พืชทำเงิน
พืชทุกชนิดมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ธาตุอาหารเพื่อการเจริญเติบโต ให้ผลผลิต พืชที่ไม่ได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้พืชแสดงอาการต่างกันออกใบตามลำต้น ใบ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าต้องเพิ่มปริมาณธาตุอาหารอะไรให้พืช การขาดธาตุอาหารของพืชมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ดินมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ หรือดินมีธาตุอาหารแต่ไม่ได้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช หรือสมบัติของดินไม่เหมาะต่อการดูดธาตุอาหารของพืช เช่น ความหนาแน่นรวมเพิ่มขึ้น ความพรุนรวมลดลง อินทรียวัตถุในดินเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปลูกพืชชนิดเดิมในแหล่งเดิมเป็นเวลานานโดยไม่มีการพักดินหรือปรับปรุงดิน ทำให้ธาตุอาหารที่พืชต้องการนั้นลดลงหรือหมดไปนั่นเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปส่อง 12 อาการยอดฮิต ที่บ่งบอกว่าต้นไม้ที่ปลูกกำลังขาดธาตุอาหารชนิดไหนอยู่ ตามไปดูอาการกันเลย 1. ขาด ไนโตรเจน (N) อาการ : พืชจะมีลักษณะแคระแกร็น ใบแก่มีสีเหลืองอ่อน หรือซีดโดยเริ่มจากปลายใบและใบล่างก่อน หากขาดไนโตรเจนรุนแรงใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและลุกลามเข้าสู่กลางใบเป็นรูปตัววี ใบจะตายหรือร่วงก่อนกำหนด อัตราการเติบโต การแตกยอดอ่อนหรือแขนงจะช้า การออกด
ระยะเวลาปีเศษที่ผ่านมา สินค้าเกษตรหลายชนิดที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่ง ขายดี ทำกำไรสูง เช่น มะม่วง มะนาว มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ฯลฯ กลับตกอยู่ในทิศทางตลาดขาลง ทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและงวยงงกับสถานการณ์ราคาตลาดว่า จะปลูกต่อดีหรือถอยไปปลูกพืชชนิดอื่นดี แม้หลายคนจะมองว่า ตลาดกล้วยน้ำว้า อยู่ในทิศทางขาลง แต่ อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของไร่พัชชา กลับยืนยันว่า ตลาดกล้วยน้ำว้ายักษ์ยังเติบโตต่อเนื่อง ขายดิบขายดี จนผลิตหน่อพันธุ์ไม่ทันกับความต้องการของตลาด ดังนั้น ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปค้นหาเสน่ห์ของ กล้วยน้ำว้ายักษ์ ที่ทำให้ขายดี ติดลมบนตลอดทั้งปีกันสักหน่อย กล้วยน้ำว้ายักษ์ มาจากไหน อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 โหรหญิงดังยอดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือ ที่แบ่งเวลามาทำสวนเกษตร ชื่อว่า ไร่พัชชา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เบอร์โทร. 084-548-9000 และ 086-128-8000 อาจารย์พัชนี เล่าว่า การทำอาชีพเกษตรกรรมในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความชอบสะสมที่ดิน ที่ดินแปลงหนึ่งในจังหวัดราชบุรีที่ซื้อไว้ มีดินดี น้ำสมบูรณ์ จึงสนใจปลูกกล้วยน
หากใครกำลังมองหาเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ รสเปรี้ยวหวาน ซ่าเบา ๆ หอมสดชื่น ดื่มแล้วได้ฟีลพิเศษในทุกโมเมนต์ ขอแนะนำเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้ง “ เบียงวิก้า” ( BIENVICA) ที่ผสานพลังธรรมชาติจาก ดอกกุหลาบ แอปเปิ้ลไซเดอร์ และสารสกัดจากต้นกระบองเพชรโนปาล ดื่มสนุก ได้บรรยากาศเหมือนจิบแชมเปญแต่ 0% แอลกอฮอล์ ให้ทั้งความสดชื่นและความผ่อนคลาย เหมาะสำหรับสายสุขภาพในช่วงที่อยากรีเฟรชตัวเอง ผลิตภัณฑ์เบียงวิก้าเป็นผลงานของ Startup สายเกษตร คือ คุณตั้ม – ธนกฤต ลี้ไวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกลนคร สร้างสุข จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 172 หมู่ 5 บ้านฮางโฮง อำเภอเมือง เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร อีเมล: [email protected]. โทร: 064 654 0592 FB : Bienvica เบียงวิก้า – Beyond Cider รู้จัก “ โนปาล ” กระบองเพชรกินได้ กระบองเพชรกินได้ มีชื่อเรียกในเม็กซิโกว่า โนปาล (Nopal) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Opuntia ficus-indica ในเม็กซิกมีการค้นพบ Opuntia เป็นพืชในตระกูลกระบองเพชร ประมาณ 114 ชนิด ชาวอเมริกาใต้ใช้โนปาลเป็นพืชอาหารมานานกว่า 1,200
คุณชัยวิชท์ ทาสีดำ หรือ โย และ คุณทิพยาภรณ์ สอนประเทศ หรือ ดา สองสามีภรรยาชาวหนองบัวลำภู อดีตพนักงานประจำ ลาออกจากงานมาเป็นเกษตรกรปลูกอ้อยสุพรรณบุรี 50 คั้นน้ำขาย สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัววันละ 3,000-5,000 บาท คุณดา เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการประกอบอาชีพคั้นน้ำอ้อยขาย เกิดจากที่สามีของตนเองคือคุณโย เคยทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมโรงงานน้ำตาลมาก่อนเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี เห็นการใช้สารเคมีในอ้อยค่อนข้างเยอะทำให้เกิดแรงจูงใจอยากทำเกษตรแบบปลอดสาร และอีกเหตุผลคืออยากที่จะมีทางเลือกมีช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่สามารกำหนดราคาขายเองได้ ทั้งๆ ที่เป็นคนปลูกเอง จึงกลับมาคิดทบทวนว่าจะทำอย่างไรที่เมื่อปลูกอ้อยแล้วไม่ต้องเอาไปส่งให้กับโรงงานเพียงอย่างเดียว โดยที่คุณภาพและราคาเป็นคนกำหนดเอง อุปสรรคช่วงเริ่มต้นมีมากมาย ผ่านมาได้เพราะความตั้งใจ หลังจากที่ตัดสินใจจะเลิกส่งอ้อยให้กับโรงงาน คุณดา เล่าให้ฟังว่า ตนเองและสามีเริ่มจากการช่วยกันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก่อนว่าอ้อยที่ปลูกนอกจากส่งโรงงานแล้วสามารถนำมาทำอะไรได้อีก จนได้ค้นพบว่าสามารถเอามาทำอ้อยก้อนได้ ก็ไม่รอช้าที่จะลงมื
“วานิลลา” พืชมูลค่าสูงที่กระแสแรงไม่หยุดในไทยตอนนี้ ด้วยผลตอบแทนที่หอมหวาน ทำให้เริ่มเห็นการปลูกกระจายไปทั่วทุกภาค ทั้งเหนือ ใต้ กลาง อีสาน ปลดล็อกความเชื่อเดิมๆ ว่าปลูกยาก ย้อนไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เทคโนโลยีชาวบ้าน เพิ่งพาไปดูแปลงปลูกของ “สวนพี่ยา บ้านสวนวานิลลา นครศรีธรรมราช” ที่กำลังนับถอยหลังเก็บผลผลิตปีแรก และนับเป็นสัญญาณนำร่องว่าพื้นที่ ‘ฝน 8 แดด 4’ อย่างภาคใต้ ก็ปลูกวานิลลาให้รอดและรุ่งได้ ล่าสุดขยายมาถึงจังหวัดชุมพร มีเกษตรกรหน้าใหม่ ควักทุนบุกเบิกปลูกวานิลลา 3 ไร่เต็ม ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในจังหวัด ตอนนี้ต้นกำลังโตสวย รอเก็บเกี่ยวปีหน้า ซึ่งเจ้าของสวนพอใจกับผลลัพธ์มาก และมองไกลถึงขั้นว่า ถ้าผลผลิตรอบแรกออกมาเป็นที่น่าพอใจ ก็พร้อมลุยส่งเสริมให้คนชุมพรปลูกเพิ่ม เพื่อปั้นแบรนด์สร้างเอกลักษณ์ “วานิลลาใต้” สู่การส่งออก คุณธง-ธงชัย กาญจนชุมพล เจ้าของสวน Vanilla Topia ในตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ทายาทผู้สืบทอดธุรกิจร้านทองของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า ส่วนสายเลือดของการเป็นชาวสวนนั้น ถูกส่งต่อมาจากรุ่นคุณตา ซึ่งในอดีตนอกจากจะเปิดร้านทองแล้ว ท่
ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่าต่อปี หญ้าหวานนั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้งประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตหญ้าหวานมาตรฐานออร์แกนิกไทยแลนด์
ผลไม้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด บางชนิดก็นำมาปลูกนานเป็นร้อยปี จนรู้สึกเหมือนว่าเป็นพืชพื้นบ้าน เพราะนำมาเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่น มะละกอ มะเขือเทศ พืชเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของเมนูเด็ดบนจานอาหารในชีวิตประจำวันเราแทบทุกวัน เราได้นำมาดัดแปลงเป็นอาหารจนกลายเป็นอัตลักษณ์แบบไทยๆ จนเจ้าของเดิมคิดไม่ถึง อะโวคาโด เป็นพืชดั้งเดิมจากประเทศเม็กซิโก ได้ถูกนำมาปลูกในประเทศไทยหลายสิบปีแล้ว โดยปลูกครั้งแรกที่จังหวัดน่าน และได้ขยายไปยังจังหวัดอื่น แต่ก็ถือว่ายังไม่นานสักเท่าไร จึงยังไม่ถึงกับมีการนำมารับประทานเป็นอาหารในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน แต่ในสถานะของอาหารที่มีวัฒนธรรมของฝั่งตะวันตกก็มีการนำมาประกอบเป็นอาหารมานาน แต่ในเมนูที่อยู่ในปัจจุบันเรายังไม่คุ้นชินกับอาหารที่มีส่วนผสมของอะโวกาโด อะโวคาโด ในปัจจุบันจึงเป็นแค่ผลไม้สุขภาพ ประเทศทางฝั่งตะวันตกนิยมนำเนื้ออะโวคาโดมาปรุงอาหารแทนเนย หรือปรุงเป็นนมปั่น ใส่ไอศกรีมและขนมหลายอย่าง บ้างก็ทำเป็นส่วนของผสมของเครื่องดื่มต่างๆ ในประเทศไทยมักนำมาปั่นเป็นน้ำอะโวคาโดปั่น หรือเติมลงในน้ำสลัดเพื่อเพิ่มความเข้มข้น บางครั้งก็นำผลสดๆ หั่นเป็นชิ้นเล็ก
สมุทรสงคราม ฮือฮา สวนอินทผลัม แม่กลอง ปลูกในดินเค็ม-เติมขี้แดดนาเกลือ ผลหวานจัดจ้าน โดนใจผู้บริโภค ได้รับความนิยม แห่จองข้ามปี การันตีความอร่อย เปิดให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีถึงสวน เมื่อพูดถึงจังหวัดสมุทรสงคราม ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นผลไม้ขึ้นชื่ออย่างมะพร้าวน้ำหอม ส้มโอขาวใหญ่ และลิ้นจี่แม่กลอง ซึ่งล้วนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค นั่นคือ “อินทผลัม” โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเริ่มมีการปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่แห่งนี้คือที่ตั้งของ “บ้านสวนอินทผลัมแม่กลอง” แหล่งปลูกอินทผลัมคุณภาพที่รวบรวมไว้ถึง 4 สายพันธุ์ จุดเด่นของสวนแห่งนี้อยู่ที่การปลูกอินทผลัมบนพื้นที่ดินเค็ม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมบำรุงต้นด้วย “ขี้แดดนาเกลือ” วัสดุอินทรีย์จากนาเกลือที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยเสริมคุณภาพผลผลิต ทำให้อินทผลัมมีรสชาติหวานเข้ม กลมกล่อม และเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค ด้วยจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งในปีนี้ ได้ส่งผลกระทบให้อินทผลัมพันธุ์โคไนซี่
หากใครมีพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกพืชอะไรดี ขอแนะนำให้ลองปลูกผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งแก้ว เป็นพืชทางเลือกทำเงิน เนื่องจากผักบุ้งไทยเป็นพืชผักที่ปลูกดูแลง่าย ลงทุนครั้งเดียว มีอายุเก็บเกี่ยวนานถึง 4 เดือน สร้างรายได้และผลกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักผักบุ้งแก้วก็สักหน่อย ผักบุ้งแก้วนั้นเป็นสายพันธุ์ธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นเองได้กับทุกสภาพพื้นที่ทั้งในแหล่งน้ำลำคลองหรือพื้นดินทั่วไป จุดเด่นลำต้นสีเขียวเข้ม อวบอ้วน แบ่งปล้องแข็งแรง ใบเรียวคล้ายหัวลูกศรปลายเว้าเป็นรูปหัวใจ และมียาง สามารถเจริญเติบโตได้ไว อายุยืน สามารถเก็บแล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผักบุ้งเป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ เกลือแร่ โปรตีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ยำ ทำแกง ไม่ว่าจะเป็นแกงเทโพ แกงส้ม หรือก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยทุกเมนู เป็นผักที่ขายดีตลอดทั้งปี ราคาของผักบุ้งจะสูงขึ้นในช่วงหน้าหนาวหรือช่วงที่ในตลาดมีผลผลิตน้อย คุณทิพพาพร สุวรรณเกิด หรือ คุณเร เกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จัง
การทำเกษตรให้ดี มีกำไร พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ไม่ต้องมีเงินทุนมาก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน เพียงก่อนทำต้องมีการวางแผนให้รัดกุม เลือกชนิดพืชให้เหมาะกับพื้นที่ และเงินทุนที่มี หรือถ้าอยากทำแล้วได้ผลเร็ว เกษตรกรต้องมีไหวพริบสักหน่อย พยายามหาพืชที่มีราคา หากเลือกพืชที่คนทั่วไปปลูกได้ราคาหลักสิบ ก็จะได้จับเงินหลักสิบ แต่ถ้าเลือกปลูกพืชที่ตลาดต้องการ มีคนทำน้อย ราคาต้นละเป็นพันบาทคุณก็ขายได้ คุณปฏิภาณ ฤทธิ์นอก (สิทธิ์) เกษตรกรสายชิล เลือกปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง มีพื้นที่น้อยแต่รายได้มาก อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 บ้านห้วยไผ่ ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เล่าว่า เดิมทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์อยู่ที่จังหวัดชลบุรีมาก่อน แต่มีใจรักธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก เห็นพ่อแม่ทำก็ซึมซับมาเรื่อยๆ คิดว่าสักวันจะต้องกลับบ้านมาสร้างสวนในฝันให้ได้ “ตอนทำงานประจำ คิดมาตลอดว่า ถ้าออกจากงานเพื่อไปทำเกษตร จะทำอย่างไรให้มีรายได้เดือนละสองสามหมื่น หลายเสียงพูดว่า จะต้องมีพื้นที่เยอะ มีเงินทุนมาก และต้องมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์นะถึงจะทำได้ แต่เราไม่มองแบบนั้นเราคิดนอกกรอบไปอีกว่า การทำเกษตรให
