–7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร มีผู้แสดงสินค้ากว่า 800 บริษัทจาก 40 ประเทศ พร้อมพาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 10 แห่ง และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 16,000 คน นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัด Vitafoods Asia 2026 ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในภูมิภาค โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ผลิตวัตถุดิบ
สหกรณ์โคนมสีคิ้ว มุ่งใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมบริหารจัดการฟาร์มโคครบวงจร ผ่านระบบ “Zyan Dairy” หวังก้าวสู่มาตรฐานจีเอพี (GAP) 100% ด้าน สกจ.โคราชมั่นใจ เป็นอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคง เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งสหกรณ์ ด้วยแนวคิดสืบทอดอาชีพพระราชทานบริหารงานอย่างโปร่งใส ใส่ใจสมาชิก โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิตอลระบบ “Zyan Dairy” บริหารจัดการข้อมูลฟาร์มโคนมแบบเรียลไทม์ จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า “สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จก.” ใน ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถือเป็นสหกรณ์ต้นแบบในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มโคนมสมาชิก จนสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้แก่เกษตรกรรายย่อยในการประกอบอาชีพโคนม ด้วยการผลิตน้ำนมดิบคุณภาพจากฟาร์มมาตรฐานจีเอพี (GAP) การันตีด้วยรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทสหกรณ์โคนม 2 ปีซ้อน (พ.ศ. 2563 และ 2569) นายวีระ ขำมะลัง ประธานสหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์จะไม่หยุดพัฒนาฟาร์ม จะช่วยสมาชิกได้อย่างไรเพื่อที่จะไปสู่มาตรฐานการรับซื้อตามเกณฑ์กำหนดของรัฐบาลต่อไป “ความสำเร็จของสหกรณ์โคนมสีคิ้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในก
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการด้านการบินระดับชาติ ครั้งที่ 6 (6th Aviation National Symposium) จัดโดยกองวิชาวิทยาการการบิน ภายใต้หัวข้อ “Interdisciplinary Approach to Aviation Academics and Work” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ งานวิจัย และนวัตกรรมระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักศึกษา บุคลากรในอุตสาหกรรม และผู้สนใจทุกภาคส่วน ตอกย้ำบทบาทของ สบพ. ในการผลิตบุคลากร ตลอดจนสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ณ สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ ด้านนางสาวภัคณัฏฐ์ กล่าวว่า งานวิชาการครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษา งานวิจัย และประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่การต่อยอดที่ตอบโจทย์การทำงานจริง โดย สบพ. มุ่งส่งเสริมการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขา เพื่อให้เกิดมุมมองที่รอบด้าน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการบินไทยให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในร
ผู้เลี้ยงกุ้งไทย ค้านข้อเสนอให้ลดขั้นตอนตรวจสอบกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ หวั่นเพิ่มความเสี่ยงด้านโรคสัตว์น้ำและคุณภาพสินค้า กระทบผู้บริโภคและเปิดแรงกดดันต่อราคากุ้งไทย พร้อมเสนอให้การนำเข้าต้องมีมาตรการกำกับทั้งปริมาณ สัดส่วนการรับซื้อกุ้งในประเทศ และราคา สร้างความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม นายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย กล่าวว่า เกษตรกรเข้าใจความจำเป็นของผู้ประกอบการแปรรูปและห้องเย็นที่ต้องการนำเข้ากุ้งเพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอและรักษาฐานตลาดส่งออก แต่ไม่เห็นด้วยกับการลดขั้นตอนตรวจสอบ หากยังไม่มีการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการป้องกันโรคกุ้งทั้งโรคเดิมและโรคอุบัติใหม่ “การนำเข้าต้องไม่มองเฉพาะเรื่องความรวดเร็ว แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางชีวภาพของอุตสาหกรรม หากเกิดโรคระบาดขึ้นอีก ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเกษตรกร แต่กระทบทั้งระบบ และอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อกุ้งไทยในตลาดต่างประเทศ” นายอภิชิตกล่าว ขณะเดียวกัน การนำเข้ายังต้องพิจารณาผลกระทบต่อราคา เพราะปัจจุบันกุ้งจากเอกวาดอร์มีราคาต่ำกว่ากุ้งไทยประมาณ 70 บาทต่อกิโลกรัม หากนำเข้าโดยไม่มีระบบบริหารจัดกา
“ศึกษาธิการ–เกษตรฯ” ผนึกกำลังแก้หนี้ครู เดินหน้าหามาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งการลดภาระหนี้ ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยตั้งคณะทำงานร่วม 2 กระทรวง และเตรียมสรุปแนวทางภายใน 30 วัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารของทั้ง 2 กระทรวง ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิกกว่า 862,539 ราย และมีทุนดำเนินงานกว่า 1.23 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูช่วยลดภาระหนี้ของสมาชิก
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อทั้งความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในปี 2566/2567 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 3.8% ของผลผลิตข้าวทั่วโลก และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 11.8%* อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการผลิตข้าวในแต่ละฤดูกาล เกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่อยู่ในทุกแปลงนาและส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการผลิต นั่นคือ “วัชพืช” วัชพืชอาจดูเหมือนเป็นเพียงพืชที่ขึ้นแทรกอยู่ในแปลงนา แต่แท้จริงแล้วคือ “คู่แข่งของต้นข้าว” ที่แย่งน้ำ ธาตุอาหาร และแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการสร้างศักยภาพผลผลิต หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม วัชพืชสามารถแข่งขันกับต้นข้าว ส่งผลให้ต้นข้าวเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ และกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตในท้ายที่สุด วัชพืชไม่ได้กินแค่ “ธาตุอาหารของข้าว” แต่กินต้นทุนของชาวนา ปัญหาวัชพืชจึงไม่ได้จบอยู่เพียงในแปลงนา เพราะการควบคุมวัชพืชต้องอาศัยทั้งแรงงาน เวลา และปัจจัยการผลิต ขณะที่เกษตรกรในปัจจุบันยังต้องรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และ
ผลผลิตสัตว์น้ำโตไม่หยุด ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงในระบบปิด ควบคุมคุณภาพ แต่รอบนี้ปลากะพงขาวมาแรง ทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ หากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน ภาพรวมของภาคการผลิตสัตว์น้ำของไทยมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ที่มีตัวเลขผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผล
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจ เดินหน้าสู่บทบาท โซลูชัน โพรไวเดอร์ (Solution Provider) ในงาน “Chia Tai Moving Forward 2026: Together, We Empower Thai Farmers Through Solutions” ณ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อยอดความแข็งแกร่งด้านปัจจัยการผลิต ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี บริการ และความเชี่ยวชาญ สู่แผนจัดการการเพาะปลูกที่ตอบโจทย์เกษตรกรแต่ละพื้นที่ พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ ร้านค้าพันธมิตร และภาคธุรกิจ ร่วมยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ เผยผลการดำเนินงานในแปลงข้าวเพิ่มผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยประมาณ 22% พร้อมนำบทเรียนมาต่อยอดสู่พืชและพื้นที่อื่น นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 105 ปี เจียไต๋เติบโตเคียงข้างภาคการเกษตรไทย ด้วยจุดแข็งด้านการพัฒนาและเสาะหาสินค้าและปัจจัยการผลิตคุณภาพ รวมถึงการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ วันนี้เกษตรกรต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน ความผันผวนของสภาพอากาศ และความคาดหวังด้านคุณภาพแล
