Exclusive
“เมล็ดพันธุ์” เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืชของเกษตรกร ทั้งด้านต้นทุน คุณภาพผลผลิต และความมั่นคงทางการเกษตร ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายหลักในการส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ อนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น รวมถึงคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรและชุมชนมานานกว่า 20 ปี กรมวิชาการเกษตรวางแผนปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกติกาสากล คือ อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) มาตั้งแต่ ปี 2567 มีการรับฟังความเห็นในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (Focus groups) กว่า 8 ครั้งทั่วประเทศ แต่ทุกครั้งจะเกิดการต่อต้านจากภาคประชาสังคมจนไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ บนเวทีเสวนาเรื่อง “ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร?” ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้สะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชไทย ดังนี้ จุดบอดของ พรบ.คุ้มครองพันธุ์พื
ในวันที่ผู้คนทั่วโลกเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับอาหารที่กินมากขึ้นว่า “มาจากไหน” “ปลอดภัยหรือไม่” และ “ใครคือคนอยู่เบื้องหลัง” น้ำผึ้งไทยกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล็กที่สะท้อนความจริงของโลกใบใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะสิ่งที่อยู่ในขวดสีทองนั้น อาจไม่ได้เป็นเพียงความหวาน แต่คือเรื่องราวของผืนป่า ฤดูกาล พันธุ์ไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่พยายามอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล หลายปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยยังจดจำ “น้ำผึ้ง” ว่าเป็นของเหลวหวานๆ ที่มีรสชาติคล้ายกันทั้งหมด แต่สำหรับ คุณเบนซ์-วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ เจ้าของบำรุงสุขฟาร์มและนักสะสมน้ำผึ้งไทย ใช้เวลากว่า 10 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำผึ้งแต่ละหยดมีตัวตนเฉพาะเหมือนไวน์ชั้นดี และรสชาติที่แตกต่างกันนั้น กำลังบอกเล่าทั้งสุขภาพของป่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทรัพยากรท้องถิ่นไทย “น้ำผึ้งไทย” ซับซ้อนกว่าที่คิด! จากข้อสงสัยสู่การแกะรอยรสชาติ คุณเบนซ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางในโลกน้ำผึ้ง โดยยอมรับว่าในช่วงแรกแทบไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย จนได้เข้าไปทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่สนใจความยั่งยืนด้า
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลมีความสำคัญมากกว่าที่เคย “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงดอกไม้และสวนสวยจากทั่วโลก แต่เป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อชวนให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของพืชพรรณ และทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกร เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้แนวทางพัฒนาการเกษตรให้เติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานแถลงข่าวมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยให้ประชาคมนานาชาติได้เห็น ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีว
จากความชอบต้นไม้ที่อยากนำมาตกแต่งบ้าน สู่การเรียนรู้ปลูกไม้แปลกไม้หายากอย่างจริงจัง จนต่อยอดเป็นการเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องราวของ คุณจอม-ศรุต สุวรรณภักดี นักแสดงหนุ่มเจ้าของความหลงใหลในไม้แปลกไม้หายาก จากเพจ Live with plants ที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการต้นไม้จากความต้องการหาต้นไม้ประดับมาตกแต่งบ้าน จากนั้นค่อยๆ เรียนรู้เรื่องพรรณไม้ การขยายพันธุ์ และการทำตลาด จนมีสวนไม้สะสมเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะไม้ใบกลุ่มฟิโลเดนดรอน มอนสเตอร่า และแอนทูเรียม ซึ่งเป็นกลุ่มไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความสนใจจากนักสะสม สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ เริ่มจากอยากได้ต้นไม้แต่งบ้าน ก่อนก้าวเข้าสู่วงการไม้แปลก คุณจอม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการปลูกไม้แปลกไม้หายาก ไม่ได้เกิดจากความต้องการทำธุรกิจ แต่เริ่มจากความชอบส่วนตัวที่อยากหาต้นไม้ประดับเข้ามาปลูกภายในบ้าน โดยเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับมุมต่างๆ ของบ้าน ซึ่งตลาดต้นไม้แห่งแรกที่มีโอกาสไปเดินเลือกซื้อคือ ตลาดนัดจตุจักร หลังจากนั้นจึงเริ่มรู้จักไม้ขุดล้อมจากหลายจังหวัด ทำให้ได้เห็นว่าต้นไม้แต่ละชนิด มีราคาจำหน่ายแต
จากต้นมะรุมที่ปลูกอยู่ตามรั้วบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับพรีเมียมที่สร้างมูลค่าได้มากกว่าที่คิด เปิดแนวคิด Panya Natural & Spa แบรนด์ไทยที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานนวัตกรรมการสกัดน้ำมันมะรุม พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับสมุนไพรพื้นบ้านให้ก้าวสู่พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต สำหรับคนต่างจังหวัด “มะรุม” อาจไม่ใช่พืชแปลกใหม่ เพราะเป็นไม้ยืนต้นที่พบเห็นได้ทั่วไปตามบ้านเรือนและพื้นที่เกษตร หลายครอบครัวคุ้นเคยกับการนำยอดอ่อน ฝัก และเมล็ดมาใช้ประโยชน์ ทั้งประกอบอาหารและใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ใครจะคิดว่า พืชพื้นบ้านที่หลายคนมองข้าม จะสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึงหลักแสนบาทต่อลิตร และกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จักกับ คุณเอมมี่ – กมลรัตน์ ลาดสีทา Founder & CEO บริษัท ปัญญา เนเชอรัล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้เติบโตมากับมะรุมและสมุนไพรใกล้ตัว ก่อนจะมองเห็นโอกาสและนำสิ่งที่คุ้นเคยมาพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยใช้แนวคิด Farm to For
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้งเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทานม
โดยทั่วไป วานิลลาถูกมองว่าเป็นพืชที่ให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นเหมาะสม เช่น พื้นที่สูงในภาคเหนือ หรือบางพื้นที่ของภาคอีสาน เนื่องจากการออกดอกของวานิลลามักได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศที่เย็นลงในบางช่วงของปี ทำให้หลายคนมองว่าพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่แหล่งปลูกวานิลลาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีการปลูกวานิลลาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคใต้แล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีอดีตข้าราชการวัยเกษียณเป็นผู้บุกเบิกทดลองปลูกมานานกว่า 3 ปี หลังศึกษาสายพันธุ์และปรับวิธีการจัดการแปลงให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่สวนวานิลลาแห่งนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเชิงการค้า โดยคาดการณ์ผลผลิตไว้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลผลิตในรอบแรก ขณะเดียวกันเจ้าของสวนได้วางแผนด้านการตลาดล่วงหน้า ทั้งการหาช่องทางจำหน่ายและการต่อยอดช่องทางสร้างรายได้ที่หลากหลาย เพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวานิลลาในฐานะพืชมูลค่าสูงที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ปลูกใหม่ๆ ได้ หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม พี่ยา-ตรียา กลิ่นสุคนธ์ อดีตข้าราชการวัยเ
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเลี้ยง หรือปลูกสิ่งที่มีราคาดีในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจธรรมชาติ และค้นหาว่าสภาพแวดล้อมแบบใดเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการเลี้ยงหรือปลูก เพราะเมื่อเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิต และเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพและมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรได้ เช่นเดียวกับการเลี้ยง “ชันโรง” บน “เกาะช้าง” จังหวัดตราด ที่ได้นำความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามาเป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาการเลี้ยงแมลงผสมเกสรชนิดนี้ให้เติบโตตามธรรมชาติ คุณต้น – ขจรพงศ์ ชูปัญญานนท์ เจ้าของนิรามิสสุข เกษตรกรจังหวัดตราด เป็นอีกหนึ่งท่านที่นำประสบการณ์จากการทำสวนผลไม้มาต่อยอดสู่การเลี้ยงชันโรง โดยเริ่มจากการทดลองเลี้ยงหลายสายพันธุ์ ก่อนจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรังและเรียนรู้ว่า แม้ชันโรงจะเป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร แต่การนำมาเลี้ยงให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมด้วย ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณต้นเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ จนพบว่าผืนป่าบนเกาะช้าง อาจเป็นคำตอบสำคัญของการเลี้ย
“น้ำเค็ม” หรือภาวะความเค็มในแหล่งน้ำ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตชายฝั่ง ซึ่งความเค็มที่เพิ่มขึ้นสามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ เกิดอาการใบไหม้ รากเสียหาย และส่งผลต่อผลผลิตโดยรวม การทำความเข้าใจถึง “ต้นเหตุของน้ำเค็ม” จึงเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนจัดการและลดผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” จะพาทุกท่านไปรู้จักกับอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จากพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำเค็มจนไม่สามารถทำการเกษตรได้ กลับถูกฟื้นฟูจนสามารถเพาะปลูกได้อีกครั้งในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอนานถึง 2–3 ปี พื้นที่แห่งนั้นคือ “บางกะเจ้าฟาร์ม” ตัวอย่างของการจัดการฟาร์มที่ใช้ความรู้และการปรับตัวอย่างเหมาะสม จนสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นศักยภาพในการทำเกษตรได้อย่างยั่งยืน จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นเจ้าของ “บางกระเจ้าฟาร์ม” ย้อนไปเมื่อราว 10 ปีก่อน คุณทวีศักดิ์ อ่องเอี่ยม เคยใช้ชีวิตในฐานะพนักงานบริษัททั่วไป แต่เมื่อบทบาทของ “พ่อ” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เขาจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ ลาออกจากงานประจำ เพื่อกลั
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายคนอาจมองว่าการลดโลกร้อนเป็นเรื่องของรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นั่นคือ “นาข้าว” ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตอาหารของโลก และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม คุณธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Net Zero Carbon มองว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเดินไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่เป็นฐานสำคัญของประเทศไทย เพราะเชื่อว่าการกู้โลกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาเพียงเล็กน้อย ซึ่งสร้างทั้งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวไทยในอนาคต จากพลังงานสะอาด สู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร คุณธนนนท์ เล่าให้ฟังว่า ก่อตั้งบริษัท Net Zero
